ย้อนกลับ

Pi Coin เบรกเอาท์เกิดขึ้นแล้ว — การพุ่งขึ้นถึง USD0.27 ใกล้หมดแรงหรือยัง

เลือกเราใน Google
author avatar

เขียนโดย
Ananda Banerjee

editor avatar

แก้ไขโดย
Harsh Notariya

08 มีนาคม พ.ศ. 2569 11:04 ICT
  • Pi coin บุกทะลุแนวต้าน แต่เกิด bearish divergence ทำให้ราคาร่วงแรง 14%
  • RSI, CMF และ MFI อ่อนแรงก่อนที่ผู้ขายจะปฏิเสธ Pi Coin ที่ราคา USD0.239
  • Pi coin ต้องยืนระดับ USD0.224 และ USD0.239 เพื่อรักษาเป้าหมาย USD0.272
Promo

Pi Coin ได้ส่งสัญญาณทะลุกรอบที่เราได้พูดถึงก่อนหน้านี้ เมื่อสามารถผ่านระดับ USD0.204 ซึ่งเป็นเส้น neckline ของแพทเทิร์น cup-and-handle อย่างไรก็ตาม การพุ่งขึ้นนี้กลับเจอแรงต้านสำคัญบริเวณ USD0.239 ซึ่งผู้ขายเข้ามาอย่างรุนแรง

แรงกดดันดังกล่าวทำให้ Pi Coin ร่วงลงอย่างรวดเร็ว โดยลากราคากลับลงมาใกล้ระดับ USD0.204 อีกครั้ง ก่อนที่ผู้ซื้อจะพยายามประคองโครงสร้างราคาไว้ ในขณะที่เขียนบทความนี้ Pi Coin ซื้อขายอยู่บริเวณ USD0.209 ขณะที่นักเทรดต่างจับตาดูว่าโครงสร้างขาขึ้นในภาพรวมจะสามารถรับมือกับการย่อตัวครั้งล่าสุดนี้ได้หรือไม่

สัญญาณ Bearish Divergence ทำให้ราคา PI ย่อตัว

Relative Strength Index (RSI) ช่วยวัดความแข็งแกร่งและความรวดเร็วของการเคลื่อนไหวของราคา นักเทรดใช้เพื่อวิเคราะห์ว่าฝ่ายผู้ซื้อหรือผู้ขายกำลังควบคุมตลาด ระหว่างวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ถึง 7 มีนาคม ราคาของ Pi Coin ได้สร้างจุดสูงขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่ แนวโน้มขาขึ้นของ PI ที่มีการคาดการณ์ไว้ กำลังดำเนินต่อไป

ผู้สนับสนุน
ผู้สนับสนุน

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น RSI กลับสร้างจุดสูงใหม่ในระดับที่ต่ำลงแม้จะยังอยู่ในโซนซื้อมากเกินไปก็ตาม

รูปแบบนี้เรียกว่า มาตรฐานของการเกิด bearish divergence

โดยปกติแล้ว จะเกิดขึ้นเมื่อราคายังคงปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง แต่โมเมนตัมการซื้อเริ่มอ่อนแรงลง พูดง่าย ๆ ก็คือ ตลาดยังคงไต่ระดับขึ้น แต่แรงขับเคลื่อนเริ่มจางหายไป ซึ่งนั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นในกรณีนี้

อยากได้ข้อมูลเชิงลึกของ token แบบนี้เพิ่มเติมใช่ไหม? สมัครรับจดหมายข่าว Crypto รายวัน จาก Editor Harsh Notariya ได้ ที่นี่

โครงสร้าง Pi Coin
โครงสร้าง Pi Coin TradingView

แม้ว่า Pi Coin จะสามารถขยับขึ้นไปแตะ USD0.239 ได้ แต่ RSI ที่อ่อนกำลังลงก็สื่อให้เห็นว่าผู้ซื้อต่างค่อย ๆ สูญเสียพลังซื้อ สัญญาณดังกล่าวได้รับการยืนยัน เมื่อแท่งเทียน 8 ชั่วโมงถัดมาในวันที่ 8 มีนาคม นำการปรับฐานลงแรงถึง 14% ทำให้ราคาปรับลดลงไปใกล้บริเวณจุดทะลุกรอบ

แตกต่างจาก hidden divergence ซึ่งโดยปกติจะสนับสนุนการต่อเนื่องของแนวโน้มเดิม มาตรฐานของ bearish divergence มักจะนำไปสู่แรงย่อตัวขยายหรือการชะลอตัวของเทรนด์ สำหรับกรณีของ Pi Coin แนวโน้มขาขึ้นที่เริ่มต้นตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์จนถึงต้นมีนาคมนั้น เกือบจะกลับทิศทางก่อนที่ผู้ซื้อจะเข้ามาใกล้บริเวณเส้น neckline

