ดูเพิ่มเติม

แนวทางในการเทรดด้วย “สัญญาณ Golden Cross” สำหรับนักเทรดและนักลงทุน

24 mins
โดย Ananda Banerjee
แปลแล้ว Akradet Mornthong

ถ้าคุณเป็นนักเทรดหรือนักลงทุนที่สนใจสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น หุ้น หรือ สกุลเงินคริปโต คุณอาจจะต้องการค้นหาแนวทางในการเทรดที่มีความน่าเชื่อถือ ซึ่งก็มีอยู่มากมาย เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลทางเทคนิคด้วยการใช้ Relative Strength Index (RSI) หรือ Bollinger Bands เป็นต้น แต่ในวันนี้ เราจะมาพูดถึง “สัญญาณ Golden Cross” ซึ่งเป็นวิธีการที่เราสามารถใช้งานเพื่อวิเคราะห์ตลาดได้ง่ายๆ “สัญญาณ Golden Cross” จะเกิดขึ้นเมื่อเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 2 เส้นเคลื่อนที่ตัดกันในลักษณะขาขึ้น มันใช้งานได้ง่าย, ทำงานร่วมกับอินดิเคเตอร์อื่นๆ ได้เป็นอย่างดี, และยังให้ข้อมูลเชิงลึกในระยะยาวที่เชื่อถือได้

Golden Cross ไม่ได้เป็นเพียงสัญญาณในการเทรดทั่วไปเท่านั้น แต่ยังเป็นรากฐานสำหรับวิธีการเทรดหรือการลงทุนมากมายอีกด้วย โดยจะขึ้นอยู่กับทักษะและความเข้าใจในตลาดของคุณ ในบทความนี้ เราจะมาดูกันว่าแนวทางในการเทรดด้วยการใช้ “สัญญาณ Golden Cross” ที่ได้รับความนิยมนี้ จะช่วยในการขยายขอบเขตประสบการณ์การซื้อขายของคุณได้อย่างไร และมันจะใช้งานร่วมกับอินดิเคเตอร์ตัวอื่นๆ ได้ดีแค่ไหน

Golden Cross คืออะไร?

Golden Cross หรือ Golden Crossover คือวิธีในการตรวจสอบเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Averages หรือ MA) ซึ่ง “เส้นค่าเฉลี่ยในระยะสั้น” จะเคลื่อนที่ตัดขึ้นไปอยู่ด้านบนของ “เส้นค่าเฉลี่ยในระยะยาว” ลองนึกภาพของเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วันที่วิ่งตัดขึ้นไปอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วันสิ นั่นคือตัวอย่างของ “สัญญาณ Golden Cross” นั่นเอง

สัญญาณ Golden Cross บนคู่เทรด BTC/USDT
BTC/USDT Golden Cross: Binance

Golden Cross คือสัญญาณที่บ่งบอกถึงจุดเริ่มต้นของขาขึ้น อย่างไรก็ตาม สัญญาณที่เกิดขึ้นนี้ไม่ได้เป็นการรับประกันว่าการวิ่งขึ้นของราคาจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ดังนั้น เราจึงขอแนะนำว่าให้ตรวจสอบสัญญาณหรืออินดิเคเตอร์อื่นๆ ควบคู่ไปด้วยเพื่อยืนยันถึงโอกาสที่จะเกิดขึ้น

“อิทธิพลที่ส่งผลต่อราคาหุ้นนั้นมีอยู่มากมายและซับซ้อน จนไม่มีใครสามารถที่จะประสบความสำเร็จในการคาดการณ์แนวโน้มของราคาหุ้นได้อย่างสม่ำเสมอ”

John Templeton ผู้บุกเบิกกองทุนรวม: จาก The Templeton Touch: The Art of Global Investing

สัญญาณ Golden Cross
Golden Cross ที่ล้มเหลวเนื่องจากสัญญาณ RSI ขาลงและปริมาณซื้อขายที่ต่ำ: TradingView

เหมือนที่ได้เอ่ยไปตอนต้น Golden Cross คือ “สัญญาณขาขึ้น” ที่เส้น MA ในระยะสั้นวิ่งตัดขึ้นไปเหนือเส้น MA ในระยะยาว และส่งสัญญาณโมเมนตัมในเชิงบวกที่สอดคล้องกับแนวโน้มราคา

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่คุณควรจะต้องรู้เกี่ยวกับ Golden Cross คือ มันเป็น Lagging Indicator (ตัวชี้วัดที่จะเกิดผลหลังจากมีข้อมูล) เนื่องจากเส้น Moving Averages ถูกสร้างขึ้นจากข้อมูลในอดีต นอกจากนี้ Golden Crossover จะเป็นการบอกใบ้ถึง “การกลับตัวของแนวโน้ม” (Trend Reversal) จากการที่เส้น MA ระยะสั้นวิ่งตัดขึ้นไปเหนือเส้น MA ระยะยาวซึ่งก่อให้เกิดโมเมนตัมในเชิงบวก และโมเมนตัมที่เปลี่ยนแปลงนั้นมักจะเป็นองค์ประกอบสำคัญของ “การกลับตัวของแนวโน้ม”

นักเทรดที่มีประสบการณ์จะใช้สัญญาณ “Golden Crossover” เพื่อเข้าซื้อหรือเพิ่มการถือครองสินทรัพย์ โดยคาดการณ์ว่าราคาของมันจะสูงขึ้นหลังจากนี้ Golden Cross สามารถใช้ได้กับตลาดทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น หุ้น, สินค้าโภคภัณฑ์, สกุลเงินคริปโต, และตลาดหลัก นอกจากนี้ คุณยังสามารถใช้มันกับการซื้อขายออปชั่นได้อีกด้วย

อีกสิ่งที่ควรรู้ก็คือ ขั้วตรงข้ามของ Golden Cross ซึ่งจะถูกเรียกว่า Death Cross ซึ่งเป็นการที่เส้น MA ในระยะสั้นวิ่งตัดลงไปอยู่ใต้เส้น MA ในระยะยาว ซึ่งเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงการลดลงของราคา

สัญญาณ Death Cross สัญญาณ Golden Cross
Death Crossover: Binance

“สัญญาณ Golden Cross” แม่นยำแค่ไหน?

