bot และกลยุทธ์การเทรดที่ขับเคลื่อนด้วย AI กำลังเปลี่ยนโฉมตลาดคริปโตระยะสั้นมากของ Polymarket อย่างต่อเนื่อง เพราะเปลี่ยนเงินเดิมพันเล็กน้อยให้กลายเป็นกำไรที่น่าทึ่ง ขณะที่เทรดเดอร์มนุษย์กลับตามไม่ทัน
ตั้งแต่การทำกำไรระหว่างเวลาไปจนถึงโมเดล machine learning ขั้นสูง บรรดาระบบอัตโนมัติเหล่านี้ต่างใช้ประโยชน์จากสัญญาที่มีราคาผิดสภาวะ สภาพคล่องต่ำ และความล่าช้าของตลาด ด้วยความเสถียรที่มนุษย์ไม่อาจเทียบได้
บอท Polymarket ทำเงิน USD เมื่ออาร์บิทราจและ AI เปลี่ยนตลาดทำนายของไทย
หนึ่งในตัวอย่างที่โดดเด่นที่สุดจาก Dexter’s Lab นักวิเคราะห์ตลาดทำนาย ก็คือ bot ตัวหนึ่งที่มีรายงานว่าสามารถเปลี่ยนเงินทุน 313 USD ให้เป็น 414,000 USD ภายในเดือนเดียว
Sponsoredbot ตัวนี้เทรดเฉพาะในตลาด BTC, ETH และ SOL ที่มีรอบ 15 นาทีโดยวางเดิมพันแต่ละครั้ง 4,000–5,000 USD พร้อมอัตราชนะสูงถึง 98%
เคล็ดลับของมันไม่ใช่การทำนายทิศทางตลาด แต่กลับใช้ประโยชน์จากช่องว่างเล็กๆ ที่ราคาบน Polymarket ล่าช้ากว่าทิศทางของราคาจริงบน กระดานแลกเปลี่ยนอย่าง Binance และ Coinbase
โดยแต่ละครั้งมันจะเข้าเทรดเมื่อความน่าจะเป็นที่แท้จริงอยู่ราว 85% แต่ตลาดยังแสดงโอกาสแบบ 50/50 จึงทำให้ bot เข้าซื้อความแน่นอนที่ยังมีราคาผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ผลลัพธ์คือ micro-trade หลายพันครั้งที่สร้างกำไรอย่างสม่ำเสมอ กระจายความเสี่ยงขาดทุนและทำให้ความผันผวนลดลง ขณะที่เทรดเดอร์มนุษย์มัวแต่ถกเถียงกันเรื่องปัจจัยกระตุ้นและไล่ล่ากำไร ROI สูง
นอกจากนี้ กลยุทธ์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ก็สร้างความสั่นสะเทือนเช่นกัน ยกตัวอย่าง bot ที่ Igor Mikerin ศึกษาซึ่งสามารถทำกำไรได้ 2.2 ล้าน USD ในเวลาเพียงสองเดือน โดยมันใช้ ensemble probability model สอนจากข่าวสารและข้อมูลโซเชียลเพื่อเก็งกำไรจากการตั้งราคาตลาดผิดพลาด
bot จะฝึกโมเดลของตัวเองใหม่ตลอดเวลา เพื่อให้ตามสถานการณ์ทันเสมอ โดยมุ่งเป้าสัญญาที่ตลาดตีราคาต่ำกว่าความน่าจะเป็นในโลกจริง
กลยุทธ์นี้กำลังกลายเป็นขอบเขตใหม่ของตลาดทำนาย เพราะเมื่อความแม่นยำของอัลกอริธึมกับการวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์มารวมกัน จึงสามารถเอาชนะวิจารณญาณของมนุษย์ได้อย่างสม่ำเสมอ
Arbitrage และกลยุทธ์ high-frequency trading (HFT) นั้นกลายเป็นเรื่องปกติบน Polymarket โดย Ethan นักวิเคราะห์อีกคน อธิบายถึงบอทตัวหนึ่งที่เข้าไป front-run คำสั่งซื้อที่มีสภาพคล่องบาง โดยจะซื้อสัญญาก่อนที่คำสั่งซื้อในตลาดจะดันราคาให้สูงขึ้น
