เดือนมกราคมได้เริ่มต้นด้วยการเปลี่ยนแปลงที่โดดเด่นในสภาพคล่องของตลาดคริปโตเคอเรนซี โดยบันทึกการไหลเข้าของ stablecoin สุทธิบน Binance กว่า 670 ล้าน USD ภายในหนึ่งสัปดาห์
การที่เงินทุนกลับเข้าสู่แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนขนาดใหญ่ที่สุดของโลกในแง่ปริมาณการซื้อขาย บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงท่าทีของนักลงทุน ทั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากเดือนธันวาคมที่ท้าทาย ซึ่งทุกคนต่างแสดงความระมัดระวังในความเสี่ยงมากขึ้นในตลาดคริปโตเคอเรนซี
Sponsoredกระแสไหลเข้าออก stablecoin สะท้อนความเชื่อมั่นตลาดที่เปลี่ยนไป
ในโพสต์ล่าสุด นักวิเคราะห์ข้อมูลออนเชน Darkfost ได้ตรวจสอบการเคลื่อนไหวของ stablecoin บน Binance ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ซึ่งให้ความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมนักลงทุนที่เปลี่ยนแปลงไป ตามข้อมูลของนักวิเคราะห์ เดือนตุลาคมถือเป็น ช่วงเวลาพิเศษสำหรับสภาพคล่อง โดยแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนนี้ บันทึกการไหลเข้าของ stablecoin สุทธิเกิน 8 พันล้าน USD
นักวิเคราะห์กล่าวว่า ระดับนี้พบได้ไม่บ่อยนัก โดยเฉพาะจากเหตุการณ์ร่วงหนักเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ซึ่งได้สร้างโอกาสที่น่าสนใจขึ้นมา
กระนั้น แรงผลักดันนี้ก็ลดลงในเดือนพฤศจิกายน โดยการไหลเข้าสุทธิปรับลดมาอยู่ที่ประมาณ 1.7 พันล้าน USD สะท้อนถึงความต้องการที่ชะลอลงและการตัดสินใจที่ระมัดระวังมากขึ้นของผู้เล่นในตลาด
แนวโน้มดังกล่าวได้เปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิงในเดือนธันวาคม เมื่อ Binance รายงานการไหลออกของ stablecoin สุทธิมากกว่า 1.8 พันล้าน USD ซึ่งการไหลออกเช่นนี้ มักชี้ว่านักลงทุนมีความต้องการความเสี่ยงที่ลดลงขณะที่ทุกคนต่างให้ความสำคัญกับการรักษาทุนมากกว่าการเปิดตำแหน่งใหม่
ในโพสต์ได้ระบุไว้ด้วยว่า Binance ก็อาจเป็นหนึ่งในปัจจัยที่มีส่วนกับการไหลออกเหล่านี้ เนื่องจากความต้องการที่อ่อนลงอาจทำให้แพลตฟอร์มตัดสินใจลดการถือ stablecoin บางส่วน เพื่อปรับสมดุลของเงินสำรอง
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์สังเกตว่า เดือนมกราคมเริ่มต้นอย่างแตกต่าง โดย Binance มีการไหลเข้าสุทธิของ stablecoin กว่า 670 ล้าน USD ภายในสัปดาห์เดียว
Sponsored SponsoredDarkfost ตีความว่าสภาพคล่องที่ กลับเข้าสู่ Binance เป็นสัญญาณเริ่มต้นว่านักลงทุนต่างเริ่มปรับเปลี่ยนตำแหน่ง อาจเพื่อคาดการณ์โอกาสการเทรดใหม่ๆ
นักวิเคราะห์อธิบายว่า เมื่อ stablecoin ไหลเข้าสู่แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยน โดยทั่วไปมักสะท้อนเจตจำนงซื้อหรือแสดงให้เห็นถึงความต้องการที่แพลตฟอร์มต้องรองรับ สะท้อนว่า ความสนใจค่อยๆ กลับคืนสู่แพลตฟอร์มที่มีปริมาณการซื้อขายสูงสุด และสภาพคล่องบางส่วนก็เริ่มปรับเปลี่ยนตำแหน่งเพื่อรับโอกาสใหม่ๆ