เพื่อที่จะทำความเข้าใจได้ว่า Golden Cross มีความแม่นยำแค่ไหน เราจะต้องเข้าใจแนวคิดที่อยู่เบื้องหลังก่อน ซึ่งตอนนี้เรารู้แล้วว่า มันเป็นการตัดกันของเส้น MA ระยะสั้นขึ้นไปอยู่เหนือเส้น MA ระยะยาว แต่มันบอกถึงอะไรกันแน่?

เส้น MA ระยะสั้น (หรือเส้น MA 50 วัน) จะมีปฏิกิริยาต่อการเปลี่ยนแปลงของราคาในช่วงระยะเวลาล่าสุดมากกว่า และการวิ่งข้ามขึ้นไปอยู่เหนือเส้น MA ระยะยาว (หรือเส้น MA 200 วัน) เป็นการแสดงให้เห็นว่า มุมมองของตลาด ณ ขณะนั้น กำลังแกว่งตัวเป็นขาขึ้น ซึ่งเป็นแนวคิดที่ทำให้สัญญาณ Golden Cross เป็นหนึ่งในรูปแบบหรือสัญญาณการเทรดที่มีความแม่นยำมาก และหากคุณมองให้ลึกลงไปแล้ว การพุ่งขึ้นของเส้น MA ระยะสั้น ยังเป็นการบ่งบอกถึงแรงซื้อที่เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

และเนื่องจากที่ Golden Cross เป็น Lagging Indicator และมีความเอนเอียงต่อการเปลี่ยนแปลงของโมเมนตัมเป็นอย่างมาก เราจึงแนะนำให้พิจารณาเรื่องปริมาณการซื้อขาย (Trading Volume) ร่วมด้วยเสมอ และจากการที่มันใช้การอ้างอิงค่าเฉลี่ยในระยะสั้น การเพิ่มขึ้นอย่างกระทันหันของราคาและอารมณ์ของตลาดอาจจะส่งผลกระทบต่อสัญญาณได้

นั่นเป็นอีกเหตุผลหนึ่งว่าทำไม คุณควรที่จะใช้งานอินดิเคเตอร์ตัวอื่นๆ ร่วมกับสัญญาณนี้

คู่เส้นค่าเฉลี่ยใดที่เราควรจะนำไปพิจารณา?

ถึงแม้ว่าเราจะรู้แล้วว่าสัญญาณ Golden Cross เกิดขึ้นได้อย่างไร และมีความหมายอย่างไร ยังมีอีกคำถามหนึ่งที่สำคัญ นั่นก็คือ คู่เส้นค่าเฉลี่ยใดที่เราควรนำมาใช้ร่วมกัน?

สำหรับมือใหม่ เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วันและ 200 วันถือเป็นค่าพารามิเตอร์มาตรฐานสำหรับการตรวจสอบการเกิด Golden Crossover เส้น MA 50 วันจะแสดงถึงแนวโน้มในระยะสั้นที่แม่นยำ ในขณะที่เส้น MA 200 วันจะแสดงถึงมุมมองของสินทรัพย์ในระยะยาว ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมมันจึงถูกยกให้เป็นตัวเลือกมาตรฐาน

รู้หรือไม่ว่า? นักเทรดที่ชอบการ Scalping — การซื้อขายอย่างรวดเร็วที่ใช้ประโยชน์จากความผันผวนของราคาในระยะสั้น — ชอบใช้เส้น EMA 5-period และ EMA 13-period เพื่อระบุจุดตัดขาขึ้น ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ระยะสั้นเป็นพิเศษเหล่านี้ จะตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของราคาอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม คุณสามารถเลือกใช้งานเส้น MA ได้ตามสะดวก ไม่ว่าจะเป็น 20 วัน, 100 วัน, 150 วัน หรือเส้น MA ตามช่วงระยะเวลาที่คุณต้องการก็ได้ ตัวอย่างเช่น หากคุณต้องการมุมมองที่เอนเอียงไปในระยะยาวมากกว่า การใช้เส้น MA แบบ 100 และ 200 วันก็ถือว่าเหมาะสมดี หรือคุณอาจจะอยากใช้งานเส้น MA แบบ 20 และ 50 วันสำหรับการเทรดระยะสั้นหรือ Swing Trading ทุกอย่างขึ้นอยู่กับสถานะของตลาด และวิธีที่นักเทรดต้องการทำ Backtesting (การทดสอบการเทรดด้วยการใช้กราฟข้อมูลย้อนหลัง) กลยุทธ์ของพวกเขา

หมายเหตุ: สามารถใช้กรอบเวลาอื่นๆ นอกเหนือจาก “วัน” เพื่อระบุสัญญาณ Golden Cross ได้ ตัวอย่างเช่น หากคุณทำการเทรดด้วยการใช้กราฟแบบ 4 ชั่วโมง แทนที่จะใช้เส้น MA 20/50/100 วัน คุณสามารถใช้ 20/50/100 Period ได้ โดย “Period” จะหมายถึงไทม์ไลน์ของกราฟ

จะใช้ EMA หรือ SMA ดี?

ก่อนที่จะเริ่มใช้งานสัญาณ Golden Cross คุณจะต้องรู้ก่อนว่ามีเส้นค่าเฉลี่ยนเคลื่อนที่ 2 แบบให้คุณเลือกใช้ได้ ทั้ง “ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอกซ์โพเนนเชียล” (Exponential Moving Averages หรือ EMA) และ “ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบพื้นฐาน” (Simple Moving Averages หรือ SMA) โดยที่ EMA จะให้น้ำหนักกับราคาล่าสุดมากกว่า ในขณะที่ SMA จะให้น้ำหนักกับข้อมูลย้อนหลังทั้งหมดเท่ากัน และเนื่องจาก EMA ให้ความสำคัญกับราคาล่าสุดมากกว่า การใช้ EMA อาจจะทำให้สัญญาณ “การตัดกัน” ของเส้นค่าเฉลี่ยปรากฏขึ้นได้เร็วกว่าการใช้ SMA

