ดูเพิ่มเติม

ไทยเตรียมปฏิรูปกฎหมายคริปโตหลังจากสำรวจเส้นทางตลาด

1 min
อัพเดทโดย Passanai Jiraruekmongkol

สรุปย่อ

  • รัฐบาลไทยต้องการให้ ธปท มีบทบาทมากขึ้นในการกำกับดูแลอุตสาหกรรมคริปโต
  • การเคลื่อนไหวในทิศทางข้างต้นจะนำไปสู่การแก้ไขกฎหมายว่าด้วยสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับ ธปท
  • ความล้มเหลวของบริษัทคริปโตทำให้เกิดคลื่นการปฏิรูปกฎหมายหลายครั้งในหลายประเทศ
  • Top Crypto Exchanges Without KYC Read Now
  • Promo

หลังจากวิกฤตที่เกิดขึ้นกับ Zipmex หน่วยงานกำกับดูแลในประเทศไทยมีแนวโน้มว่าไม่ต้องการอดทนต่อประเด็นเรื่องกฎเกณฑ์เกี่ยวกับคริปโตเคอเรนซีอีกต่อไป ทั้งยังทำให้มุ่งที่จะแก้ไขกฎหมายในประเทศเพื่อกำกับดูแลอุตสาหกรรมคริปโตในประเทศไทย

อาคม เติมพิทยาไพสิฐ  รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง เปิดเผยแผนการของรัฐบาลในการที่จะปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลและระบบนิเวศของสินทรัพย์ประเภทข้างต้น แผนการดังกล่าวยังรวถึงการให้อำนาจกับธนาคารแห่งประเทศไทยมากขึ้น

ในปัจจุบัน คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ถือเป็นองค์กรหลักที่ทำหน้าที่ดูแลอุตสาหกรรมคริปโต แต่ข้อเสนอหลักในการแก้ไขกฎหมายจะทำให้ธนาคารแห่งประเทศรับหน้าที่ดังกล่าวแทน

“ขณะนี้ ธปท. ไม่มีพื้นที่ที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกรอบทางกฎหมายเลย นอกเสียจากจะเพียงแค่ออกคำเตือนว่าสินทรัพย์ริปโตยังไม่ใช่เครื่องมือที่สามารถใช้ชำระค่าสินค้าและบริการได้ตามกฎหมาย” อาคมกล่าว “ดังนั้น จะเห็นได้ว่ากรอบกฎหมายของไทยยังไม่สามารถกำกับดูแลอุตสาหกรรมคริปโตได้”

เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทย แสดงความคิดเห็นเชิงบวกเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น โดยกล่าวว่าผู้กำกับดูแลจะสามารถ “ขีดเส้นกำกับ” คริปโตเคอเรนซีได้ เนื่องจากทางธนาคารฯ มีแผนการที่จะออกสกุลเงินดิจิทัล (Central Bank Digital Currency; CBDC) ของตนเอง 

ความเห็นหลายฝ่ายเกี่ยวกับคริปโต 

ความคิดเห็นโดยทั่วไปเกี่ยวกับคริปโตเคอเรนซีถือว่าไม่ต่อเนื่อง กล่าวคือ เคยมีการออก “คำสั่งห้ามที่ครอบคลุมทุกกรณี” (Blanket Ban) ต่อสินทรัพย์คริปโต โดยมีผลบังคับใช้ในระดับหนึ่ง 

ทั้งนี้ ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อการตัดสินให้ธนาคารแห่งประเทศไทยกลายเป็นผู้กำกับดูแลหลัก อีกปัจจัยคือ Crypto Winter  ที่ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ทำให้นักลงทุนสูญเสียเงินลงทุนไปถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

อีกปัจจัยคือวิกฤตที่เกิดขึ้นกับผู้ให้กู้คริปโตอย่าง Celsius และ Three Arrows Capital และความกังวลยิ่งเพิ่มสูงขึ้นเมื่อ Zipmex ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มคริปโตท้องถิ่น ได้ระงับบริการเบิกถอนเงินกับลูกค้าของตน ทำให้นักลงทุนจำนวนนับพันคนถูกลอยแพ

“เราพยายามปกป้องนักลงทุนเช่นเดียวกับพยายามทำให้ผู้ให้บริการในอุตสาหกรรมคริปโตได้รับความเป็นธรรม” อาคมกล่าว โดยอ้างถึงตัวอย่างของตลาดหุ้นที่มีการปกป้องนักลงทุนระดับสูง ในขณะที่สินทรัพย์ดิจิทัลไม่ได้รับการเหลียวแล “นอกเสียจากจะได้รับอนุญาต ซึ่ง [นักลงทุน] ก็ให้ความสำคัญกับมันน้อยที่สุด”

นักลงทุนต่างหวาดกลัว

หลาย ๆ เหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นในโลกคริปโตสร้างความหวาดกลัวให้นักลงทุนคริปโตชาวไทย ทาง Bloomberg รายงานว่าจำนวนบัญชีที่ยังใช้ซื้อขายคริปโตอยู่ลดลงจาก 700,000 บัญชี เหลือเพียง 230,000 ภายในระยะเวลาไม่ถึงหกเดือน

ในทางตรงกันข้าม บริษัทคริปโตยังแสดงให้เห็นสัญญาของความสิ้นหวังที่จะทำกำไร กล่าวคือ ในเดือนมิถุนายน 2022 ทาง ก.ล.ต. ปรับ Bitkub ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มคริปโตท้องถิ่น ในข้อหาปลอมแปลง “จำนวนการซื้อขายเท็จ” เนื่องจากจำนวนรายการธุรกรรมขึ้นสูงกว่าความเป็นจริง 

แพลตฟอร์มคริปโตที่ดีที่สุดในไทย | มิถุนายน 2024

Trusted

ข้อจำกัดความรับผิด

ข้อมูลทั้งหมดที่มีอยู่บนเว็บไซต์ของเราเผยแพร่ด้วยเจตนาที่ดีและเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น การกระทำใด ๆ ที่ผู้อ่านดำเนินการตามข้อมูลที่พบบนเว็บไซต์ของเราถือเป็นความเสี่ยงของผู้อ่านโดยเฉพาะ

ได้รับการสนับสนุน
ได้รับการสนับสนุน