ตลาดทั่วโลกปรับตัวขึ้นเมื่อวันจันทร์ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวว่าสงครามกับอิหร่านอาจยุติลงในเร็วๆ นี้ ซึ่งช่วยบรรเทาความวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบด้านพลังงานที่อาจยืดเยื้อ ราคาน้ำมันร่วงลงอย่างมาก ในขณะที่ตลาดหุ้นพุ่งสูงขึ้น และตลาดคริปโตเคอร์เรนซีต่างแสดงความเชื่อมั่นอีกครั้ง สะท้อนให้เห็นการเปลี่ยนแปลงท่าทีของนักลงทุนอย่างรวดเร็ว
การตอบสนองนี้เกิดขึ้นหลังจากสัปดาห์แห่งความผันผวนอย่างหนัก ซึ่งได้รับผลกระทบจากปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ-อิสราเอลต่ออิหร่าน ส่งผลให้ตลาดพลังงานปั่นป่วนและผู้คนต่างหวาดกลัวว่าจะเกิดวิกฤติอุปทานทั่วโลก
ราคาน้ำมันปรับลด หลังมีความหวังยุติสงคราม
ราคาน้ำมันดิบร่วงลงอย่างรวดเร็ว หลังจากทรัมป์ส่งสัญญาณว่าสถานการณ์ความขัดแย้งอาจคลี่คลายในไม่ช้า
ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน ตลาดน้ำมันได้ประเมินราคาตามสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด ซึ่งหมายถึงการหยุดชะงักของอุปทานจากตะวันออกกลางในระยะยาว แต่เมื่อคำพูดของทรัมป์แพร่กระจายออกไป ผู้ค้ารีบลดเบี้ยความเสี่ยงที่เคยเพิ่มเข้ามา
WTI crude ลดลงสู่ระดับประมาณกลาง 80 USD ต่อบาร์เรล หลังจากที่เคยซื้อขายเกือบ 100 USD และสูงกว่านั้นในช่วงที่เหตุการณ์บานปลาย
ราคาน้ำมันดิบร่วง หลังจากแตะระดับสูงกว่า 110 USD ก่อนหน้านี้วันนี้ ที่มา: Oilprice.com
การปรับตัวลงของราคานี้ สะท้อนให้เห็นว่าตลาดต่างประเมินใหม่ว่าภัยสงครามอาจไม่ลุกลามจนกลายเป็นการหยุดชะงักของการไหลเวียนน้ำมันในระยะยาว
หุ้นพุ่งรับคาดการณ์คลี่คลายสถานการณ์
ตลาดหุ้นตอบสนองอย่างฉับไว
S&P 500 พุ่งขึ้นราว 0.7% ในการซื้อขายวันนี้ เมื่อนักลงทุนกลับมาเน้นการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง การปรับขึ้นของตลาดนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่เพิ่มมากขึ้นว่าสถานการณ์ความขัดแย้งอาจสั้นและไม่นำไปสู่แรงกระแทกเศรษฐกิจในวงกว้าง
การที่ราคาน้ำมันลดลงยังช่วยหนุนตลาดหุ้น เพราะราคาพลังงานที่สูงมักกระตุ้นเงินเฟ้อและกดดันการใช้จ่ายของผู้บริโภค
เมื่อราคาน้ำมันดิบร่วงลง นักลงทุนต่างก็เริ่มลดความกังวลว่าอาจเกิดวิกฤตพลังงานทั่วโลกดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในอดีต
Bitcoin แสดงท่าทีเชิงบวกอีกครั้ง
ตลาดคริปโตเคอเรนซี ก็มีการตอบสนองในเชิงบวกเช่นกัน
บิทคอยน์ฟื้นตัวขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 69,000 USD โดยเพิ่มขึ้นราว 2% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ทั้งนี้การฟื้นตัวเกิดขึ้นหลังจากที่ก่อนหน้ามีความผันผวนจากการที่ตลาดประเมินความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์
เทรดเดอร์คริปโตมักมองวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ขนาดใหญ่เป็นเหตุการณ์เสี่ยง แต่เมื่อความตึงเครียดเริ่มคลี่คลาย สินทรัพย์ดิจิทัลจึงมักฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วพร้อมกับตลาดเสี่ยงประเภทอื่น
การฟื้นตัวในครั้งนี้บ่งชี้ว่าเทรดเดอร์ต่างคาดว่าความขัดแย้งจะยังคงจำกัดอยู่ในวงแคบ และจะไม่ลุกลามเป็นวิกฤตทั่วโลกในระยะยาว
หนึ่งสัปดาห์แห่งความรุนแรงเพิ่มขึ้น
ความผันผวนของตลาดเกิดขึ้นหลังจากสัปดาห์ที่ตึงเครียดในตะวันออกกลาง
เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่ในอิหร่าน ทั้งนี้เป้าหมายคือสิ่งอำนวยความสะดวกด้านนิวเคลียร์ โครงสร้างพื้นฐานขีปนาวุธ และฐานทัพต่าง ๆ
การโจมตีครั้งนี้ทำให้ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน Ayatollah Ali Khamenei และผู้บัญชาการระดับสูงหลายคนเสียชีวิต จึงทำให้ความตึงเครียดในภูมิภาคเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก
อิหร่านจึงตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและโดรนโจมตีอิสราเอลและฐานทัพสหรัฐที่ตั้งอยู่ทั่วตะวันออกกลาง
ความขัดแย้งได้ลุกลามไปยังหลายประเทศ ได้แก่ บาห์เรน คูเวต กาตาร์ อิรัก จอร์แดน เลบานอน และโอมาน
ความเสียหายโครงสร้างน้ำมันและช็อกอุปทาน
ตลาดพลังงานตอบสนองอย่างรุนแรง เนื่องจากสงครามนี้คุกคามเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญ
อิหร่านเตือนว่าอาจปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นช่องทางเดินเรือแคบ ๆ ที่น้ำมันโลกประมาณ 20% ต้องผ่าน
เพียงแค่คำขู่นี้ก็สร้างความปั่นป่วนใหญ่หลวงแล้ว
มีเรือน้ำมันประมาณ 150 ลำต้องรออยู่ด้านนอกช่องแคบ ทำให้น้ำมันประมาณ 140 ล้านบาร์เรลติดค้างอยู่ในอ่าว
นักวิเคราะห์ประเมินว่าหากช่องแคบนี้ยังปิดอยู่ อาจกระทบอุปทานน้ำมันมากถึง 15 ล้านบาร์เรลต่อวัน
ขณะเดียวกัน โรงกลั่นน้ำมันในภูมิภาคหลายแห่งได้รับความเสียหายหรือจำเป็นต้องลดกำลังการผลิต
อิรัก คูเวต และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ต่างก็ลดการผลิตชั่วคราว และกาตาร์เองก็ประกาศเหตุสุดวิสัยกับการขนส่งแก๊สธรรมชาติเหลวบางส่วน
ซาอุดีอาระเบียพยายามเปลี่ยนเส้นทางการส่งออกผ่านท่อส่งไปยังท่าเรือในทะเลแดง แต่อย่างไรก็ตาม เส้นทางดังกล่าวมีขีดจำกัดด้านความจุ
ทรัมป์ส่งสัญญาณอาจยุติความขัดแย้ง
ภายใต้บริบทนี้ คำกล่าวล่าสุดของ Trump ทำให้ความคาดหวังในตลาดเปลี่ยนแปลงไป
ประธานาธิบดีระบุว่าการตัดสินใจยุติสงครามจะต้องทำร่วมกับนายกรัฐมนตรี Benjamin Netanyahu ของอิสราเอล และยังได้บอกเป็นนัยว่าสงครามนี้อาจสิ้นสุดในเร็วๆ นี้
แม้ว่าจะยังไม่มีการประกาศข้อตกลงหยุดยิง แต่ถ้อยคำเหล่านี้บ่งชี้ว่าเป้าหมายทางทหารใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว
แถลงการณ์ดังกล่าวช่วยลดความกังวลว่าสงครามจะลุกลามเป็นความขัดแย้งระดับภูมิภาคที่กว้างขึ้น และมีรัฐอ่าวเพิ่มเข้ามา หรืออาจเกิดการหยุดชะงักครั้งใหญ่กับการขนส่งทางเรือ
สิ่งที่จะตามมา
ยังมีพัฒนาการสำคัญหลายประการที่จะเป็นตัวชี้ว่าการพุ่งขึ้นของตลาดจะดำเนินต่อไปหรือไม่
ประการแรก ตลาดจะจับตาการประกาศหยุดยิงอย่างเป็นทางการ หรือการแถลงข่าวร่วมกันจากวอชิงตันและเทลอาวีฟอย่างใกล้ชิด
นักเทรดจะติดตามสถานการณ์ของช่องแคบฮอร์มุซ และดูว่าการขนส่งน้ำมันโดยเรือบรรทุกจะกลับมาเป็นปกติหรือไม่
นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ยังจะค้นหาสัญญาณว่า กลุ่มตัวแทนของอิหร่าน รวมถึง Hezbollah ต่างลดบทบาทของพวกเขาในการสู้รบลงหรือไม่
หากความตึงเครียดยังคงผ่อนคลาย ราคาน้ำมันอาจปรับตัวลดลงอีก และตลาดโลกน่าจะกลับมามีเสถียรภาพมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์เกิดการปะทุขึ้นอีกครั้ง การฟื้นตัวของตลาดหุ้นและ crypto ในขณะนี้ อาจกลับทิศอย่างรวดเร็ว
ขณะนี้ ตลาดดูจะคาดการณ์ว่าสงครามอาจสิ้นสุดเร็วกว่าที่หลายคนกังวลไว้ในตอนแรก