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจเลือกใช้งาน EMA หรือ SMA นั้นอยู่ที่คุณ — เช่นเดียวกับการเลือกคู่เส้นค่าเฉลี่ยนั่นเอง แต่ถึงกระนั้น มันมีเหตุผลที่ว่าทำไมการวิเคราะห์สัญญาณ Golden Crossover โดยการใช้ EMA 50-period และ SMA 200-period เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด

EMA 50-period จะให้น้ำหนักต่อการเปลี่ยนแปลงของราคาล่าสุดในระยะสั้นอย่างมาก ในขณะที่ SMA 200-period จะให้น้ำหนักกับจุดข้อมูลในอดีตทั้งหมดอย่างเท่าๆ กัน ซึ่งช่วยให้เห็นถึงมุมมองในระยะยาวที่เกิดขึ้นจริงของความเคลื่อนไหวของราคาสินทรัพย์

แนวทางในการเทรดโดยการใช้ “สัญญาณ Golden Cross”: 5 วิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุด

เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับคอนเซปต์ของ Golden Cross กันไปพอสมควรแล้ว ตอนนี้ ถึงเวลาแล้วที่เราจะลองนำมันไปใช้งาน และพูดคุยกันเกี่ยวกับแนวทางของการเทรดในแต่ละวิธีกัน

วิธีที่ 1: การตรวจสอบสัญญาณ Golden Cross ทั่วไป

Golden Cross ประเภทนี้คือ การมองหาจุดตัดของเส้นค่าเฉลี่ยที่สอดคล้องกับความเคลื่อนไหวของราคา เป็นการใช้งานสัญญาณ Golden Cross ในขั้นพื้นฐานที่สุด ซึ่งนักเทรดมักจะใช้เพื่อเข้าสู่การซื้อสินทรัพย์

สัญญาณ Golden Cross พื้นฐาน
สัญญาณ Golden Crossover ขั้นพื้นฐาน: TradingView

นี่คือวิธีการทำงานของมัน:

นักเทรดจะต้องคอยตรวจสอบเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ทั้ง 2 เส้นที่พวกเขาเลือกใช้ และเข้าหรือวางคำสั่งซื้อทันทีที่เส้น MA เกิดการวิ่งตัดกัน นักเทรดสายอนุรักษ์นิยมอาจจะมองหาสัญญาณ Retracement (การเปลี่ยนแปลงชั่วคราวของความเคลื่อนไหวของราคา) เพื่อเป็นการยืนยันก่อนที่จะวางคำสั่งซื้อ ซึ่งเป็นวิธีการในการจัดการความเสี่ยงโดยทั่วไป เป็นวิธีที่ดีที่จะลดโอกาสเกิดความสูญเสียได้

“สิ่งสำคัญที่สุดในการทำกำไรก็คือการไม่ปล่อยให้เกิดความสูญเสียที่คุณไม่อาจจะควบคุมได้”

Martin S. Schwartz นักเทรดตลาดหุ้น Wall Street: จาก Pit Bull: Lessons from Champion Day Trader ของ Wall Street

วิธีการที่คุณสามารถใช้ได้มีดังต่อไปนี้ได้:

จุดเข้า (ซื้อ)

  • ระบุตำแหน่งที่แน่นอนของการเกิด Golden Cross คุณสามารถพิจารณาในการวางคำสั่งซื้อ ในขณะที่ราคาวิ่งข้ามบริเวณที่เกิดการวิ่งตัดกันได้

จุดออก (ขาย)

  • สำหรับการวิ่งตัดกันทั่วไป หากขาดข้อมูลสนับสนุนจากอินดิเคเตอร์ตัวอื่นๆ การระบุจุดที่สามารถออกได้อาจจะยุ่งยากเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม หากคุณเป็นนักเทรดที่ไม่ชอบความเสี่ยง คุณสามารถวางจุด Stop Loss ไว้ให้อยู่ต่ำกว่าเส้น SMA 200 วันได้
  • นอกจากนี้ ถ้าคุณเห็นเส้น EMA 50 วันวิ่งตัดลงจากเส้น SMA 200 วัน (หรือเกิด Death Cross ขึ้น) จุดตัดแรกอาจจะเป็นจุดที่ดีในการออก เมื่อมีสัญญาณ Death Cross โดยทั่วไป เราจะสามารถคาดการณ์ถึงการเกิด Falling Knife หรือราคาดิ่งลงเป็นอย่างมาก ได้
  • หากคุณเข้าใจว่ารูปแบบแท่งเทียนทำงานอย่างไร ให้มองหารูปแบบการกลับตัวของแท่งเทียนที่เป็นขาลง เช่น Three Black Crows, Evening Star, หรือรูปแบบอื่นๆ ที่คล้ายคลึงกัน สิ่งนี้จะช่วยให้คุณค้นหาจุดที่ดีที่สามารถทำกำไรได้ แม้ว่า EMA 50 วันจะยังคงซื้อขายอยู่เหนือ SMA 200 วันก็ตาม

วิธีที่ 2: Pullback Strategy

วิธีการนี้มีความน่าเชื่อถือมากกว่าการตรวจสอบสัญญาณ Golden Cross ตามปกติ และนี่คือวิธีการทำงานของมัน:

เมื่อเกิด Golden Cross แล้ว ห้ามซื้อโดยทันทีเมื่อราคาเริ่มเพิ่มสูงขึ้น ให้รอจนกว่าราคาจะกลับลงมาใกล้กลับจุดที่มีการตัดกันเกิดขึ้น การ Pullback ในลักษณะนี้จะเป็นการกำจัดพวก Weak Hands (นักลงทุนที่ใจไม่นิ่ง ไม่สามารถรับแรงกดดันของตลาดได้) ออกไปให้หมดก่อนที่ราคาจะเริ่มวิ่งขึ้นไปอีกครั้ง Pullback Strategy เกิดจากแนวคิดที่ว่า ราคาจะย่อลงมายังแนวรับที่เฉพาะเจาะจงก่อนที่จะเริ่มวิ่งขึ้นไปอีกครั้ง

Pullback Strategy: TradngView

คุณสามารถทำการเทรดได้ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้ได้:

จุดเข้า (ซื้อ)

