Prenetics Global Limited บริษัทวิทยาศาสตร์สุขภาพซึ่งเชื่อมโยงกับ David Beckham ได้ประกาศว่าจะหยุดซื้อ Bitcoin ในปี 2026 ซึ่งเป็นการถอยห่างอย่างชัดเจนจากกลยุทธ์การถือครอง Bitcoin ในคลังบริษัทที่ได้รับความนิยมช่วงก่อนหน้านี้
บริษัทได้ยืนยันว่าได้ยุติการซื้อ Bitcoin รายวันในเดือนธันวาคม 2025 และจะไม่เข้าซื้อสินทรัพย์เพิ่มเติมอีก ทั้งนี้ Prenetics จะยังคงถือครอง Bitcoin ที่มีอยู่เดิมต่อไป กลยุทธ์ใหม่นี้สะท้อนให้เห็นถึงการทบทวนแนวทางที่เกิดขึ้นในหลายบริษัทมหาชน หลังจากที่ราคาของ Bitcoin ปรับลดลงช่วงปลายปี 2025
ตลาดหมี Bitcoin ทำให้บริษัทจดทะเบียนลังเล
การร่วงลงอย่างรุนแรงของ Bitcoin ในเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม 2025 ส่งผลกระทบต่อ บริษัทที่ใช้บัญชีงบดุลเพื่อเข้าลงทุนคริปโต อย่างมาก โดยอาจเห็นผลกระทบชัดที่สุดที่ MicroStrategy ซึ่งราคาหุ้นตกต่ำมากกว่าราคา Bitcoin เองในช่วงที่ราคาลดลง
ความแตกต่างนี้ชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง เพราะกลยุทธ์ Bitcoin ที่ใช้เงินจากการเพิ่มทุน อาจขยายความสูญเสียในภาวะตลาดขาลงผ่านเลเวอเรจ การลดสัดส่วนหุ้น และอารมณ์ของนักลงทุนที่เปลี่ยนแปลง
เมื่อ Bitcoin ปรับตัวลง ราคาหุ้นของ MicroStrategy ก็เพิ่มความรุนแรงต่อการลดลงนี้ด้วย โดย MSTR ร่วงลงมากกว่า 60% ในช่วงหกเดือนที่ผ่านมา ซึ่งทำให้เกิดความกังวลมากขึ้นว่าการเปิดรับความเสี่ยงผ่านคลังบริษัทจะเปลี่ยนบริษัทที่ดำเนินงานกลายเป็นตัวแทนคริปโตที่ผันผวนสูง
สำหรับบริษัทที่ไม่ได้อยู่ในธุรกิจคริปโต ความผันผวนนี้นำมาซึ่งความเสี่ยงต่อภาพลักษณ์และการกำกับดูแล เพราะคณะกรรมการบริหารจำเป็นต้องชี้แจงการตัดสินใจจัดสรรเงินทุนให้แก่ผู้ถือหุ้น ซึ่งอาจต้องการมองเห็นการใช้เงินสดที่มีความแน่นอนมากกว่าความเสี่ยงในสินทรัพย์ที่มีวัฏจักรสูง
ในบริบทนี้ การตัดสินใจของ Prenetics จึงดูเหมือน ไม่ใช่การละทิ้ง Bitcoin อย่างสิ้นเชิง แต่เป็นการจำกัดความเสี่ยงบนงบดุลมากกว่า
Prenetics ยังคงมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ Beckham ผ่าน IM8 แบรนด์สุขภาพและความยั่งยืนระดับพรีเมียมที่ร่วมก่อตั้งกับอดีตนักฟุตบอลชื่อดัง
ด้วยรายได้ของ IM8 ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้การประเมินความเสี่ยงและผลตอบแทนของบริษัทหันไปมุ่งเน้นการขยายธุรกิจมากกว่าการจัดการทางการเงิน
เมื่อหยุดการซื้อ Bitcoinในอนาคต Prenetics จึงลดการเปิดรับความผันผวนของตลาดคริปโต ขณะเดียวกันยังคงมีทางเลือกผ่าน Bitcoin ที่ถืออยู่
การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงแนวโน้มความตื่นตัวใน Bitcoin ของภาคธุรกิจที่ลดลงในวงกว้าง โดยในช่วงที่ตลาดมีความผันผายปลายปี 2025 นั้น แม้การถือ Bitcoin ไว้ในคลังสามารถช่วยเพิ่มผลตอบแทนได้ในตลาดขาขึ้น แต่ในทางกลับกัน ก็อาจนำไปสู่ความเสี่ยงขาดทุนอย่างมากเมื่อตลาดมีการปรับฐานด้วยเช่นกัน