ยอดเงินไหลเข้าสู่กองทุนคริปโตชะลอลงเหลือเพียง 230 ล้าน USD เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากเกิดการไหลออก 405 ล้าน USD ภายหลังการประชุม FOMC พลิกกลับจากการเพิ่มขึ้น 635 ล้าน USD เมื่อต้นสัปดาห์
สัปดาห์ก่อนหน้านั้นมีการบันทึกยอดเงินไหลเข้า 1.06 พันล้าน USD ซึ่งเป็นสัปดาห์ที่สามติดต่อกันที่มีทิศทางบวก โดยมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารของ ETP รวมอยู่ที่ 140 พันล้าน USD
เงินไหลเข้าสินทรัพย์คริปโตลดเหลือ 230 ล้าน USD
หลังจากที่สัปดาห์ก่อนหน้านี้มีเงินไหลเข้าในตลาดคริปโต 1.06 พันล้าน USD ผลิตภัณฑ์การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลกลับมีเงินไหลเข้าเพียง 230 ล้าน USD เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
ยอดเงินไหลเข้าที่ลดลง 78% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน ชี้ให้เห็นว่าความต้องการลงทุนในคริปโตของสถาบันขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ย ไม่ใช่แค่ปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์เท่านั้น เนื่องจากปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นหลังธนาคารกลางสหรัฐฯ ส่งสัญญาณชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ย โดยเหลือโอกาสลดดอกเบี้ยอีกเพียงหนึ่งครั้งในปี 2026 ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อมูลค่าสินทรัพย์เสี่ยงโดยรวม
…เรามองว่าสาเหตุที่เป็นไปได้มากกว่านั้น คือการที่ตลาดตีความคำว่า “ชะลออย่างแข็งกร้าว” จากการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ เมื่อวันพุธ รายงาน CoinShares ระบุไว้ในข้อความตอนหนึ่ง
อัตรา funding สำหรับ Bitcoin (BTC) สัญญาซื้อขายล่วงหน้าแบบ Perpetual ที่ติดลบตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม สะท้อนถึงท่าทีระมัดระวังแม้จะมีเงินไหลเข้าสุทธิ
BTC ได้รับเงินไหลเข้าสูงสุดคิดเป็น 219 ล้าน USD จากยอดรวม 230 ล้าน USD ในขณะที่ผลิตภัณฑ์ short-BTC ดึงเงิน 6 ล้าน USD ไปพร้อมกัน Solana (SOL) เพิ่มขึ้นอีก 17 ล้าน USD ต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 7 รวมเป็น 136 ล้าน USD ที่ CoinShares
Ethereum (ETH) มียอดเงินไหลออก 27.5 ล้าน USD ซึ่งเป็นการหยุดสถิติเกมีเงินไหลเข้า 3 สัปดาห์ที่เกี่ยวข้องกับการเปิดตัว ETF ETHB ของ BlackRock
สหรัฐอเมริกานำเป็นอันดับหนึ่งด้านจำนวนเงินไหลเข้าที่ 153 ล้าน USD ตามด้วยเยอรมนี (30.2 ล้าน USD) และสวิตเซอร์แลนด์ (27.5 ล้าน USD) ขณะที่ Chainlink (LINK) ได้เงิน 4.6 ล้าน USD และ Hyperliquid (HYPE) ดึงดูด 4.5 ล้าน USD
กองทุนสินทรัพย์ดิจิทัลมียอดเงินไหลเข้าสุทธิต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่สี่ โดยรวมแล้วอยู่ที่ประมาณ 2.5 พันล้าน USD นับตั้งแต่เกิดวิกฤตอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์