  • ระบุตำแหน่งที่แน่นอนของการตัดกัน เมื่อราคาข้ามจุดนั้นไปได้ ให้รอการเกิด Pullback — ราคาจะมุ่งหน้ากลับไปที่ EMA 50 วัน และ SMA 200 วัน ตามระดับแนวรับที่สำคัญ,
  • เมื่อราคากลับขึ้นไปหลังจากแตะแนวรับดังกล่าวแล้ว คุณสามารถพิจารณาในการเข้าซื้อได้

จุดออก (ขาย)

  • คุณสามารถออกได้เมื่อพบสัญญาณ Death Cross อย่างไรก็ตาม มีคำแนะนำอยู่ 2-3 ข้อที่คุณควรจะนำไปพิจารณา
  • ทันทีที่คุณเริ่มเห็นการ Pullback คุณสามารถวางจุด SL (Stop-Loss) ให้ต่ำกว่าระดับ Pullback ที่คุณต้องการ — ต่ำกว่า EMA 50 วัน หรือ SMA 200 วัน
  • หากคุณรู้วิธีการคำนวนหาระดับแนวรับ ให้ลองค้นหาแนวรับที่โดดเด่นที่สุดซึ่งสอดคล้องกับระดับ EMA 50 วันและ SMA 200 วัน แล้วใช้แนวรับดังกล่าวเป็นจุด SL หรือจุดออก
  • หากราคาทะลุแนวรับลงไปก่อน จากนั้นก็ทะลุเส้น MA ลงไป คุณสามารถเปลี่ยนจุด SL ของคุณ หรือ สามารถออกได้เลย

วิธีที่ 3: Breakout Strategy

คุณสามารถใช้กลยุทธ์นี้เพื่อรับข้อมูลยืนยันที่แม่นยำมากยิ่งขึ้นได้ และนี่คือวิธีการทำงานของมัน:

เมื่อคุณเริ่มเห็นสัญญาณของการวิ่งตัดกัน ไม่ต้องสนใจเส้น MA แล้วให้เริ่มวาดเส้นแนวต้านบนกราฟ เส้นเหล่านี้จะเป็นจุดที่เกิดการ Breakout (การที่ราคาที่การวิ่งทะลุแนวต้านขึ้นไปได้) ขึ้น และคุณอาจจะพิจารณาเรื่องการเข้าซื้อสินทรัพย์ต่อเมื่อเกิดการ Breakout ณ จุดนี้ หลังเกิด Golden Cross ขึ้น

Golden Cross Signal
Breakout Strategy: TradingView

นี่คือวิธีการเทรดเบื้องต้นที่คุณควรนำไปพิจารณา:

จุดเข้า (ซื้อ)

  • ระบุแนวต้านที่แข็งแกร่งที่สุด และวาดเส้นแนวต้านดังกล่าวเหนือบริเวณที่เส้น MA ตัดกัน
  • เมื่อเกิดการวิ่งตัดกันแล้ว ให้รอให้ราคาทะลุขึ้นไปผ่านระดับแนวต้าน จากนั้นจึงค่อยวางวางคำสั่งซื้อเหนือระดับนั้น

จุดออก (ขาย)

  • หากเกิดการ Breakout ขึ้น ระดับแนวต้านดังกล่าวจะกลายเป็นแนวรับสำหรับสินทรัพย์ในทันที
  • ดังนั้น คุณสามารถใช้วิธีการ Trailing Stop Loss ได้ — ซึ่งจะเป็นการปรับเลื่อนจุด SL เรื่อยๆ ตามราคาตลาด
  • สำหรับจุดขายทำกำไร คุณสามารถเลือกใช้ระดับแนวต้านที่กลายเป็นแนวรับก่อน จากนั้นก็ตามมาด้วย เส้น EMA 50 วันและเส้น SMA 200 วัน

วิธีที่ 4: Golden Cross พร้อมยืนยันปริมาณการซื้อขาย

เช่นเดียวกับวิธีการเทรดอื่นๆ แม้แต่ Golden Cross ก็ต้องอาศัยการเพิ่มขึ้นของปริมาณการซื้อขายเป็นอย่างมากเพื่อให้มันทำงานได้ดี ในขณะที่การวิ่งตัดกันของเส้น MA จะเป็นสัญญาณในการยืนยัน การมีปริมาณการซื้อขายเป็นจำนวนมากจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นในเรื่องดังกล่าว:

เพื่อให้ประสบความสำเร็จ คุณจะต้องใช้ Volume Indicators (อินดิเคเตอร์ที่ใช้วัดปริมาณการซื้อขาย), กราฟราคา, และค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ เมื่อเกิด Golden Cross แล้ว คุณจะต้องตรวจสอบปริมาณการซื้อขายเพื่อยืนยันโมเมนตัมดังกล่าว หากปริมาณการซื้อขายไม่สูงพอ สัญญาณนั้นอาจจะเป็นเพียง Bull Trap ไม่ใช่สัญญาณขาขึ้น และหากเป็นเช่นนั้น อาจจะดีกว่าหากคุณไม่ทำการเทรดในช่วงเวลาดังกล่าว

สัญญาณ Golden Cross คือ
คู่ BTC/USDT, เกิด Golden Cross และมีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง: Binance

ในกรณีนี้ ปริมาณการซื้อขายจะทำหน้าที่เป็นตัวช่วยในการยืนยัน และหากคุณต้องการใช้แนวทางนี้ในการเทรด คุณสามารถทำตามนี้ได้:

จุดเข้า (ซื้อ)

  • ระบุการเกิด Golden Cross และตรวจสอบว่าปริมาณการซื้อขายสูงพอหรือไม่ เพื่อยืนยันสัญญาณ
  • ตัวชี้วัดที่สมบูรณ์แบบที่สุดคือมีเสาปริมาณการซื้อขายที่สูงเป็นจำนวนมากในระหว่างที่เกิด Golden Cross
  • เคล็ดลับคือการตรวจสอบราคาและปริมาณการซื้อขายร่วมกันเพื่อมองหา Divergence (สัญญาณการขัดแย้งระหว่างราคาและอินดิเคเตอร์)
  • หากราคาเพิ่มขึ้น ในขณะที่ปริมาณการซื้อขายลดลง มันจะเกิด Bearish Divergence (สัญญาณขาลง) ซึ่งอาจจะทำให้สัญญาณ Golden Cross ไม่เกิดขึ้นได้