ตัวชี้วัดกระแสเงินสดยืนยันแรงซื้ออ่อน

ตัวชี้วัดเงินทุนหมุนเวียนได้ส่งสัญญาณล่วงหน้าแล้วว่าการปรับขึ้นของ PI กำลังสูญเสียความแข็งแกร่งภายในก่อนเกิดการปรับฐาน เครื่องมือ Chaikin Money Flow (CMF) ใช้วัดเงินทุนไหลเข้าออกของสินทรัพย์ โดยรวมการเคลื่อนไหวของราคากับปริมาณการซื้อขายเข้าด้วยกัน ซึ่งนิยมใช้เป็นตัวแทนบ่งชี้เงินทุนขนาดใหญ่ที่ไหลเข้าสู่ตลาด

ระหว่างวันที่ 5 ถึง 7 มีนาคม ราคาของ Pi Coin ยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาดังกล่าว ตัวชี้วัด CMF กับสร้างจุดสูงใหม่ที่ต่ำลง

ผู้สนับสนุน
ผู้สนับสนุน

ถึงแม้ว่า CMF จะยังคงอยู่เหนือเส้นศูนย์ ซึ่งหมายความว่ายังคงมีเงินทุนไหลเข้าอยู่ แต่แนวโน้มที่อ่อนตัวลงก็บ่งชี้ว่าการไหลเข้าของเงินทุนยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะสนับสนุนราคาที่เพิ่มสูงขึ้น กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ เงินทุนก้อนใหญ่กำลังชะลอตัวลง แม้ว่ากระแสราคาจะยังคงปรับตัวขึ้นอยู่

การวิเคราะห์เงินทุนขนาดใหญ่
การวิเคราะห์เงินทุนขนาดใหญ่: TradingView

ดัชนี Money Flow Index (MFI) ก็ส่งสัญญาณในทิศทางเดียวกันนี้

MFI วัดแรงซื้อโดยใช้ทั้งราคาและปริมาณการซื้อขาย โดยมักจะถูกตีความว่าเป็นตัวแทนของกิจกรรมซื้อเมื่อราคาลดลง เมื่อ MFI ปรับตัวสูงขึ้น มักบ่งชี้ว่าผู้ซื้อกำลังเข้าซื้อเมื่อราคาย่อตัวอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตาม ในช่วงวันที่ 5 มีนาคมถึง 7 มีนาคม (เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ติดตาม CMF) ค่า MFI ได้สร้างจุดสูงสุดที่ลดต่ำลง ขณะที่ ราคา Pi Coin เคลื่อนไหวสูงขึ้น

แรงซื้อเมื่อราคาลดลงที่ชะลอตัว
แรงซื้อเมื่อราคาลดลงที่ชะลอตัว: TradingView

ทั้งสองปัจจัยนี้ส่งสัญญาณว่ากลุ่มผู้ซื้อเมื่อราคาลดลงไม่ได้เข้ามาอย่างเข้มแข็งในระหว่างที่ Pi Coin กำลังปรับตัวขึ้น

เมื่อนำสัญญาณทั้งหมดมารวมกันแล้ว จึงเกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ที่ชัดเจนดังนี้

  • RSI แสดงให้เห็นว่าผู้ซื้อเริ่มสูญเสียแรงผลักดัน
  • CMF แสดงถึงการไหลเข้าของเงินทุนที่อ่อนแอลง
  • MFI แสดงว่าความต้องการซื้อเมื่อราคาย่อตัวลดลง

เมื่อทั้งสามตัวชี้วัดไปในทิศทางเดียวกัน ตลาดจึงกลายเป็นจุดอ่อนต่อแรงขาย เมื่อผู้ขายเข้ามาใกล้ระดับราคา 0.239 USD การปรับตัวลงจึงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะแทบไม่มีแรงซื้อที่เพียงพอรองรับราคา

สัญญาณ EMA อาจช่วยฟื้นการปรับตัวขึ้นอีกครั้ง

แม้ว่าสัญญาณฝั่งขาลงจะมีอยู่ แต่ Pi Coin (PI) ยัง มีปัจจัยทางเทคนิคอย่างหนึ่งที่อาจสนับสนุนการฟื้นตัว บนกราฟ 8 ชั่วโมง ค่า EMA 50 ช่วงได้เคลื่อนเข้าหา EMA 200 ช่วง จนเกือบเกิดสัญญาณครอสขาขึ้น โดย EMA เป็นตัวชี้วัดแนวโน้มซึ่งให้น้ำหนักกับราคาล่าสุดมากกว่า ช่วยให้ผู้ซื้อขายระบุทิศทางตลาดได้ง่ายขึ้น

หาก EMA 50 ช่วงตัดขึ้นเหนือ EMA 200 ช่วง จะเกิดรูปแบบโกลเด้นครอส ซึ่งมักเป็นสัญญาณบ่งชี้แรงผลักดันขาขึ้นที่แข็งแกร่งมากขึ้น และสามารถดึงดูดผู้ซื้อรายใหม่เข้าสู่ตลาดได้อีกด้วย

