ดูเพิ่มเติม

CEO FTX เล็งซื้อบริษัท Crypto mining ที่เผชิญวิกฤตการเงิน

1 min
อัพเดทโดย Passanai Jiraruekmongkol

สรุปย่อ

  • Sam Bankman-Fried วางแผนช่วย miners ที่ประสบวิกฤตการเงิน เพราะหลักทรัพย์ค้ำประกันมูลค่าตก
  • บริษัท Crypto mining กู้เงินจำนวนมากเพื่อขยายกิจการระหว่างตลาดเก็งกำไรช่วงสุดท้าย
  • บริษัท Crypto mining บางแห่งต้องขายบิตคอยน์เพื่อเพิ่มความเข้มแข็งของงบดุล
  • Deposit and make your first trade for up to $3,000 in rewards Get Started Now!
  • Promo

Sam Bankman-Fried เศรษฐีจากบริษัท FTX กำลังหมายตาซื้อบริษัท Crypto mining ที่กำลังเผชิญวิกฤตทางการเงิน หลังจากที่ปล่อยกู้ให้บริษัท BlockFi

CEO ของแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตอยากสร้างกระแสในวงการผู้ให้กู้และผู้ขอกู้ ท่ามกลางสถานการ์ตลาดเสี่ยงสูงในปัจจุบัน โดยอ้างว่า Miners บางส่วนใช้อุปกรณ์ทำ mining เป็นหลักประกันเงินกู้ ซึ่งอาจจะทำให้เกิดกระแสการกู้ได้

 Bankman-Fried เผยว่า บริษัท FTX พร้อมคว้าโอกาสในอุตสาหกรรม mining หลังจากที่บริษัทได้ปล่อยกู้เงินจำนวน 400 ร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อต่อลมหายใจบริษัท BlockFi

ส่วน Alameda Research ซึ่งเป็นบริษัทอีกแห่งของ Bankman-Fried ก็ช่วยอำนวยความสะดวกเรื่องการกู้ให้กับนายหน้าคริปโต Voyager Digital หลังจากที่ทางบริษัทประกาศว่า กองทุน Three Arrows Capital ค้างชำระหนี้เงินกู้จำนวน 660 ร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

การปล่อยกู้เงินให้กับ Voyager Digital ถือเป็นการรักษาผลประโยชน์ส่วนตัวส่วนหนึ่ง เพราะ Alameda Research ถือหุ้นร้อยละ 11 ในบริษัทดังกล่าว

FTX ช่วยผู้ให้กู้ ด้วยการช่วยบริษัททำ Crypto mining

ปัจจุบัน Bankman-Fried กำลังให้ความสนใจบริษัททำ Crypto mining ที่กำลังประสบปัญหาหาเงินสดมาชำระเงินกู้ ซึ่งจะสร้างผลกระทบเชิงลบให้กับงบดุลของผู้ให้กู้ โดยบริษัททำ Crypto mining ได้ขยายตัวอย่างรวดเร็วในตลาดเก็งกำไรที่ปิดตัวไปในปีนี้ ซึ่งเป็นผลให้เกิดหนี้จำนวนมหาศาล ในขณะที่ตลาดความเสี่ยงสูงแห่งใหม่ก็สร้างแรงกดดันให้กับสภาพคล่อง นำไปสู่การรีดไถเงิน

ในขณะที่ชาว Miners จำนวนหนึ่งค้างชำระหนี้ Miners รุ่นใหญ่บางส่วนต้องเปลี่ยนกลยุทธ์และขายบิตคอยน์เพื่อเพิ่มสมดุลให้กับงบดุลตัวเอง

เงินกู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์ทำ mining อย่าง ASICs เป็นหลักค้ำประกัน ต้องพบแรงกดดันอย่างหนัก เนื่องจากราคา ASIC ตก

มีการคาดการณ์ว่าเงินกู้ที่ใช้เครื่อง ASIC เป็นหลักค้ำประกัน มีจำนวนสูงถึง 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยล่าสุด Bitfarms บริษัท mining สัญชาติแคนาดาก็กู้เงินจากบริษัท New York Digital Investment Group โดยใช้เครื่อง ASIC เป็นหลักค้ำประกัน

SBF คือ JPMorgan วงการคริปโต

Anthony Scaramucci ที่เพิ่งแนะนำให้นักลงทุนมีวินัยมากขึ้นในช่วงขาลงของตลาด ผ่านรายการในช่อง CNBC ถึงขั้นกล่าวในรายการว่า การช่วยเหลือบริษัทคริปโตของ Bankman-Fried เทียบได้กับบทบาทที่พึ่งสุดท้ายของ John Pierpont Morgan ที่ให้ธนาคารกู้เงินในช่วงวิกฤตการเงินปี 1907

Lionel Laurent คอลัมนิสต์สำนักข่าว Bloomberg Opinion ไม่เห็นด้วยกับความเห็นนี้ของ Scaramucci โดยมองว่า แม้ Bankman-Fried จะมีอิทธิพลมากในวงการคริปโต ความช่วยเหลือของเขาที่มีต่อบริษัทคริปโตก็แตกต่างจากวิธีการที่ JPMorgan และธนาคารอื่นใน Wall Street จะให้กู้บริษัทที่ประสบวิกฤตหนักเหล่านี้

Laurent อ้างว่า บริษัทข้อมูลอย่าง Kaiko จัดให้ FTX เป็นแพลตฟอร์มที่มีการควบคุมความเสี่ยง คุณภาพและความปลอดภัยของข้อมูลดีที่สุดเป็นอันดับที่ 22 โดย Laurent มองว่า ถ้าบิตคอยน์จะราคาตกลงอีก FTX ก็จะยังไม่ได้รับผลกระทบอะไร

ช่อง CNBC เผยว่า FTX อาจซื้อ BlockFi ในราคาสูงถึง 25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ด้าน Zac Prince CEO ของ BlockFi ปฏิเสธตัวเลขดังกล่าว โดยเปิดเผยในภายหลังว่า ราคาขายสูงสุดอยู่ที่ 240 ร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

แพลตฟอร์มคริปโตที่ดีที่สุดในไทย | มิถุนายน 2024

Trusted

ข้อจำกัดความรับผิด

ข้อมูลทั้งหมดที่มีอยู่บนเว็บไซต์ของเราเผยแพร่ด้วยเจตนาที่ดีและเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น การกระทำใด ๆ ที่ผู้อ่านดำเนินการตามข้อมูลที่พบบนเว็บไซต์ของเราถือเป็นความเสี่ยงของผู้อ่านโดยเฉพาะ

ได้รับการสนับสนุน
ได้รับการสนับสนุน