จุดออก (ขาย)

  • จับตามองการลดลงของปริมาณการซื้อขาย และใช้ข้อมูลนั้นเพื่อกำหนดระดับแนวรับและแนวต้านที่สำคัญ
  • หากการพุ่งขึ้นของราคาไม่สามารถทะลุแนวต้านที่สำคัญหลังเกิด Golden Cross และตามมาด้วยการลดลงของปริมาณการซื้อขาย มันอาจจะเป็นช่วงเวลาที่ดีในการขายเพื่อทำกำไร

คุณสามารถอ่านบทความ ทฤษฎี Wyckoff คืออะไร เพื่อทำความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของปริมาณและราคาได้ สิ่งนี้จะช่วยให้คุณทำการเทรดในช่วง Golden Cross ได้ดียิ่งขึ้น

วิธีที่ 5: Golden Cross พร้อม RSI และ RSI Divergence

Relative Strength Index (RSI) คือ Momentum Oscillator (กราฟเส้นที่ใช้วัดโมเมนตัมของราคาสินทรัพย์) ที่จะช่วยให้คุณยืนยันความแข็งแกร่งของสัญญาณ Golden Cross ได้

หากคุณเห็นสัญญาณ Golden Cross บนกราฟราคา คุณสามารถยืนยันมันได้ด้วย RSI Level หาก RSI ต่ำกว่า 30 และมีการวิ่งตัดกันบนกราฟราคา นั่นอาจจะหมายความว่ามีโอกาสสูงที่แนวโน้มจะกลับตัวเป็นขาขึ้น

RSI กับ สัญญาณ Golden Cross
Golden Cross พร้อม RSI: Binance

แต่นั่นเป็นเพียงการดู RSI Level กับการเกิด Golden Cross เท่านั้น หากคุณต้องการการยืนยันที่ชัดเจนยิ่งขึ้น เราขอแนะนำให้ใช้ RSI Divergence และนี่คือวิธีการทำงานของมัน:

เมื่อคุณเห็น Golden Cross บนกราฟราคา ให้ตรวจสอบว่าราคากำลังเคลื่อนไหวในรูปแบบใด พร้อมทั้งจับตาดู RSI ไปด้วย สถานการณ์ที่ดีที่สุดก็คือ การที่ราคาเคลื่อนไหวในรูปแบบจุดสูงที่ต่ำลง ในขณะที่ RSI ทำจุดสูงที่สูงขึ้น เมื่อ RSI หมายถึงโมเมนตัม นั่นหมายความว่า การทำจุดสูงที่สูงขึ้นจะเป็นการยืนยันถึงโมเมนตัมขาขึ้นที่แข็งแกร่ง ซึ่งเป็นการยืนยันความแข็งแกร่งของสัญญาณ Golden Cross ไปพร้อมกัน

เพื่อลดความเสี่ยง ให้หลีกเลี่ยงที่จะเข้าสู่การเทรดหาก RSI ไม่ได้ยืนยันสัญญาณ Golden Cross หรือเกิดสัญญาณ Bearish Divergence — การที่ RSI ทำจุดสูงที่ต่ำลง ในขณะที่ราคาทำจุดสูงที่สูงขึ้น

นี่คือแนวทางที่คุณสามารถใช้เพื่อทำการเทรดได้:

จุดเข้า (ซื้อ)

  • เมื่อเส้น MA เกิดการตัดกัน ให้ตรวจสอบราคาและ RSI Divergence (ถ้ามี) นี่เวลาที่คุณจะต้องเตรียมตัวเมื่อมีสัญญาณตามมา
  • ถ้าเป็นสัญญาณ Bullish Divergence อย่างชัดเจน— RSI ทำจุดสูงที่สูงขึ้น ตรงข้ามกับราคา — มันอาจจะเป็นจุดที่ดีในการเข้าเทรด
  • สิ่งที่ต้องจำไว้เสมอคือ Golden Cross จะต้องเกิดขึ้นก่อน จากนั้น คุณต้องจับตามองราคาและ RSI อย่างใกล้ชิด

จุดออก (ขาย)

  • ในกรณีที่ราคาและ RSI เปลี่ยนแปลงเทรนด์ ถึงแม้ว่าจะมีการตัดกันของเส้น MA มันก็อาจจะเป็นเวลาที่ดีที่จะออกได้
  • ในการหาจุดออกที่ชัดเจน คุณอาจจะต้องวาดเส้นแนวรับที่สำคัญ และกำหนดจุด SL ไว้ที่ระดับของเส้นแนวรับดังกล่าว

แนวทางที่จะต้องกล่าวถึงเป็นพิเศษ: Golden Cross กับ MACD Divergence

สิ่งหนึ่งที่ควรจะรู้ไว้ก็คือ Moving Average Convergence/Divergence (MACD) มักจะได้รับการพิจารณาว่ามีความน่าเชื่อถือมากเมื่อใช้ร่วมกับรูปแบบ Golden Crossover เหตุผลก็คือทั้ง MACD และ Golden Crossover ทำงานร่วมกับค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่

Golden Cross กับ MACD Divergence
Golden Cross และ MACD: Binance

เช่นเดียวกับ RSI Divergence สัญญาณ Bullish MACD Divergence ที่จุดตัด(ของเส้น MA) จะใช้ยืนยันความเคลื่อนไหวขาขึ้นได้

เป็นที่น่าสังเกตว่า RSI และ MACD Divergences หรือต้องพูดว่า Bearish Divergence นั้นช่วยในการระบุโอกาสในการขายชอร์ตได้ โดยไม่จำเป็นต้องรอให้เกิด Death Crossover แนวทางการเทรดเช่น “Mean Reversion” ก็สามารถใช้ประโยชน์จาก Bearish MACD Divergence เพื่อหาบริเวณที่เทรนด์ขาขึ้นจะหยุดลงและเทรนด์ขาลงเริ่มขึ้นได้

