ย้อนกลับ

สงครามราคาน้ำมันดันเบี้ยความเสี่ยงขึ้น USD82 — จุดเริ่มต้นหรือจุดสูงสุด?

เลือกเราใน Google
author avatar

เขียนโดย
Ananda Banerjee

editor avatar

แก้ไขโดย
Harsh Notariya

02 มีนาคม พ.ศ. 2569 21:15 ICT
  • ความขัดแย้งตะวันออกกลางดันเบรนท์แตะ USD82
  • ดอกเบี้ยคงค้างที่เพิ่มขึ้นยืนยันการเข้าร่วมตลาดฟิวเจอร์สที่แข็งแกร่ง
  • โอเปกเพิ่มอุปทานและค่า USD แข็งค่าก่อความเสี่ยง
Promo

ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วในสัปดาห์นี้ หลังจากเกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้สัญญาซื้อขายน้ำมันดิบเบรนท์ล่วงหน้า (ICEEUR:BRN1!) ขยับขึ้นเป็น 82 USD ถือเป็นความผันผวนที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายเดือน โดยเบรนท์เป็นน้ำมันมาตรฐานโลกที่ใช้กำหนดราคาน้ำมันดิบระหว่างประเทศ จึงเป็นตัวชี้วัดที่ชัดเจนที่สุดต่อปฏิกิริยาราคาน้ำมันเมื่อเกิดความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์

การพุ่งขึ้นนี้สามารถติดตามได้ผ่านกราฟ CFD (สัญญาซื้อขายส่วนต่าง) ซึ่งสะท้อนโครงสร้างราคาแต่ไม่ใช่การเปิดสถานะจริง อย่างไรก็ตาม ข้อมูลฟิวเจอร์สจาก ICE Futures Europe ยืนยันว่าเทรดเดอร์ตัวจริงได้เข้าสู่ตลาด ซึ่งเป็นการยืนยันการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันว่าเกิดจากทั้งปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และการปรับสถานะของผู้เล่นในตลาด

ราคาน้ำมันพุ่งกับ USD แข็งค่า กดดันตลาดที่ USD 82

ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นจากประมาณ 72 USD สู่ 82 USD หลังสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลโจมตีอิหร่าน การตอบโต้ในครั้งนี้สร้างความกังวลเรื่องการหยุดชะงักของเส้นทางขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางหลักโดยมีน้ำมันโลกราวหนึ่งในห้าส่งผ่านช่องดังกล่าว การปรับราคาครั้งนี้ทำให้เกิดค่าพรีเมียมสงคราม หมายความว่าเทรดเดอร์ต่างผลักดันราคาน้ำมันให้สูงขึ้นเพราะคาดว่าจะเกิดความเสี่ยงด้านอุปทาน แม้ไม่มีการขาดแคลนในทันที

ผู้สนับสนุน
ผู้สนับสนุน

เหตุการณ์ช็อกนี้กระตุ้นให้เบรนท์เปิดกระโดดขึ้น ซึ่งปกติการเคลื่อนไหวแบบนี้มักเผชิญความตึงเครียงในช่วงแรก เพราะตลาดมักจะย้อนกลับมาทดสอบช่วงกระโดดบางส่วนก่อนมีแนวโน้มต่อไปในทิศทางเดิม

ความตึงเครียดนั้นเกิดขึ้นใกล้ 82 USD เมื่อราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวลงมาที่ 79 USD

แท่งเทียนล่าสุดปิดสีแดงพร้อมกับปริมาณการซื้อขายที่สูงขึ้น การที่ปริมาณสีแดงสูงสะท้อนว่ามีการซื้อขายมากขึ้นในช่วงที่ราคาน้ำมันปรับฐานหลังการเปิดกระโดด แสดงถึงแรงขายที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ปริมาณการซื้อขายสูงสำหรับฟิวเจอร์สเบรนท์
ปริมาณธุรกรรมสูง: TradingView

ขณะเดียวกัน ดัชนี USD (DXY) ซึ่งวัดความแข็งแกร่งของดอลลาร์เทียบกับสกุลหลัก ๆ ก็ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน และเนื่องจากน้ำมันซื้อขายทั่วโลกด้วย USD เมื่อค่าเงินแข็งค่าน้ำมันจะยิ่งแพงสำหรับผู้ซื้อในต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นสัญญาณขาลง

