ดูเพิ่มเติม

ออสเตรเลียและสิงคโปร์ เผยแพร่ข้อสรุปโครงการบล็อคเชนตรวจสอบระบบดิจิทัล

1 min
อัพเดทโดย Passanai Jiraruekmongkol

สรุปย่อ

  • การประกาศเริ่มการทดสอบโครงการบล็อคเชนตรวจสอบระบบดิจิทัลเกิดขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2020
  • ระบบจะมีการฝัง QR code ลงในใบรับรองดิจิทัล (COO) ซึ่งเป็นหลักฐานที่ไม่สามารถปลอมหรือเปลี่ยนแปลงได้
  • ข้อตกลงทางเศรษฐกิจดิจิทัลระหว่างออสเตรเลีย-สิงคโปร์เพื่อสร้างบล็อคเชนตรวจสอบระบบดิจิทัล
  • Promo

ออสเตรเลียและสิงคโปร์ สรุปการทดสอบบล็อคเชนตรวจสอบระบบดิจิทัลที่ถือว่ามีประสิทธิภาพการค้าระหว่างประเทศและลดข้อจำกัดทางเศรษฐกิจในการชำระเงิน

โครงการทดสอบบล็อคเชนตรวจสอบระบบดิจิทัลเกิดจากความร่วมมือของ 3 องค์กรจาก ได้แก่ Australian Border Force (ABF) ของออสเตรเลีย หน่วยงาน Infocomm Media Development Authority of Singapore (IMDA) และกรมศุลกากรของสิงคโปร์ รวมถึงการสนับสนุนจากภาคอุตสาหกรรมอื่น ๆ 

แนวคิดของบล็อคเชนตรวจสอบระบบดิจิทัลของ ออสเตรเลียและสิงคโปร์

การตัดสินใจร่วมทุนของทั้งสองประเทศเกิดขึ้นภายใต้ข้อตกลงทางเศรษฐกิจดิจิทัลระหว่างออสเตรเลีย-สิงคโปร์เพื่อสร้างบล็อคเชนตรวจสอบระบบดิจิทัลเพื่อทดสอบการวิเคราะห์การทำงานของระบบตรวจสอบดิจิทัลของประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการค้าระหว่างประเทศ ตลอดจนเพื่อลดข้อจำกัดทางเศรษฐกิจในการชำระเงินระหว่างประเทศ

การทำงานของบล็อคเชนดังกล่าวจะเข้าไปตรวจสอบเพื่อการวิเคราะห์ บัญชีแยกประเภทระหว่างรัฐบาลของหน่วยงาน ABF และเอกสารอ้างอิง TradeTrust ของหน่วยงาน IMDA โดยจะมีการวิเคราะห์ประมวลผลถึงความเป็นไปได้เพื่อสร้าง เอกสารการค้ารูปแบบดิจิทัลที่มีความถูกต้องสูงและสามารถตรวจสอบได้ทันที รวมถึงสามารถติดตามแหล่งที่มาและประมวลผลทางดิจิทัล

จากการเปิดเผยอย่างเป็นทางการระบุว่า ระบบจะมีการฝัง QR code ลงในใบรับรองดิจิทัล (COO) ซึ่งเป็นหลักฐานที่ไม่สามารถปลอมหรือเปลี่ยนแปลงได้ ทำให้สามารถตรวจสอบความถูกต้องและความสมบูรณ์ของเอกสารได้ทันทีเมื่อสแกนโค้ดผ่านเครื่อง

ผู้ร่วมทดสอบโครงการบล็อคเชนตรวจสอบระบบดิจิทัล

การประกาศเริ่มการทดสอบโครงการบล็อคเชนตรวจสอบระบบดิจิทัลเกิดขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2020 เพื่อต้องการลดปัญหาจากการพึ่งพาเอกสารที่เป็นกระดาษด้วยการออกเอกสารในรูปแบบดิจิทัล และลดการชะลอจากการอนุมัติที่ล่าช้าในการพิมพ์และส่งเอกสาร รวมถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมจากการผลิตกระดาษ

นอกจาก 3 หน่วยงานหลักแล้ว ยังมีอีกหลายองค์กรที่มีส่วนร่วมกับการทดสอบนี้ เช่น ANZ Bank, DBS Bank และ Standard Chartered ต่างก็ได้รับประโยชน์จากการตรวจสอบทั้งด้านต้นทุนและเวลาจากโครงการ COO 

Himanshu Maggo ตัวแทนของ Standard Chartered กล่าวว่า เทคโนโลยี COO ที่ตรวจสอบได้ทันทีจะช่วยทำให้ขั้นตอนทางการค้ามีความหมายและน่าเชื่อถือ โดยมีการตรวจสอบที่มาของสินค้าที่สามารถดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ

“The instant authentication of digital COOs is a meaningful step towards building a trusted trade ecosystem where verifying the provenance of goods is performed with great efficiency.”

Himanshu Maggo จาก Standard Chartered
แพลตฟอร์มคริปโตที่ดีที่สุดในไทย | กรกฎาคม 2024
แพลตฟอร์มคริปโตที่ดีที่สุดในไทย | กรกฎาคม 2024
แพลตฟอร์มคริปโตที่ดีที่สุดในไทย | กรกฎาคม 2024

Trusted

ข้อจำกัดความรับผิด

หมายเหตุบรรณาธิการ: เนื้อหาต่อไปนี้ไม่ได้สะท้อนถึงมุมมองหรือความคิเห็นของ BeInCrypto มันจัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้นและไม่ควรถูกตีความว่าเป็นคำแนะนำทางการเงิน กรุณาทำการวิจัยของคุณเองก่อนที่จะทำการตัดสินใจลงทุนใดๆ

13700.jpg
Fakkrudien Buhas
นักเขียนผู้สนใจศึกษา Crypto และคลุกคลีกับงานด้านข่าวสารมาหลายปี มองว่าการเติบโตของอุตสาหกรรมคริปโตในอดีต คือ เครื่องพิสูจน์การเติบโตในอนาคต การอัพเดทสถานการณ์ต่าง ๆ เป็นสิ่งสำคัญ ทั้งด้านการลงทุน หรือด้านสินทรัพย์ดิจิทัล
READ FULL BIO
ได้รับการสนับสนุน
ได้รับการสนับสนุน