ราคาของ Cardano ได้เข้าสู่ช่วงวิกฤต หลังจากยืนยันสัญญาณการปรับตัวลง ขณะนี้เหรียญได้สูญเสียแนวรับสำคัญไปแล้ว และโครงสร้างทางเทคนิคชี้ถึงความเสี่ยงขาลงที่ลึกยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม แม้ว่านักลงทุนรายใหญ่จะยังคงขายและเลี่ยงกลับเข้า แต่บรรดานักลงทุนรายย่อยต่างเร่งเข้าซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวลงอย่างมาก
สถานการณ์นี้ส่งผลให้ตลาดเกิดความแตกแยกที่อันตราย เพราะกลุ่มใหญ่ดูเหมือนกำลังถอยออก ในขณะที่นักลงทุนรายย่อยกลับเข้ามาอย่างคึกคัก ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่ว่า รายย่อยกำลังซื้อที่จุดต่ำสุดหรือกำลังเข้าสู่รอบขาลงถัดไปกันแน่
วาฬเทขาย ADA 120 ล้าน USD ก่อนราคาร่วง และยังไม่ซื้อคืน
ราคาของ Cardano ที่ปรับตัวลงเมื่อเร็ว ๆ นี้ เกือบ 5% ในช่วง 7 วันที่ผ่านมา ได้เกิดขึ้นโดยมีสัญญาณเตือนไว้ก่อนแล้ว กลุ่มวาฬรายใหญ่ที่สุดที่ถือ ADA ระหว่าง 100 ล้านถึง 1 พันล้านเหรียญ ได้เริ่มลดการถือครองก่อนที่โครงสร้างหัวไหล่จะถูกยืนยัน
ต้องการข้อมูลเจาะลึก token แบบนี้เพิ่มเติมใช่หรือไม่? สมัครรับจดหมายข่าว Daily Crypto จากบรรณาธิการ Harsh Notariya ได้ที่ ที่นี่
ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ กลุ่มนี้ถืออยู่ราว 2.54 พันล้าน ADA แต่ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ เหลือแค่ 2.42 พันล้าน ADA ซึ่งเท่ากับหายไปประมาณ 120 ล้าน ADA หรือประมาณ 30 ล้าน
การขายของกลุ่มนี้เริ่มขึ้นก่อนที่รูปแบบหัวไหล่จะยืนยันในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ หรือก็คือ วาฬได้ลดความเสี่ยงในช่วงที่รูปแบบนี้ยังสร้างตัวอยู่ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าพวกเขาคาดการณ์ว่าจะมีขาลงต่อไป ที่สำคัญ วาฬยังไม่ได้เริ่มกลับมาซื้อคืน
การขาดการสะสมสินทรัพย์ใหม่ในครั้งนี้สำคัญยิ่งกว่าตัวการขายเองเสียอีก เพราะเมื่อกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่คาดการณ์ว่าจะฟื้นตัว พวกเขามักจะเริ่มสะสมใกล้แนวรับ การที่พวกเขายังไม่กลับเข้าซื้อ สะท้อนสัญญาณความระมัดระวังที่ต่อเนื่อง
และประเด็นนี้ก็นำมาสู่คำถามสำคัญ หากวาฬยังคงไม่เข้าตลาด ทำไมนักลงทุนรายย่อยถึงได้เร่งซื้ออย่างหนัก?
