ราคาของ Ethereum ลดลงประมาณ 1.3% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา และลดลงเกือบ 10% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะนี้สิ่งนี้ไม่ใช่แค่ความผันผวนในระยะสั้นอีกต่อไป โดยบนกราฟรายวัน ราคา ETH ได้หลุดต่ำกว่าระดับ neckline สำคัญแล้ว ซึ่งส่งสัญญาณโครงสร้างขาลงและเตือนถึงความเสี่ยงขาลงอีก 20% หากแนวรับแตก
ในขณะเดียวกัน มีปัจจัยใหม่เกิดขึ้น โดยมีเงินทุนหมุนเวียนจาก Bitcoin เข้าสู่ Ethereum ช่วยกระตุ้นให้รีบาวด์ในระยะสั้นเกิดขึ้น ทั้งนี้ การหมุนเวียนนี้จะเปลี่ยนสถานการณ์เป็นกับดักขาลงหรือไม่นั้น ตอนนี้ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นผู้ซื้อจริง ใครขายใส่แรงซื้อ และระดับราคาต่อไปที่สามารถยืนอยู่ได้
Ethereum ร่วงแต่การสลับ BTC เป็น ETH ดันดีดกลับ
Ethereum ได้สร้าง โครงสร้าง head-and-shoulders ขนาดใหญ่บนกราฟรายวันตั้งแต่ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน โดยรูปแบบนี้มักบ่งชี้ถึงการกลับตัวขาลง เมื่อราคา ETH หลุดต่ำกว่า neckline ซึ่งเป็นแนวรับสุดท้ายที่ประคองโครงสร้างนี้ไว้
Sponsoredการหลุดแนวรับนี้เกิดขึ้นในวันที่ 25 มกราคม เมื่อ Ethereum หลุดต่ำกว่าแนวรับ USD 2,880 และดิ่งลงสู่โซน USD 2,780 ชั่วขณะ และเมื่อพิจารณาจากความสูงของแพทเทิร์น การหลุดนี้จึงส่งสัญญาณโอกาสขาลงกว่า 20% หากแรงขายเร่งตัวขึ้น
อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวนี้ไม่ได้ต่อเนื่องทันที เพราะเมื่อแตะระดับต่ำสุด Ethereum ก็รีบาวด์ขึ้นมาประมาณ 4–5%
ต้องการข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับเหรียญมากขึ้นใช่หรือไม่ สมัครรับจดหมายข่าว Daily Crypto โดยบรรณาธิการ Harsh Notariya ที่นี่.
การรีบาวด์ครั้งนี้สอดคล้องกับกระแสเงินทุนที่ชัดเจนจาก Bitcoin สู่ Ethereum ส่งผลให้ปรากฏธุรกรรม swap ปริมาณมากบนเชน ซึ่งลดการถือครอง BTC เพื่อเพิ่ม ETH
การหมุนเวียนเช่นนี้มักเกิดขึ้นใกล้จุดต่ำแถวๆ โลคัล โดยเทรดเดอร์จะโยกเงินทุนไปยังสินทรัพย์ที่ปรับฐานหนักแล้ว หวังเล่นรีบาวด์กลับสู่ค่าเฉลี่ย อย่างไรก็ดีแค่การหมุนเวียนไม่ใช่ตัวกำหนดแนวโน้มที่แท้จริง เพื่อเข้าใจว่าการรีบาวด์นี้คือแนวรับจริงหรือเป็นเพียงจุดพัก ตัวแปรสำคัญคือใครที่เข้าร่วมในตลาด
Sponsored Sponsoredวาฬขายเมื่อราคาดีดตัว นักลงทุนระยะยาวเข้าซื้อ
พฤติกรรมของวาฬช่วยอธิบายสาเหตุว่าทำไมการรีบาวด์จึงยังขาดแรงส่งที่แข็งแกร่ง โดยวาฬซึ่งหมายถึงผู้ถือรายใหญ่ที่ไม่ใช่กระดานแลกเปลี่ยน ได้ใช้จังหวะนี้เพื่อลดสถานะลงเล็กน้อยแทนที่จะสะสมเพิ่ม
นับตั้งแต่เริ่มฟื้นตัว อุปทาน Ethereum ที่อยู่ในมือของวาฬ ได้ลดลงจากประมาณ 100.24 ล้าน ETH เหลือประมาณ 100.20 ล้าน ETH แม้จะไม่ใช่การขายอย่างรุนแรง แต่ก็แสดงให้เห็นว่าวาฬไม่ได้มองว่าช่วงฟื้นตัวนี้เป็นโซนสะสมที่แข็งแกร่ง ตรงกันข้าม พวกเขากลับระมัดระวัง ใช้โอกาสในช่วงแข็งแกร่งเพื่อลดความเสี่ยง
ประเด็นนี้จึงนำไปสู่คำถามสำคัญ หากวาฬไม่ได้เป็นผู้นำการฟื้นตัว เหตุใดราคาจึงยังไม่ร่วงลงอีกครั้ง?