นอกจากกระแสเงินที่ไหลเข้าเมื่อเร็วๆ นี้แล้ว ยังมีตัวชี้วัดอีกหนึ่งซึ่งบ่งชี้ว่าทุนที่รออยู่ข้างสนามอาจเริ่มกลับเข้าสู่ตลาด โดยในบทวิเคราะห์แยกต่างหาก Darkfost สังเกตว่าค่าสัดส่วน Bitcoin-to-stablecoin ของ Binance เริ่มมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นอีกครั้ง
Sponsored Sponsoredซึ่งตัวชี้วัดนี้มักถูกใช้วัดปริมาณกำลังซื้อที่มีอยู่บนแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยน และการเปลี่ยนแปลงล่าสุดก็ชี้ถึงการเริ่มนำสภาพคล่องที่รออยู่กลับมาใช้ มากกว่าการพักเงินไว้นิ่งๆ ต่อไป
ค่านี้ได้เริ่มปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้ง การเปลี่ยนแปลงนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการนำสภาพคล่องที่รอไว้กลับมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นสัญญาณเชิงบวกอย่างมากต่อภาพรวมตลาด นักวิเคราะห์ได้กล่าวไว้
อีโคซิสเต็มของโซลานาเติบโตของ stablecoin ทำสถิติสูงสุด
ขณะที่กระแสเงินไหลเข้าที่ Binance นั้นได้รับความสนใจ แต่ Solana ได้เผชิญกับการพุ่งขึ้นของกิจกรรม stablecoin ที่น่าตื่นเต้นยิ่งกว่า โดยปริมาณ stablecoin บนเครือข่ายนี้เพิ่มขึ้นกว่า 900 ล้าน USD ภายในเวลาแค่ 24 ชั่วโมง ตามข้อมูลจาก The Kobeissi Letter
การไหลเข้าของเงินอย่างรวดเร็วนี้แซงหน้าการเปลี่ยนแปลงบนเครือข่ายอื่น และยังตรงข้ามกับการลดลงในแพลตฟอร์มอย่าง Tron โดยการพัฒนาใหญ่สองเหตุการณ์เกิดขึ้นพร้อมๆ กันกับการเพิ่มขึ้นของ stablecoin บน Solana
SponsoredJupiter ได้เปิดตัว stablecoin ของตนเอง และ Morgan Stanley ได้ยื่นเอกสารเบื้องต้นสำหรับผลิตภัณฑ์ซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลแบบ ETFสามรายการ ซึ่งรวมถึง Morgan Stanley Solana Trust ถือเป็นแรงสนับสนุนสำคัญจากสถาบันต่อ Solana
นักวิเคราะห์เน้นย้ำด้วยว่าต้นทุนต่ำและการทำธุรกรรมที่เร็วของเครือข่ายเอื้อให้การนำสภาพคล่องใหม่ไปใช้ประโยชน์ได้อย่างรวดเร็ว
ในเชิงปฏิบัติ การมี stablecoin มากขึ้นบน $SOL หมายถึงมีเงินทุนพร้อมใช้งานสำหรับการซื้อขาย การชำระราคา และการใช้งานแอปพลิเคชันมากขึ้น MilkRoad ได้ให้ข้อมูลไว้
ดังนั้น การที่เม็ดเงินจาก stablecoin ไหลกลับเข้าสู่ Binance อีกครั้ง พร้อมกับการเพิ่มขึ้นของอุปทาน stablecoin บนบล็อกเชน และการ เติบโตของมูลค่าตลาดรวม จึงชี้ให้เห็นว่าเป็นช่วงเริ่มต้นของการที่เงินทุนกลับเข้ามามีบทบาทในตลาดคริปโตเคอร์เรนซีอีกครั้ง
แต่ประเด็นสำคัญก็คือ การไหลเข้าของเงินเหล่านี้สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ในตลาดอย่างต่อเนื่อง หรือเป็นเพียงการปรับตัวในระยะสั้นท่ามกลางสภาวะความผันผวนที่ยังดำเนินอยู่