การซื้อขายรายย่อยพุ่ง 640% แม้กำไรชี้ความเสี่ยงขาลงเพิ่ม
ข้อมูลการไหลออกของ exchange เผยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างมากในพฤติกรรมของนักลงทุนรายย่อย โดยในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ADA มีการไหลออกจาก exchange รวมประมาณ 344,450 USD แต่ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ การไหลออกพุ่งขึ้นเป็น 2.55 ล้าน USD ซึ่งแสดงถึงการเพิ่มขึ้นถึง 640% ภายในเวลาเพียงสองวัน
การไหลออกจาก exchange เกิดขึ้นเมื่อผู้ลงทุนถอนเหรียญไปยังกระเป๋าส่วนตัว โดยโดยปกติแล้วมักเป็นสัญญาณของการซื้อและถือครอง มากกว่าการเตรียมขาย นักลงทุนรายย่อยต่างก็เข้าซื้อในช่วงราคาตก ในขณะที่กลุ่มวาฬต่างก็ขายอย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม อีกหนึ่งตัวชี้วัดสำคัญชี้ว่าการปรับฐานอาจยังไม่จบลง ตัวชี้วัด Percent of Total Supply in Profit แสดงให้เห็นว่ามีซัพพลายหมุนเวียนส่วนใดที่มีกำไร โดยค่าชี้นี้ลดเหลือเพียง 6.06% ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบสามเดือน
หลังจากนั้นค่าดังกล่าวฟื้นตัวขึ้นมาราว 11% ก่อนจะร่วงลงอีกและปัจจุบันอยู่ใกล้ 8.45% แม้ว่าการทำกำไรจะยังอยู่ในระดับต่ำ แต่ก็ยังสูงกว่าจุดต่ำสุดล่าสุดประมาณ 40% โดยที่ข้อมูลนี้สำคัญเพราะตลาดมักปรับตัวลงต่อ เมื่ออัตรากำไรยังสูงกว่าระดับเปลี่ยนมืออย่างรุนแรง
ทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นว่า Cardano อาจยังมีโอกาสปรับตัวลดลงต่อไป
สาเหตุนี้สร้างข้อขัดแย้งที่ชัดเจน เพราะนักลงทุนรายย่อยต่างสะสมเหรียญอย่างต่อเนื่อง แต่กำไรและการวางโพสิชั่นของวาฬกลับสื่อถึงความระมัดระวังต่อเนื่อง ขณะนี้ กราฟราคา ADA จึงแสดงโอกาสในการแก้ปัญหาความขัดแย้งนี้
ราคา Cardano มีเป้าหมายที่ USD0.23 หากขาขึ้นไม่สามารถยึดแนวต้านสำคัญคืนได้
Cardano ยืนยันสัญญาณการหลุดแนวรับจากรูปแบบ head-and-shoulders บนกราฟ 8 ชั่วโมง โดยรูปแบบนี้มักสื่อว่าตลาดเปลี่ยนจากการสะสมสู่การกระจาย และบ่อยครั้งนำไปสู่ขาลงต่อเนื่อง
Cardano เพิ่งเสียแนวรับสำคัญ ที่ 0.266 USD และกำลังซื้อขายใกล้ระดับ 0.265 USD โดยแนวรับนี้ไม่สามารถช่วยให้ราคาฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่ง แม้แต่ Smart Money Index (SMI) ที่ติดตามโพสิชั่นของนักลงทุนที่มีข้อมูลก็ยังเริ่มแตกต่างไปจากสัญญาณ เมื่อราคา ADA หลุดแนวรับ โดยรูปแบบนี้สอดคล้องกับความสงสัยของวาฬและชี้ให้เห็นว่าการฟื้นตัวแบบทันทีอาจไม่เกิดขึ้นดังที่นักลงทุนรายย่อยคาดหวัง
แนวรับถัดไปอยู่ใกล้ USD0.259
ถ้าระดับนี้พังลง Cardano อาจร่วงลงสู่ USD0.233 ซึ่งหมายถึงการขาดทุนเพิ่มเติมอีก 12% จากระดับปัจจุบัน และสอดคล้องกับการคาดการณ์ตามรูปแบบการปรับฐาน ทั้งนี้โครงสร้างโดยรวมยังคงมีทิศทางขาลง เว้นแต่ Cardano จะสามารถยืนเหนือแนวต้านที่สูงขึ้นได้
สัญญาณแรกของความแข็งแกร่งจะปรากฏก็ต่อเมื่อ Cardano ฟื้นตัวเหนือ USD0.276 อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแนวโน้มเป็นขาขึ้นอย่างแท้จริง ต้องเคลื่อนผ่าน USD0.293 ไปให้ได้ ก่อนหน้านี้แนวโน้มจึงยังเอียงไปทางขาลงต่อ