คำตอบมาจากผู้ถือครองระยะยาว กลุ่มผู้ถือครอง 6–12 เดือนได้เพิ่มสัดส่วนขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกลุ่มนี้สะท้อนถึงนักลงทุนที่มีความเชื่อมั่นสูงและตอบสนองต่อความผันผวนระยะสั้นน้อย ตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม กลุ่มนี้เติบโตจากประมาณ 17.23% ของอุปทานเป็นราว 18.26%
กล่าวโดยสรุป วาฬ ETH ขายเมื่อราคาดีดตัว แต่ผู้ถือครองระยะยาวต่างทยอยซื้อเมื่อราคาลดลง การถ่ายโอนอุปทานนี้อธิบายได้ชัดเจนว่า ทำไม Ethereum จึงทรงตัวได้หลังจากเกิดการปรับฐาน แทนที่จะร่วงทันที และยังเป็นการปูทางสู่ชั้นความเสี่ยงถัดไปคือ ตำแหน่งอนุพันธ์
การแออัดของสถานะ short เพิ่มความเสี่ยง bear-trap ขณะราคา Ethereum ทดสอบระดับสำคัญ
ข้อมูลอนุพันธ์แสดงให้เห็นว่าทำไมตลาดจึงอ่อนไหวอย่างยิ่งต่อการเคลื่อนไหวของราคาเพียงเล็กน้อย ตัวชี้วัด Liquidation leverage แสดงระดับการบังคับซื้อหรือขาย หากราคา ETH ขยับไปถึงจุดหนึ่ง
ในตลาดสัญญา perpetual ETH-USDT ของ Binance มูลค่ารวมการลิควิดฝั่งชอร์ตเจ็ดวันถัดไปอยู่ที่ใกล้ 1.69 พันล้าน USD ขณะที่ฝั่งลองอยู่ราว 700 ล้าน USD หมายความว่าออเดอร์ชอร์ตมีมากกว่าลองเกิน 100% อย่างชัดเจน
เมื่อเทรดเดอร์จำนวนมากต่างถือสถานะขาลงหลังการหลุดแนวรับ แม้ราคา ETH จะปรับขึ้นเพียงเล็กน้อย ก็อาจทำให้ผู้ขายชอร์ตต้องปิดสถานะด้วยการซื้อ ETH กลับซึ่งผลักดันราคาให้สูงขึ้นผ่านการ short squeeze
Sponsored Sponsoredปัจจุบันจุดสำคัญบนกราฟจะเป็นตัวกำหนดว่าราคาจะกลายเป็น bear trap หรือจะเคลื่อนลงต่อไปอีก
ถ้า Ethereum ขึ้นไปเหนือ 3,020 USD จะทำให้ตำแหน่งชอร์ตส่วนใหญ่ถูก liquidate และอาจมีการปิดชอร์ตมากกว่า 700 ล้าน USD และถ้าทะลุเหนือระดับนั้นไปที่ 3,170 USD และ 3,270 USD จะเป็นโซน squeeze ถัดไป ซึ่งหากราคาทะลุ 3,270 USD ได้หมดแรงกดดันจากฝั่งชอร์ตในรอบนี้ก็จะหมดลง
อย่างไรก็ตาม หากโครงสร้างขาลงจะอ่อนแรงอย่างมีนัยสําคัญ Ethereum จำเป็นต้องกลับมายืนเหนือ 3,410 USD ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของไหล่ขวา
ในทางตรงกันข้าม ความเสี่ยงยังคงชัดเจน เพราะถ้าราคาเสียแนวรับ 2,780 USD จะยืนยันการหลุดเส้น neckline และเปิดทางไปสู่เป้าหมายลบ 20% แถว 2,300 USD (2,290 USD อย่างแม่นยำ)
Ethereum ตอนนี้กำลังติดอยู่ระหว่างโครงสร้างราคาและการวางสถานะ โดยกราฟเตือนถึงโอกาสร่วงอีก 20% และวาฬยังไม่เข้าซื้ออย่างจริงจัง ขณะเดียวกันผู้ถือระยะยาวต่างสะสมต่อเนื่องและนักชอร์ตมีจํานวนมาก
หากมีการหมุนเงินจาก Bitcoin ต่อไปและราคาสามารถยืนเหนือ 3,020 USD ตลาดก็อาจพลิกกลับอย่างรวดเร็วจากการซื้อกลับที่บังคับ แต่ถ้าล้มเหลวและรับ 2,780 USD แตกอีกครั้ง แนวโน้มขาลงยังคงมีอยู่เต็มที่