ความหวังเดียวที่จะฟื้นตัว
ความหวังเดียวที่จะฟื้นตัว: TradingView

หากการตัดกันนี้สำเร็จ อาจช่วยปรับปรุงโครงสร้างตลาดโดยรวมได้ในหลายรูปแบบ

แรงซื้อที่แข็งแกร่งขึ้นอาจช่วยผลักให้ค่า CMF ปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้ง ส่งสัญญาณถึงการไหลเข้าของเงินทุนใหม่ และเมื่อผู้ที่ชอบซื้อจังหวะร่วงเริ่มกลับมา ดัชนี MFI ก็อาจฟื้นตัวได้ นอกจากนี้ ความแรงของโมเมนตัมที่กลับมาดีขึ้นอาจช่วยลบเลือนความแตกต่างกับ RSI พร้อมทั้งให้โมเมนตัมเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกับราคา

อย่างไรก็ตาม การเกิด golden crossover นั้นไม่ได้รับประกันว่าตลาดจะฟื้นขึ้นต่อเนื่อง แม้ว่าค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ต่าง ๆ จะเกือบจะตัดกัน แต่หากโมเมนตัมยังคงอ่อนตัวอยู่ ก็อาจทำให้สัญญาณนี้ไม่สามารถพัฒนาเป็นเทรนด์ขาขึ้นที่แข็งแกร่งได้

ระดับราคา Pi coin ที่ควรติดตามตอนนี้

การถูกปฏิเสธล่าสุดบริเวณ USD0.239 กลายเป็นแนวต้านสำคัญของ Pi Coin ในตอนนี้ โดยแรงขายจากโซนนั้นฉุดราคาลงมาจนถึง USD0.204 ซึ่งเกือบจะกลับไปทดสอบจุดเบรกเอาต์เดิมก่อนที่กลุ่มผู้ซื้อจะเข้ามาช่วยรักษาสมดุลของตลาดไว้แถว USD0.210

หากต้องการให้โมเมนตัมขาขึ้นกลับมา Pi Coin จำเป็นต้องปิด 8 ชั่วโมงเหนือระดับ USD0.224 อย่างชัดเจน ระดับดังกล่าวจะเป็นสัญญาณว่าผู้ซื้อกำลังกลับมาควบคุมตลาดหลังจากการปรับฐานที่ผ่านมา

หากราคาสามารถทะลุเหนือ USD0.224 ไปได้ ด่านถัดไปที่ต้องจับตายังคงเป็น USD0.239 ซึ่งเป็นจุดที่ราคาถูกปฏิเสธในการฟื้นตัวรอบล่าสุด

หากสามารถผ่านแนวต้านดังกล่าวอย่างสำเร็จ Pi Coin ก็อาจกลับไปเคลื่อนไหวตามโครงสร้างถ้วยจับใหม่ โดยเป้าหมายวัดตัวเต็มของแพทเทิร์นนี้ยังคงชี้ไปที่ USD0.272 ซึ่งคิดเป็นส่วนที่เหลือราว 33% ของการทะลุขาขึ้นรอบนี้ อย่างไรก็ดี ตลาดยังมีความเสี่ยงขาลงแฝงอยู่

วิเคราะห์ราคาของ Pi Coin
วิเคราะห์ราคาของ Pi Coin: TradingView

หาก Pi Coin ร่วงลงต่ำกว่า USD0.204 โครงสร้างการเบรกเอาต์จะเริ่มอ่อนตัวลง และหากหลุดต่ำกว่า USD0.185 ลงไป อาจเป็นสัญญาณว่าแนวโน้มขาขึ้นได้สูญเสียโมเมนตัมไปแล้ว ส่งผลให้ตลาดกลับไปสู่แนวโน้มขาลงเดิม

ในขณะนี้ การเบรกเอาต์ของ Pi Coin ยังถือว่ายังคงมีผลในเชิงเทคนิค แต่หลังการถูกปฏิเสธอย่างรุนแรงและพบสัญญาณ divergence ของโมเมนตัม การจะไปถึงเป้าหมายที่ USD0.272 ยังคงขึ้นอยู่กับว่าผู้ซื้อจะสามารถกลับมายืนเหนือแนวต้านใหม่ที่ถูกตั้งไว้ได้หรือไม่

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ

หมายเหตุบรรณาธิการ: เนื้อหาต่อไปนี้ไม่ได้สะท้อนถึงมุมมองหรือความคิดเห็นของ BeInCrypto มันจัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้นและไม่ควรถูกตีความว่าเป็นคำแนะนำทางการเงิน กรุณาทำการวิจัยของคุณเองก่อนที่จะทำการตัดสินใจลงทุนใดๆ ทั้งนี้เป็นไปตาม แนวทางของ Trust Project และโปรดตรวจสอบ ข้อกำหนดและเงื่อนไข, นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อจำกัดความรับผิดชอบ ของเรา

ผู้สนับสนุน
ผู้สนับสนุน