การใช้ “สัญญาณ Golden Cross” ควบคู่กับอินดิเคเตอร์ทางเทคนิคและรูปแบบอื่นๆ

เราได้เห็นกันไปแล้วว่า Golden Crossover ทำงานได้ดีกับ RSI, MACD, และ Volume Indicators แต่เรายังมีรูปแบบและอินดิเคเตอร์อีกบางตัว ที่จะช่วยให้คุณตรวจสอบสัญญาณของการตัดกันของเส้น MA ได้ดียิ่งขึ้น และต่อไปนี้คือ 6 แนวทางเพิ่มเติมที่คุณสามารถใช้งานได้

Golden Cross และ Bollinger Bands

ในการวิเคราะห์ทางเทคนิค Bollinger Bands เป็นเหมือนตัวชี้วัดที่ใช้ระบุความผันผวน ซึ่งจะประกอบไปด้วยเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบพื้นฐาน (SMA) พร้อมกับเส้นเบี่ยงเบนมาตรฐานบนและล่าง 2 เส้น

Golden Cross กับ Bollinger Bands
Golden Cross พร้อมกับ Bollinger Bands: TradingView

แถบ (Bands) เหล่านี้จะหดหรือขยายตัวตามความผันผวนของตลาด

นี่คือวิธีที่คุณสามารถใช้แนวทางนี้เพื่อการเทรดได้:

จุดเข้า (ซื้อ)

  • ระบุจุดที่เส้น MA ตัดกัน
  • ที่นั่น เพิ่มอินดิเคเตอร์ Bollinger Bands ลงไป
  • คุณสามารถพิจารณาในการเข้าซื้อได้เมื่อราคาลงไปแตะที่แนวรับที่แถบด้านล่างของ Bollinger Bands

จุดออก (ขาย)

  • จุดออกที่ดีที่สุดคือเมื่อราคาขึ้นไปแตะแถบด้านบนของ Bollinger Bands
  • หากคุณต้องการรับความเสี่ยงมากขึ้น คุณสามารถวางจุด SL ไว้ที่ด้านล่างแถบตรงกลางของอินดิเคเตอร์ได้

Golden Cross และ Fibonacci Retracement Levels

คุณสามารถใช้ Fibonacci Retracement เพื่อค้นหาระดับแนวต้านและแนวรับที่ซ่อนอยู่ในกราฟราคาได้

Golden Cross กับ Fibonacci Retracement Levels
Fib Retracement พร้อมกับ Golden Crossover: Binance

หากคุณสับสนกับการวางระดับ Retracement Levels อย่างถูกต้อง ให้ลากจากจุดที่ราคาแกว่งตัวต่ำไปจุดที่ราคาแกว่งตัวสูง หลังการเกิด Golden Cross

Golden Cross และ Fibonacci Retracement Levels
จุดเข้าและออกตาม Fib: TradingView

เพื่อทำการเทรด คุณสามารถทำตามแนวทางเหล่านี้ได้:

จุดเข้า (ซื้อ)

  • เมื่อคุณระบุจุดตัดได้แล้ว ให้ลากจากจุดที่ราคาแกว่งตัวต่ำไปจุดที่ราคาแกว่งตัวสูง โดยการใช้อินดิเคเตอร์ Fibonacci Retracement
  • คุณสามารถเข้าซื้อได้เมื่อราคากลับลงมาที่ระดับ 0.618 หรือ 0.382 หลังจากการเกิด Golden Crossover ระดับ Fib อื่นๆ ก็สามารถใช้งานได้ และคุณสามารถเข้าสู่การเทรดได้ทุกเมื่อ หากได้มีการยืนยันปริมาณการซื้อขายแล้ว

หมายเหตุ: ในกราฟราคาที่เราใช้ ราคาของ ETH เคารพระดับ Fib และไม่เคยลงไปต่ำกว่าระดับ 0.78 ก่อนที่การวิเคราะห์ Fib จะเสร็จสมบูรณ์

จุดออก (ขาย)

  • หากคุณต้องการที่จะออก วิธีการที่ปลอดภัยที่สุดก็คือการวางจุด SL ใต้ระดับ Fib ทันทีที่เข้าสู่การเทรด
  • หากไม่ คุณสามารถออกจากการเทรดได้เมื่อราคาเคลื่อนไปยังจุดสูงก่อนหน้า หรือที่ระดับ Fib 0%

Golden Cross และ Stochastic Oscillator

Golden Crossover เป็นการบ่งบอกถึงโมเมนตัมขาขึ้น และอินดิเคเตอร์ตัวไหนจะจับคู่กับมันได้ดีไปกว่า Stochastic Oscillator ซึ่งเป็นตัวชี้วัดที่จะช่วยให้เปรียบเทียบราคาปิดของสินทรัพย์และการเคลื่อนไหวของราคาล่าสุดได้

Golden Cross และ Stochastic Oscillator
Golden Cross พร้อมกับ Stochastic Oscillator: TradingView

และนี่คือโอกาสการเข้าเทรดด้วยการใช้ Stochastic Oscillator:

จุดเข้า (ซื้อ)

  • เมื่อระบุจุดตัดได้แล้ว ให้มองหาระดับของราคาที่สอดคล้องกับ Oversold Zone ของ Stochastic Oscillator — ซึ่งเท่ากับต่ำกว่า 20 หรือ ต่ำกว่า 30 — นั่นจะเป็นจุดเข้าของคุณ
  • หากคุณเห็น Stochastic Oscillator ส่งสัญญาณ Bullish Divergence (ทำจุดสูงสุดที่สูงขึ้น) เมื่อเทียบกับราคาที่ทำจุดสูงที่ต่ำลง มันอาจจะเป็นสัญญาณว่าราคากำลังจะสูงขึ้น ซึ่งหมายความว่าคุณอาจจะอยากซื้อสินทรัพย์เพิ่มขึ้น

จุดออก (ขาย)

  • จุดออกที่เหมาะสมคือเมื่อ Stochastic Oscillator เคลื่อนที่ไปยัง Overbought Zone — ซึ่งก็คืออยู่เหนือ 80 ขึ้นไป
  • หากคุณเป็นนักเทรดที่ไม่ชอบความเสี่ยง คุณยังสามารถมองหาสัญญาณ Bearish Divergence — Stochastic ทำจุดสูงที่ต่ำลง หรือจุดต่ำที่ต่ำลง เมื่อเทียบกับราคา — เพื่อออกได้

