ย้อนกลับ

การสูญเสียงานในสหรัฐจุดกระแสกังวลเศรษฐกิจถดถอย ผลกระทบต่อคริปโต

sameAuthor avatar

เขียนและแก้ไขโดย
Kamina Bashir

29 มกราคม พ.ศ. 2569 17:00 ICT
  • บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Amazon และ UPS ประกาศลดพนักงานจำนวนมากในสัปดาห์นี้
  • ปี 2025 มีการเลิกจ้างงานในสหรัฐฯ กว่า 1.2 ล้านคน สูงสุดตั้งแต่เกิดวิกฤตปี 2020
  • ความกังวลเศรษฐกิจถดถอยเพิ่มขึ้นเมื่อการปลดพนักงานตรงกับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำในอดีต
Promo

สัปดาห์นี้ หลายบริษัทยักษ์ใหญ่ในสหรัฐอเมริกาซึ่งครอบคลุมหลายภาคส่วน เช่น Amazon และ Pinterest ได้ประกาศปลดพนักงาน

เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นหลังจากปีที่มีการปลดพนักงานจำนวนมาก โดยนายจ้างในสหรัฐอเมริกาทั้งหมดได้ลดตำแหน่งงานลงประมาณ 1.2 ล้านตำแหน่ง ทั้งนี้ สถานการณ์ในตลาดแรงงานยิ่งเพิ่มความกังวลว่าภาวะเศรษฐกิจถดถอยอาจจะเกิดขึ้น

Sponsored
Sponsored

บริษัทยักษ์ใหญ่ในสหรัฐประกาศลดพนักงานเดือน January 2026

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา Amazon ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ด้านอีคอมเมิร์ซได้ปลดพนักงานตำแหน่งองค์กรประมาณ 16,000 ตำแหน่ง โดยก่อนหน้านี้ในเดือนตุลาคม ก็ได้มีการลดตำแหน่งไปประมาณ 14,000 ตำแหน่งเช่นกัน

ใน บล็อก โพสต์ Beth Galetti ซึ่งดำรงตำแหน่งรองประธานอาวุโสฝ่ายประสบการณ์บุคลากรและเทคโนโลยีของ Amazon ระบุว่าการปลดพนักงานเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามอย่างต่อเนื่องในการ “เสริมสร้างองค์กรของเราโดยการลดลำดับชั้น เพิ่มความเป็นเจ้าของ และลดความซับซ้อนของระบบราชการ” นอกจากนี้ยังเกิดขึ้นในขณะที่ Amazon เพิ่มการลงทุนใน โครงการปัญญาประดิษฐ์ อย่างต่อเนื่อง

Pinterest ก็ได้ประกาศเมื่อวันที่ 27 มกราคมว่าจะปลดพนักงานน้อยกว่า 15% ของจำนวนพนักงานทั้งหมดและจะลดขนาดพื้นที่สำนักงานลงเช่นกัน ทั้งนี้ทางบริษัทยืนยันว่าการปรับโครงสร้างนี้มีเป้าหมายเพื่อ สนับสนุนความสำคัญด้าน AI ซึ่งคาดว่ากระบวนการนี้จะเสร็จสิ้นไม่เกินวันที่ 30 กันยายน อ้างอิงจาก เอกสารที่ยื่นต่อหน่วยงานกำกับดูแล

ขณะเดียวกัน United Parcel Service ก็เปิดเผยว่า มีแผนที่จะลดตำแหน่งงานสายปฏิบัติการลงสูงสุดถึง 30,000 ตำแหน่งในปีนี้ และ Nike ก็อยู่ระหว่างการปรับลดจำนวนพนักงานด้วยเช่นกัน

CNBC รายงาน ว่า บริษัทจะปลดพนักงาน 775 ราย ในขณะที่พยายามเพิ่มกำไรและขยายการใช้เทคโนโลยีระบบอัตโนมัติ ทั้งนี้ บริษัทเหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของหลายองค์กรที่ได้ ประกาศปลดพนักงานในปี 2026

การปลดพนักงานเพิ่มขึ้นและโอกาสงานแย่ลงเพิ่มความกังวลเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐฯ

โดยปกติแล้ว การประกาศปลดพนักงานในไตรมาสแรกจะพบได้บ่อย เนื่องจากทุกบริษัททบทวนงบประมาณและความต้องการบุคลากรหลังจากสรุปผลประกอบการประจำปี อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับ แนวโน้มของช่วงปีก่อน จะเห็นว่าทิศทางดังกล่าวน่ากังวลมากยิ่งขึ้น

Sponsored
Sponsored

ตามข้อมูลของ Global Markets Investor การปลดพนักงานในสหรัฐอเมริกาในปี 2025 เพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 58% เมื่อเทียบกับปีก่อน และตัวเลขนี้ผลักดันให้ยอดรวมการสูญเสียตำแหน่งงานขึ้นไปแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ยุคการระบาดในปี 2020

หากไม่นับรวมกับสภาวะผิดปกติในปี 2020 ขนาดการปลดพนักงานในปี 2025 ถือได้ว่ารุนแรงที่สุดนับตั้งแต่วิกฤตการเงินปี 2008

