จากสถานการณ์เศรษฐกิจและการเมืองโลก ทั้งสงครามรัสเซีย-ยูเครน และปัญหาเงินเฟ้อ ทำให้สินทรัพย์ต่างๆ บนโลกเข้าสู่แนวโน้มขาลง โดยเฉพาะในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ แต่ที่ Short-position ของคริปโตกลับทำกำไรได้แย่เป็นอันดับรองสุดท้าย
ในภาวะตลาดหมี การ short คือ เครื่องมือหนึ่งที่ทำให้นักลงทุนสามารถสร้างโพซิชั่นลดความเสี่ยง (Hedging) หรือทำกำไรแม้ตลาดจะอยู่ในขาลง โดยการกู้ยืมมาเพื่อขายก่อนและซื้อคืนที่หลัง ทำให้ได้รับส่วนต่างที่เป็นกำไร
จากข้อมูลของ Capital.com ระยะเวลาระหว่างวันที่ 1 เมษายน – 30 มิถุนายน (ไตรมาส 2) นับเป็นช่วงเวลาที่มีคน short สินทรัพย์ต่างๆ ทั่วโลก อยู่ที่ 38% และ มากขึ้นกว่าในไตรมาสแรกกว่า 34% และจากข้อมูล การ Short ทำกำไรได้อยู่ที่ประมาณ 32.1% ในขณะที่ Long อยู่ที่ 28.7%
หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ David Jones จาก Capital.com ให้ความเห็นว่า การเพิ่มขึ้นของการ short ที่เพิ่มมากขึ้นในไตรมาส 2 สะท้อนให้เห็นถึง การเปลี่ยนแปลงทางความรู้สึกของนักลงทุนที่เป็นไปในทางลบมากขึ้น
สินค้าโภคภัณฑ์ สกุลเงินต่างประเทศ และ ตลาดดัชนี เป็นกลุ่มที่มีการ short มากที่สุด
- เงินตราต่างประเทศ (FX)
จากข้อมูลของ Pulse โดย Capital.com ปรากฏกว่า การ short เงินตราต่างประเทศ โดยเฉพาะ USD/JPY มีจำนวนที่มากเป็นพิเศษจากนักลงทุนทุกมุมโลก ยกเว้นจากประเทศอังกฤษและแอฟริกา
- สินค้าโภคภัณฑ์ (Commodities) และ ดัชนี (Indices)
ทั้ง 2 ตลาดเป็นตลาดที่มีการ short มากที่สุดในช่วงไตรมาส 2 และหากเปรียบเทียบระหว่ง long และ short ในตลาดอย่าง Nasdaq 100 (US100) ฝั่ง short ได้กำไรมากกว่าฝั่ง long เป็นจำนวน 33.7% และ 32.6% ตามลำดับ
นอกจากนี้การ short น้ำมัน (oil CFDs) ก็มีจำนวนเพิ่มขึ้นจาก 35% ใน ไตรมาสแรก มาเป็น 41% ในไตรมาส 2 สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนมองว่าราคาน้ำมันอาจลดต่ำลงในอีก 3 เดือนข้างหน้า และหากเงินเฟ้อยังคงไม่ลดลงและยังคงกดดันเศรษฐกิจ มันจะยิ่งผลักดันให้ราคาน้ำมันลดลงอีกด้วย กล่าวโดย Jones

Crypto อยู่ลำดับรองสุดท้ายในการทำกำไรจาก Short-position
ข้อมูลที่น่าสนใจคือ ตลาด Cryptocurrency และหุ้น คือ 2 สินทรัพย์ที่สามารถทำกำไรได้น้อยที่สุด สำหรับการ short ที่ผ่านมา โดย คริปโตที่ 29% เเละหุ้นอยู่ที่ 28% ตามลำดับ ในขณะที่การ long คริปโตให้ผลกำไรต่ำที่สุด อยู่ที่ 21% นอกจากนี้กลุ่มสินค้าที่นักลงทุนใช้ stop loss น้อยที่สุด คือ Cryptocurrency CFDs บ่งชี้ให้เห็นถึงการยอมรับความเสี่ยงที่มากขึ้นของนักลงทุนในไตรมาสที่ 2 ในอีกเเง่หนึ่งอาจเป็นการคุมความเสี่ยงโดยเงินต้นเเละวางกลยุทธ์ถือสัญญาในระยะยาวมากขึ้น
ข้อจำกัดความรับผิด
หมายเหตุบรรณาธิการ: เนื้อหาต่อไปนี้ไม่ได้สะท้อนถึงมุมมองหรือความคิเห็นของ BeInCrypto มันจัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้นและไม่ควรถูกตีความว่าเป็นคำแนะนำทางการเงิน กรุณาทำการวิจัยของคุณเองก่อนที่จะทำการตัดสินใจลงทุนใดๆ