Golden Cross และเส้น EMA “Carry the EMA”

เป็นการขยายขอบเขตของวิธีการตรวจสอบสัญญาณ Golden Cross ทั่วไป หากคุณดูให้ชัดๆ แล้ว การเทรดด้วยวิธี “Carry the EMA” นี้จะไม่แนะนำให้คุณทำการเทรดอย่างดุดัน

Golden Cross และเส้น EMA
“Carry the EMA”: TradingView

กลับกัน คุณสามารถใช้เส้น EMA เพื่อใช้ประโยชน์จากโมเมนตัมเชิงบวกที่มีอยู่ได้ และนี่คือลักษณะของการเทรดที่คุณสามารถทำได้:

จุดเข้า (ซื้อ)

  • เมื่อระบุจุดที่เกิด Golden Cross ได้แล้ว ให้จับตาดูราคาและความสัมพันธ์กับเส้น EMA 50 วัน อย่าขายหากอินดิเคเตอร์ตัวอื่นๆ ระบุสัญญาณขาลง แต่ให้ดูว่าราคาตกลงไปที่ EMA 50 วันแล้วเด้งกลับขึ้นไปหรือไม่ นั่นหมายความว่ามันอาจจะเป็นเวลาที่ดีที่จะทำการซื้อเพิ่ม

จุดออก (ขาย)

  • หากต้องการออก ให้วางจุด Stop Loss ไว้ใต้เส้น EMA 50 วัน หรือคุณยังสามารถใช้ระดับแนวรับที่หลากหลายเพื่อติดตามเส้น EMA ได้
  • “Carry the EMA” จะช่วยให้คุณใช้การ Trailing Stop Loss ด้วยวิธีนี้ ทุกครั้งที่ราคาของสินทรัพย์ขยับขึ้นไปอยู่เหนือเส้น EMA จุด SL ก็จะขยับขึ้นเช่นกัน ช่วยให้คุณใช้ประโยชน์จากโมเมนตัมขาขึ้นทั้งหมดที่มีหลังจากเกิดสัญญาณ Golden Cross ได้

ในกรณีนี้ เส้น EMA 50 วันจะทำงานเหมือนระดับแนวต้านและแนวรับที่เปลี่ยนแปลงได้ อีกทั้ง มันจะดีกว่าหากใช้งานมันร่วมกับ Pullback Strategy ด้วยวิธีนี้ คุณจะได้พบกับจุดเข้าซื้อที่ดียิ่งขึ้น

Golden Cross และ Flag Pattern

Bull Flag (ธงขาขึ้น) คือ รูปแบบความต่อเนื่องของเทรนด์ ที่ซึ่งสัญญาณ Golden Crossover บอกใบ้ถึงการกลับตัวของเทรนด์ ดังนั้น ในกรณีส่วนใหญ่ Bull Flag จะปรากฏขึ้นหลังจากที่จุดตัดเกิดขึ้นไปแล้วระยะหนึ่ง อีกทั้ง Bull Flag ยังเป็นเครื่องมือที่สุดให้นักเทรดทำกำไรสูงสุดได้ เนื่องจากมันสามารถแยกความแตกต่างของสัญญาณ Crossover ที่แข็งแกร่งจากสัญญาณที่อ่อนแอได้

Golden Cross และ Flag Pattern
Golden Cross พร้อมกับ Flag Pattern: TradingView

และนี่คือวิธีในการเทรด:

จุดเข้า (ซื้อ)

  • เมื่อ Bull Flag Pattern ปรากฏขึ้นหลังสัญญาณ Golden Crossover คุณสามารถทำการเข้าซื้อได้หากราคาทะลุเส้นแนวโน้มด้านบนของธงขึ้นไป
  • แนวทางที่ดีที่สุดคือยืนยันการ Breakout ดังกล่าวพร้อมกับปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มสูงขึ้น
  • หรือคุณสามารถรอสัญญาณ Retracement จากเส้นแนวโน้มด้านบนเพื่อเป็นช่วยในการยืนยันข้อมูลเพิ่มเติมได้
  • เมื่อเกิดการ Breakout แล้ว คุณสามารถใช้ Fib Indicators เพื่อประเมินเป้าหมายในการทำกำไรที่สามารถเป็นไปได้

จุดออก (ขาย)

  • จากพฤติกรรมโดยทั่วไปของ Flag and Pole Pattern (รูปแบบธงพร้อมด้ามธง) คุณสามารถออกจากการเทรดได้เมื่อทำกำไรได้ถึงเป้าหมายแล้ว ซึ่งกำหนดได้ด้วยการวัดความยาวของเสาจาก Breakout Zone
  • คุณยังสามารถออกจากการเทรดได้หากสัญญาณ Death Crossover ก่อตัวขึ้น หรือ ราคาร่วงลงต่ำกว่าเส้นแนวโน้มล่างของธง

การใช้ Golden Cross กับ Flag Pattern นี้จะคล้ายกับแนวทางการเทรดด้วย “Breakout Strategy”

Golden Cross และ Double Bottom

แนวคิดของรูปแบบ Double Bottom คือสินทรัพย์พยายามที่จะต้านทานการลดลงของราคา และแนวคิดนี้เข้ากันได้ดีกับการตรวจสอบสัญญาณ Golden Crossover

Golden Cross และ Double Bottom
Golden Cross พร้อมกับ Double Bottom: TradingView

และนี่คือวิธีที่คุณสามารถใช้งานได้:

จุดเข้า (ซื้อ)