DXY ปรับขึ้น
DXY ปรับขึ้น: TradingView

แต่อีกหนึ่งตัวชี้วัดสำคัญเผยภาพรวมที่ครบถ้วนมากขึ้น โดย Open interest หรือ OI ได้เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดสำหรับฟิวเจอร์สน้ำมันเบรนท์ (ICEEUR:BRN1!) การเพิ่มขึ้นของ Open interest หมายถึงมีเทรดเดอร์รายใหม่เข้าสู่ตลาด ไม่ใช่เพียงแค่ปิดสถานะ นี่จึงเป็นการยืนยันแนวโน้มขาขึ้นในระยะสั้น

ราคาน้ำมันและปริมาณสัญญาคงค้าง
ราคาน้ำมันและปริมาณสัญญาคงค้าง: TradingView
ผู้สนับสนุน
ผู้สนับสนุน

ข้อมูลนี้แสดงให้เห็นว่า ราคาน้ำมันไม่ได้ลดลงเพราะขาดความสนใจ แต่ในทางกลับกัน ตลาดกำลังดูดซับแรงขายขณะที่มียอดการเปิดสถานะใหม่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม เทรดเดอร์จำเป็นต้องจับตาดูปริมาณสัญญาคงค้างที่เริ่มทรงตัว

ราคาปรับตัวสูงขึ้นในขณะที่ปริมาณสัญญาคงค้างไม่เพิ่มขึ้น หมายความว่าการเคลื่อนไหวอาจเกิดจากการปิดสถานะชอร์ตมากกว่าการซื้อใหม่ ดังนั้นแนวโน้มจะอ่อนแอและอาจไม่ยั่งยืน

ซาอุดีอาระเบียเพิ่มอุปทาน OPEC เสี่ยงในอนาคต แม้สงครามผลักดันราคา USD ปัจจุบัน

ในขณะเดียวกัน OPEC หรือองค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน ประกาศว่าจะเพิ่มกำลังการผลิต 206,000 บาร์เรลต่อวันตั้งแต่เดือนเมษายน OPEC เป็นกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่ควบคุมอุปทานโลกจำนวนมาก

โดยปกติแล้ว เมื่ออุปทานสูงขึ้น ราคาน้ำมันจะลดลงเพราะน้ำมันมีให้ใช้มากขึ้น

แต่ราคาน้ำมันยังคงเพิ่มขึ้น เนื่องจากความเสี่ยงจากสงครามส่งผลกับอุปทานทันที ขณะที่การเพิ่มผลผลิตของ OPEC จะเกิดขึ้นภายหลัง ทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างความกังวลด้านอุปทานระยะสั้น และการเติบโตของอุปทานในระยะยาว

ช่องแคบฮอร์มุซยังคงเป็นจุดศูนย์กลางของความเสี่ยงนี้ แม้เพียงความเป็นไปได้ของการหยุดชะงักก็เพียงพอที่จะทำให้เทรดเดอร์ต่างระวังและคงแรงกดดันราคาน้ำมันให้สูงขึ้น ทั้งหมดนี้เป็นสาเหตุให้ปริมาณสัญญาคงค้างเริ่มทรงตัว และเกิดแรงขายหลังจากราคาเปิดกระโดดขึ้น เพราะทุกคนยังคงระวังที่จะไล่ซื้อราคาน้ำมันในขณะที่ความเสี่ยงต่อการเปลี่ยนแปลงกระทันหันของอุปทานและเศรษฐกิจมหภาคยังคงสูงอยู่

การวางสถานะฟิวเจอร์สบ่งชี้ว่าตลาดเตรียมพร้อมสำหรับการเคลื่อนไหวราคาน้ำมันที่ใหญ่ขึ้น

สัญญาซื้อขายล่วงหน้าแสดงให้เห็นว่า การเบรกเอาท์ของราคาน้ำมันนั้นดึงดูดการมีส่วนร่วมอย่างแข็งแกร่ง การเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนของปริมาณสัญญาคงค้างในน้ำมันดิบเบรนท์ (ICEEUR: BRN1!) ยืนยันว่าเทรดเดอร์ต่างเปิดสถานะใหม่อย่างจริงจังเมื่อความผันผวนเพิ่มขึ้น