กลยุทธ์อื่นๆ รวมถึงการซื้อทั้งสองฝั่งของสัญญาเมื่อราคาที่รวมกันต่ำกว่า USD 1 ซึ่งวิธีนี้ทำให้ได้กำไรเล็กน้อยแต่แทบไม่มีความเสี่ยง
บอทเหล่านี้ได้สร้างธุรกรรมขึ้นนับพันรายการ โดยสร้างเส้นโค้งผลตอบแทนที่ราบเรียบและสม่ำเสมอ ซึ่งเน้นให้เห็นถึงประสิทธิภาพของการทำซ้ำและจับจังหวะที่เหนือกว่าสัญชาตญาณของมนุษย์
การเติบโตของระบบอัตโนมัติใน Polymarket ส่งผลต่อเทรดเดอร์อย่างไร
เทรดเดอร์มนุษย์ยังคงพบกับความยากลำบากในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ เปรียบเทียบกันแล้วบอทสามารถทำกำไรถึง USD 206,000 ด้วยอัตราชนะมากกว่า 85% ขณะที่มนุษย์ที่ใช้กลยุทธ์คล้ายกันทำได้เพียงประมาณ USD 100,000
การเดิมพันขนาดใหญ่เกินไป การบริหารความเสี่ยงที่ไม่ดี และการเข้าตลาดล่าช้า มักนำไปสู่การขาดทุนต่อเนื่อง แม้เทรดเดอร์จะมีจุดแข็งในบางด้าน
มุมมองโดยทั่วไปคือ ความสำเร็จในตลาดทายผลยังต้องใช้วินัย ความตระหนักในความน่าจะเป็น และการกำหนดขนาดธุรกรรมที่รอบคอบ อย่างไรก็ตามบอทก็ได้ยกระดับมาตรฐานในแบบที่มนุษย์ส่วนใหญ่ไม่สามารถเทียบได้
การเพิ่มขึ้นของบอทยังจุดประกายให้เกิดข้อถกเถียงด้านจริยธรรมและความยุติธรรมในตลาด ผู้ใช้ Polymarket แลกเปลี่ยน watchlists และโปรไฟล์บอทกันโดยเน้นบัญชีและกลยุทธ์ที่มีผลงานโดดเด่น
ด้วยการมีบอทจำนวนหลายสิบตัวที่ทำการเทรดในตลาด BTC ราย 15 นาทีอย่างเงียบๆ โดยผลิตกำไรระดับหมื่น USD ต่อเดือนขึ้นมาได้ หลายคนจึงตั้งคำถามว่า:
บอทเหล่านี้เป็นเพียงช่องโหว่ชั่วคราว หรือว่ากำลังจะกลายเป็น new meta ถาวรที่เปลี่ยนโฉมตลาดทายผลไปโดยสิ้นเชิง?
แม้สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้น แต่มีบทเรียนให้มนุษย์ได้เรียนรู้ เทรดเดอร์สามารถนำวิธีคิดเป็นระบบของบอทไปใช้ได้ดังนี้:
- เปิดออเดอร์เฉพาะเมื่อพบการตั้งราคาผิดพลาด,
- หลีกเลี่ยงการเปิดโพซิชั่นที่เสี่ยงมากเกินไป และใช้โอกาสแบบเสี่ยงน้อยซ้ำๆ เพื่อสะสมกำไร
แม้ระบบอัตโนมัติจะครองสนามในระยะสั้น แต่ความรู้ วินัย และกลยุทธ์ที่อิงกับความน่าจะเป็นยังคงจำเป็นเพื่อให้มนุษย์อยู่รอดใน Polymarket และตลาดทายผลอื่นๆ อย่างยั่งยืน
Polymarket แสดงให้เห็นว่าบอทและ AI กำลังไปไกลกว่าแค่การทำกำไรล้าน USD เพราะพวกมันกำลังเปลี่ยนกติกาโดยพื้นฐาน และทิ้งให้เทรดเดอร์มนุษย์ต้องปรับตัว มิฉะนั้นก็อาจถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ท่ามกลางระบบนิเวศที่มีการเน้นระยะเวลา ความซ้ำซ้อน และความแม่นยำของอัลกอริธึมมากยิ่งขึ้น