แฮกเกอร์ได้ดูดเงินมากกว่า 653,000 USD จากห้องนิรภัยที่ใช้การันตีบัตรของ Avici ซึ่งเป็นธนาคารดิจิทัล Solana ทั้งที่ในเอกสารของบริษัทเองได้สัญญาไว้ว่ามีแค่กระเป๋าเงินของผู้ใช้เท่านั้นที่จะโอนเงินก้อนนี้ได้
ในเวลาต่อมา เหรียญ Avici (AVICI) ได้ร่วงลงประมาณ 40% เหลือ 0.24 USD ซึ่งจำนวนเงินที่ถูกขโมยคิดเป็นเกือบหนึ่งในห้าของมูลค่าตลาดทั้งหมดของเหรียญนี้เลยทีเดียว
อะไรที่ช่องโหว่ของ Avici ทำลายลงบ้าง
Avici ขายบัตรเครดิต Visa ซึ่งรองรับด้วย USDC โดยผู้ใช้นำเหรียญ stablecoin ไปล็อคไว้ใน smart contract และการใช้จ่ายจะถูกหักจากส่วนนั้น โดยผู้ออกบัตรคือบริษัท Third National ไม่ใช่ Avici
ตามที่เอกสาร ของบริษัท ระบุไว้ว่า “มีแค่กระเป๋าเงินของผู้ใช้เท่านั้นที่สามารถถอนเงินจากสัญญา escrow หลังจากหักยอดใช้จ่ายแล้ว” แสดงให้เห็นชัดว่าใครถือกุญแจสำคัญ
อย่างไรก็ตาม ห้องนิรภัยเหล่านั้นก็โดนถอนเงินจนหมดในวันศุกร์ และ เครื่องมือเกาะติดสถานการณ์ รายงานยอดเงินที่ถูกดึงออกไปขณะนี้อยู่ที่ 653,548 USD
การดูแลเงินด้วยตัวเอง (self-custody) กำหนดไว้ชัดเจนว่าใครไม่สามารถแตะต้องเงินนี้ได้ แต่กระนั้นก็ยังไม่ได้ปิดกั้นเส้นทางแบบพิเศษที่โปรแกรมเขียนขึ้นมาอยู่ดี ซึ่งช่องว่างนี้เองที่เงินถูกขโมยไป
นักวิจัยบล็อกเชนออนเชนระบุว่า แฮกเกอร์ได้ส่งชุดลายเซ็นปลอมขึ้นมา แต่งตั้งตัวเองเป็นแอดมินของบัญชี escrow แล้วก็ถอนเงินออกไป อย่างไรก็ตาม Avici ยังไม่ได้ยืนยันวิธีนี้
ติดตามเราได้ที่ X เพื่อรับข่าวสารล่าสุดทันทีที่เกิดขึ้น
ทำไมเหตุการณ์นี้ถึงไม่ใช่การโจมตีคลังหลัก
ลูกค้าทุกคนต่างมีสัญญา escrow แยกกัน ดังนั้นเงินจึงถูกถอนออกจากแต่ละบัญชี ไม่ได้มีหม้อเงินกลางให้ถอนไปหมดในทีเดียว
สิ่งนี้บ่งชี้ถึงรูปแบบที่คุ้นเคย เช่นเดียวกับตอนที่ การโจมตีการกำกับดูแลในระบบ Solana ที่สามารถดึงเงินออกจากคลังของ BONK DAO ได้ถึง 20 ล้าน USD ภายในครั้งเดียว
โทเคนที่เกี่ยวข้องมักจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงผลกระทบจากเหตุการณ์ลักษณะนี้ได้ นี่จึงเป็นเหตุผลที่โทเคน AVICI ร่วงลงเกือบ 40% ในลักษณะเดียวกัน การเจาะสะพานเชื่อมต่อ ก็เคยส่งผลให้โทเคนของ Midnight ทำสถิติตกต่ำที่สุดในเดือนกรกฎาคมเช่นกัน
Avici ระบุเพียงว่า ขณะนี้บริษัทรับทราบปัญหาที่ส่งผลต่อการถอนยอดเงินในบัตรแล้ว และยังไม่มีการวิเคราะห์เหตุการณ์ให้ข้อมูลเพิ่มเติม
บริษัทยังไม่ได้แจ้งด้วยว่าคลังที่เหลืออยู่ยังสามารถเรียกใช้งานได้หรือไม่ หรือกระบวนการชำระบัตรกับ Third National ได้รับผลกระทบหรือเปล่า