  • ห้ามเข้าสู่การเทรดในทันทีหลังจากที่เส้น MA วิ่งตัดกัน ให้รอจนกว่าราคาจะลดลงไปต่ำกว่าเส้น EMA 50 วัน ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดเสียก่อน
  • เมื่อรูปแบบ Double Bottom ก่อตัวแล้ว คุณสามารถเข้าสู่การเทรดได้ด้วยการเข้าซื้อเหนือเส้น EMA 50 วัน
  • หากเส้น EMA อยู่ไกลออกไป และคุณต้องการเข้าตั้งแต่เนิ่นๆ คุณสามารถเข้าที่เหนือระดับ Neckline (เส้นที่ตีในระดับเดียวกับจุดสูงสุดที่อยู่ระหว่างจุดต่ำสุดที่ 1 และ 2 ของรูปแบบ Double Bottom) ของสินทรัพย์ได้เลยทันที

จุดออก (ขาย)

  • คุณสามารถออกจากการเทรดได้เมื่อทำกำไรได้ตามเป้าแล้ว หรือหากราคาลดลงไปต่ำกว่าจุดต่ำสุดที่ 2 นี่อาจจะทำให้เทรนด์ขาขึ้นกลายเป็นโมฆะ
  • สัญญาณ Death Crossover ก็เป็นจุดที่สามารถออกได้

นอกจากวิธีการที่ได้กล่าวไปในบทความแล้ว คุณยังสามารถใช้สัญญาณ Golden Cross กับสัญญาณขาขึ้นอื่นๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็น Ascending Triangle, หลักการของ Mean Reversion, และอื่นๆ อีกมากมาย ไม่ว่าคุณจะใช้วิธีการใด วิธีที่ดีที่สุดคือดูสัญญาณต่างๆ ที่ได้มาจากตัวชี้วัดและรูปแบบที่แตกต่างกันไป

Golden Cross ช่วยคาดการณ์ตลาดขาขึ้นได้หรือไม่?

Golden Cross เป็นตัวชี้วัดทางเทคนิคที่เชื่อถือได้ ซึ่งใช้ในการระบุช่วงเริ่มต้นของตลาดขาขึ้น อย่างไรก็ตาม หลังจากช่วงขาลง ขอแนะนำให้ใช้ประโยชน์จากสัญญาณ Golden Cross เพื่อการระบุสัญญาณขาขึ้น ไม่ใช่ตลาดขาขึ้น

และเนื่องจากวิธีการนี้ต้องพึ่งพาเส้น EMA 50 วัน และ SMA 200 วันเป็นอย่างมาก ดังนั้น มันจึงเป็นสัญญาณที่เน้นเกี่ยวกับเทรนด์ล่าสุดมากกว่า ซึ่งหมายความว่า มันจะช่วยให้คุณตัดสินใจในระยะสั้นถึงระยะกลางได้ดีกว่าการตัดสินใจในระยะยาวที่จะต้องพิจารณาภาพรวมของตลาดที่กว้างยิ่งขึ้น

เครื่องมือระดับ “ทองคำ” ที่ช่วยให้เทรดได้ดียิ่งขึ้น?

สัญญาณ Golden Cross — การตัดกันของเส้น EMA 50 วันเหนือเส้น SMA 200 วัน — เป็นตัวชี้วัดที่ดีที่มีความน่าเชื่อถือ ซึ่งสามารถใช้เพื่อวัดความรู้สึกในเชิงบวกได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าต้องการใช้งานอย่างเต็มรูปแบบ การใช้งานมันพร้อมกับแนวทางในการเทรดอื่นๆ ที่เหมาะสม จะช่วยให้คุณยืนยันความถูกต้องของสัญญาณได้ และช่วยให้คุณได้รับผลประโยชน์มากที่สุด

คำถามที่พบบ่อย

Golden Cross คืออะไร?

Golden Crossover คืออะไร?

Golden Cross เป็น EMA หรือ SMA?

Golden Cross เป็นสัญญาณในการเทรดที่ดีหรือไม่?

ใช้ EMA หรือ SMA ดีกว่ากัน?

แพลตฟอร์มคริปโตที่ดีที่สุดในไทย | กรกฎาคม 2024
แพลตฟอร์มคริปโตที่ดีที่สุดในไทย | กรกฎาคม 2024
แพลตฟอร์มคริปโตที่ดีที่สุดในไทย | กรกฎาคม 2024

Trusted

ข้อจำกัดความรับผิด

ข้อมูลทั้งหมดที่มีอยู่บนเว็บไซต์ของเราเผยแพร่ด้วยเจตนาที่ดีและเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น การกระทำใด ๆ ที่ผู้อ่านดำเนินการตามข้อมูลที่พบบนเว็บไซต์ของเราถือเป็นความเสี่ยงของผู้อ่านโดยเฉพาะ Learn ให้ความสำคัญกับข้อมูลคุณภาพสูง เราอุทิศเวลาให้กับการแยกแยะ ค้นคว้า และสร้างเนื้อหาเพื่อการศึกษาซึ่งเป็นประโยชน์กับผู้อ่าน เพื่อเป็นการรักษามาตรฐานนี้และเพื่อสร้างเนื้อหาคุณภาพได้อย่างต่อเนื่อง พาร์ตเนอร์ของเราอาจตอบแทนเราด้วยค่าคอมมิชชั่นสำหรับการจัดวางตำแหน่งต่าง ๆ ในบทความของเรา อย่างไรก็ดี ค่าคอมมิชชั่นนี้ไม่มีผลต่อกระบวนการของเราในการสร้างเนื้อหาที่ไร้อคติ ตรงไปตรงมา และเป็นประโยชน์

Akhradet-Mornthong-Morn.jpg
Akradet Mornthong
อัครเดช หมอนทอง เป็น นักแปล/นักเขียนคอนเทนต์ ผู้เชี่ยวชาญทางด้าน NFT Games, Metaverse, AI, Crypto และเทคโนโลยีใหม่ๆ เขาจบการศึกษาในสาขาอังกฤษเพื่อการสื่อสารสากล และมีประสบการณ์ในการทำงานในวงการเกมมากกว่า 10 ปี เมื่อ NFT Games ได้กลายเป็นกระแสขึ้นมาในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เขาก็ไม่พลาดที่จะก้าวเข้ามาในวงการนี้เพื่อศึกษาข้อมูลในเชิงลึกต่างๆ ของวงการ NFT รวมไปถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ Blockchain และ Crypto อีกด้วย
READ FULL BIO
ได้รับการสนับสนุน
ได้รับการสนับสนุน