นักลงทุนคริปโตได้สูญเสีย Bitcoin และ Litecoin มูลค่ารวมกว่า 282 ล้าน USD หลังจากตกเป็นเหยื่อกลโกงทางวิศวกรรมสังคมที่เกี่ยวข้องกับกระเป๋าฮาร์ดแวร์
เมื่อวันที่ 16 มกราคม นักสืบธุรกรรมบนบล็อกเชนอย่าง ZachXBT ได้เปิดเผยการขโมยครั้งใหญ่ ซึ่งมีรายงานว่าคนร้ายดูดเงินจากบัญชีของเหยื่อไปจำนวน 2.05 ล้าน Litecoin (LTC) และ 1,459 Bitcoin (BTC)
SponsoredMonero พุ่ง 36% หลังแฮกเกอร์เปลี่ยนคริปโตที่ขโมยมาเป็น privacy coin
บริษัทความปลอดภัยไซเบอร์ ZeroShadow ยืนยันว่าคนร้ายดำเนินการปล้นด้วยการแอบอ้างเป็นฝ่ายสนับสนุนลูกค้า Trezor โดย Trezor เป็นผู้ให้บริการกระเป๋าฮาร์ดแวร์รายใหญ่ที่มีผู้ใช้มากกว่า 2 ล้านคน
กลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้สามารถหลอกให้เหยื่อเปิดเผยวลี recovery seed ซึ่งเท่ากับว่ามอบสิทธิ์ในการควบคุมทรัพย์สินอย่างสมบูรณ์ให้คนร้าย
หลังจากเกิดเหตุข้อมูลรั่วไหลดังกล่าว คนร้ายก็เริ่มฟอกเงินที่ขโมยมาในทันที
ZachXBT รายงานว่าคนร้ายใช้บริการแลกเปลี่ยนแบบทันทีหลายแห่ง โดยเฉพาะ Thorchain เพื่อแปลง Bitcoin ที่ขโมยมาไปเป็น Ethereum, Ripple และ Litecoin
ขณะเดียวกัน การที่คนร้ายพึ่งพา Thorchain เป็นอย่างมาก ก็ทำให้เกิดเสียงวิจารณ์ต่อผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานแบบกระจายศูนย์รายนี้อย่างรุนแรง
ZachXBT ระบุว่าไม่ใช่ครั้งแรกที่ผู้ไม่หวังดีใช้แพลตฟอร์มนี้ในลักษณะเช่นนี้ ซึ่งบ่งชี้ว่าที่นี่ยังคงเป็นแหล่งโปรดสำหรับอาชญากรที่ต้องการเคลื่อนย้ายทรัพย์สินที่ขโมยมา
พร้อมกันนั้น แฮกเกอร์ยังแปลงเงินส่วนสำคัญเป็น Monero (XMR) ซึ่งเป็นโทเคนเน้นความเป็นส่วนตัวที่ออกแบบให้การทำธุรกรรมเป็นความลับ
ZeroShadow ได้ติดตามกระแสเงินออกและสามารถอายัดเงินกว่า 1 ล้าน USD ก่อนที่จะถูกแลกเป็น XMR กิจกรรมที่สามารถเล็ดรอดออกไปได้ อาจส่งผลให้ราคาของ XMR เพิ่มสูงขึ้น ZeroShadow กล่าว
ที่น่าสังเกตคือ การซื้อ XMR อย่างเร่งด่วนนี้ได้ส่งผลให้ราคาในตลาด Monero ปรับสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ข้อมูลจาก BeinCrypto แสดงให้เห็นว่าโทเคนนี้พุ่งขึ้นมากกว่า 36% ภายในช่วงเจ็ดวัน โดยแตะจุดสูงสุดใกล้ 800 USD จากนั้นมูลค่าสินทรัพย์ได้ปรับตัวลงมาราว 621 USD ในขณะที่รายงานข่าว
เหตุการณ์นี้ตอกย้ำวิกฤตความปลอดภัยที่กำลังขยายตัวในอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล โดยคนร้ายหันมาปรับเปลี่ยนยุทธวิธี และหันไปให้ความสำคัญกับวิศวกรรมสังคมและการแอบอ้างแบรนด์มากกว่าแฮ็กโค้ดทางเทคนิคในการหลอกเหยื่อ
บริษัทวิเคราะห์บล็อกเชน Chainalysis ได้ระบุแนวโน้มนี้ โดยรายงานว่า การหลอกลวงด้วยการแอบอ้างตัวตนมีจำนวนเพิ่มขึ้น 1,400% เมื่อเทียบปีต่อปี นอกจากนี้ บริษัทยังกล่าวว่าค่าเสียหายเฉลี่ยต่อเหตุการณ์เพิ่มขึ้นมากกว่า 600% อีกด้วย