แนวโน้มการเปิดสถานะนี้กำลังขยายไปไกลกว่าตลาดแบบดั้งเดิม แพลตฟอร์มอย่าง Aster ซึ่งเป็นตลาดอนุพันธ์บนคริปโต ได้เปิดตัวสัญญาฟิวเจอร์สน้ำมันแบบ Perpetual แล้ว

การซื้อขายน้ำมันที่เพิ่มขึ้นบนแพลตฟอร์มคริปโตแสดงให้เห็นถึงการกระจายการเปิดสถานะในวงกว้าง นี่สะท้อนถึงทิศทางของตลาดการเงินโดยรวม

สำหรับระดับราคาน้ำมันที่สำคัญจะถูกติดตามด้วย Brent crude CFD ขณะที่ Brent crude oil Futures จะใช้ติดตามปริมาณและสัญญาคงค้าง

แนวต้านสำคัญ
แนวต้านสำคัญ: TradingView

จากกราฟ แนวต้านแรกยังคงอยู่ที่ USD 82 ซึ่งสอดคล้องกับการกลับตัวของ Fibonacci (ดังที่จะกล่าวถึงภายหลัง)

หากราคาน้ำมันทะลุขึ้นเหนือ USD 82 เป้าหมายถัดไปจะเป็น USD 85 อ้างอิงจากการคาดการณ์แนวโน้มขาขึ้นจากการเบรกกรอบขาขึ้น และเหนือจากนั้นแนวต้านถัดไปจะอยู่ที่ USD 93 และ USD 104 หากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ยังคงมีต่อไป ปัจจัยเสริมความแข็งแกร่งในขณะนี้คือ ตำแหน่งของเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ Exponential Moving Average (EMA)

เส้นนี้วัดราคาตามระยะเวลาโดยให้น้ำหนักกับข้อมูลล่าสุดมากกว่า และเมื่อไม่นานมานี้ได้ยืนยันสัญญาณ golden crossover ที่เส้น EMA 50 วัน ตัดขึ้นเหนือเส้น EMA 200 วัน ซึ่งเคยนำหน้าการขึ้นราคาครั้งล่าสุด เส้น EMA 100 วันในขณะนี้กำลังเพิ่มขึ้นเข้าหา EMA 200 วัน แสดงถึงแรงสนับสนุนแนวโน้มที่แข็งแกร่งขึ้น

รูปแบบ EMA
รูปแบบ EMA: TradingView

ถ้าสัญญาณขาขึ้นนี้ได้รับการยืนยัน เป้าหมายที่ USD 85 ตามการคาดการณ์กรอบขาขึ้นอาจเกิดขึ้นก่อน

อย่างไรก็ตาม ระดับแนวรับที่สำคัญที่สุดอยู่ที่ USD 75

วิเคราะห์ราคาน้ำมันดิบ
วิเคราะห์ราคาน้ำมันดิบ: TradingView

ถ้าราคาน้ำมันร่วงต่ำกว่า USD 75 ก็อาจปรับลงไปสู่ USD 73 และ USD 71 อย่างไรก็ตาม โครงสร้างขาขึ้นจะอ่อนตัวเฉพาะกรณีที่มีข่าวเจรจาสันติภาพและการหลุดระดับ USD 67

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ

หมายเหตุบรรณาธิการ: เนื้อหาต่อไปนี้ไม่ได้สะท้อนถึงมุมมองหรือความคิดเห็นของ BeInCrypto มันจัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้นและไม่ควรถูกตีความว่าเป็นคำแนะนำทางการเงิน กรุณาทำการวิจัยของคุณเองก่อนที่จะทำการตัดสินใจลงทุนใดๆ ทั้งนี้เป็นไปตาม แนวทางของ Trust Project และโปรดตรวจสอบ ข้อกำหนดและเงื่อนไข, นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อจำกัดความรับผิดชอบ ของเรา

ผู้สนับสนุน
ผู้สนับสนุน