ในเชิงประวัติศาสตร์ ประกาศปลดพนักงานในระดับสูงเช่นนี้จะเกิดขึ้นเฉพาะในช่วงเศรษฐกิจถดถอยเท่านั้น ได้แก่ ปี 2001, 2008, 2009, 2020 และในช่วงหลังวิกฤตในปี 2002 และ 2003, Global Markets Investor โพสต์ไว้

ระยะเวลาในการหางานที่นานขึ้นยิ่งทำให้เกิดความกังวลมากขึ้น อีกทั้ง โดยเฉลี่ยแล้ว ขณะนี้ผู้ว่างงานในสหรัฐอเมริกาต้องใช้เวลาหางานใหม่ประมาณ 11 สัปดาห์ ซึ่งเป็นระยะเวลายาวนานที่สุด นับตั้งแต่ปี 2021 เป็นต้นมา

Sponsored
Sponsored

นอกจากนี้ ความเชื่อมั่นในการหางานลดลงแตะระดับต่ำสุด ใหม่ ที่ 43.1% ในเดือนธันวาคม 2025 ลดลง 4.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สัญญาณเหล่านี้ในตลาดแรงงานเป็นตัวเร่งให้เกิดความกังวลเรื่องเศรษฐกิจถดถอย ในหมู่นักวิเคราะห์

สหรัฐอเมริกาเสียงานโดยเฉลี่ย 22,000 ตำแหน่งต่อเดือนในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา และนี่เป็นเดือนที่สามติดต่อกันที่ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 3 เดือนเป็นลบ ขณะนี้นับเป็นครั้งที่ 12 นับตั้งแต่ปี 1950 ซึ่งใน 11 ครั้งก่อนหน้านี้เศรษฐกิจสหรัฐฯ อยู่ในภาวะถดถอย, Charlie Bilello, Chief Market Strategist ที่ Creative Planning โพสต์ไว้

Henrik Zeberg หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์มหภาคจาก Swissblock ยังเตือนว่าเศรษฐกิจกำลัง “มุ่งตรงเข้าสู่ภาวะถดถอย” โดยอ้างอิง สถิติแรงงานเป็นตัวบ่งชี้ที่ชัดเจน

ขณะนี้เรากำลังอยู่ในเขตแดนที่คลุมเครือ สับสน! เหมือนกับไตรมาส 3 ปี 2007 แต่หากคุณสังเกตตลาดแรงงาน – คุณจะเห็นภาพชัดเจน, เขา เขียนไว้

ผลกระทนจากการปลดพนักงานเพิ่มขึ้นและความกังวลเศรษฐกิจถดถอยต่อสกุลเงินดิจิทัล

คำถามสำคัญในตอนนี้คือภาวะตลาดแรงงานเหล่านี้จะส่งผลต่ อสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างไร บรรยากาศการจ้างงานที่อ่อนแอมักจะกดดันสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึงคริปโทเคอร์เรนซีด้วย เมื่อความกังวลเกี่ยวกับภาวะถดถอยรุนแรงขึ้น นักลงทุนก็มักจะปรับตัวเป็นเชิงรับมากขึ้นและลดการถือครองสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูง

Sponsored
Sponsored

การเปลี่ยนแปลงนี้เริ่มเห็นได้ชัดเจนจากพฤติกรรมของตลาดในปัจจุบัน โดย โลหะมีค่าให้ผลตอบแทนที่แข็งแกร่ง สะท้อนถึงความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยแบบดั้งเดิม ขณะที่ Bitcoin ยังไม่สามารถสร้างแรงส่งในช่วงที่เกิดความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจมหภาคและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์

ขณะเดียวกัน สภาวะตลาดแรงงานที่อ่อนตัวลงอาจส่งผลให้รายได้เติบโตช้าลง ซึ่งอาจฉุดรั้งการใช้จ่ายของผู้บริโภคก็ได้ หากการใช้จ่ายลดลงอีก ก็จะกดดันสินทรัพย์เก็งกำไรเพิ่มเติม และยิ่งตอกย้ำสภาพแวดล้อมการลงทุนที่ต้องระมัดระวังด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ผู้เข้าร่วมตลาดบางรายให้ความเห็นว่าสภาวะเศรษฐกิจที่ตึงเครียดต่อเนื่องอาจสนับสนุนสินทรัพย์ดิจิทัลในที่สุด เนื่องจากการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางจะผ่อนคลายนโยบายการเงิน ลดอัตราดอกเบี้ย หรืออัดฉีดสภาพคล่องใหม่ ๆ ในช่วงเศรษฐกิจซบเซา อาจสร้างเงื่อนไขที่ดีต่อคริปโตเคอร์เรนซีในระยะยาว ซึ่งนั่นจะทำให้กลุ่มนี้กลายเป็นผู้รับประโยชน์เมื่อความต้องการเสี่ยงเริ่มฟื้นตัว

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ

หมายเหตุบรรณาธิการ: เนื้อหาต่อไปนี้ไม่ได้สะท้อนถึงมุมมองหรือความคิดเห็นของ BeInCrypto มันจัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้นและไม่ควรถูกตีความว่าเป็นคำแนะนำทางการเงิน กรุณาทำการวิจัยของคุณเองก่อนที่จะทำการตัดสินใจลงทุนใดๆ ทั้งนี้เป็นไปตาม แนวทางของ Trust Project ของเรา และโปรดอ่าน ข้อกำหนดและเงื่อนไข, นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อจำกัดความรับผิดชอบ ของเรา

ผู้สนับสนุน
ผู้สนับสนุน