ดูเพิ่มเติม

ZebPay แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตในอินเดีย ตามล่าใบอนุญาตในสิงคโปร์และดูไบ

1 min
โดย Shraddha Sharma
แปลแล้ว Azmi Boonmalert

สรุปย่อ

  • รายงานเผยว่า ZebPay แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตสัญชาติอินเดียกำลังพยายามขอใบอนุญาตประกอบกิจการนอกประเทศอินเดีย
  • ประธานบริษัท ZebPay ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Bloomberg ว่า ภาษี 1 เปอร์เซนต์จากธุรกรรมเหรียญคริปโตสร้างแรงกดดันให้กับยอดการซื้อขายเหรียญคริปโต
  • นอกจากนี้ บริษัท ZebPay ยังประกาศลดเงินเดือนพนักงาน
  • Promo

ZebPay แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตสัญชาติอินเดียกำลังพยายามขอใบอนุญาตประกอบกิจการในประเทศสิงคโปร์และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หลังต้องต่อสู้กับนโยบายภาษีในประเทศอินเดีย

ประธานเจ้าหน้าที่บริหารแพลตฟอร์มฯ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Bloomberg ว่า ภาษี 1 เปอร์เซนต์จากธุรกรรมเหรียญคริปโตที่บังคับใช้ในปีนี้ กำลังส่งผลกระทบอย่างมากกับยอดการซื้อขาย

กฎระเบียบฉบับใหม่เกี่ยวกับแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจ

แม้จะยืนยันดำเนินธุรกิจในตลาดอินเดียต่อ Avinash Shekhar CEO ของแพลตฟอร์ม ZebPay ยังคงมองว่า ภาษี “ต้องลดลง ไม่เช่นนั้น คงไม่มีอะไรดีขึ้น”

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า Avinash ตัดสินใจอยู่ในตำแหน่งที่ปรึกษา ZebPay ต่อ พร้อมๆ กับเริ่มธุรกิจ Web3 ของตัวเองในประเทศสิงคโปร์หรือนครดูไบ

ในขณะเดียวกัน ZebPay เริ่มประกาศลดเงินเดือนพนักงาน ส่งผลให้พนักงานที่ไม่ใช่ระดับบริหารมีเงินเดือนลดลง 6 เปอร์เซนต์

ZebPay ไม่ใช่บริษัทเดียวที่เริ่มหาทางลดต้นทุน สำนักข่าว Be[In]Crypto รายงานว่า ในอาทิตย์ที่ผ่านมา WazirX ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตอันดับต้นๆ อีกแห่งหนึ่งในอินเดีย ก็สั่งปลดพนักงาน 40 เปอร์เซ็นต์ หรือราว 40-70 คนจากพนักงานทั้งหมด 150 คน

รายงาน Chainalysis ปี 2022 เผยว่า ยอดการใช้คริปโตในประเทศอินเดีย ซึ่งเคยสูงเป็นอับดับที่ 2 ในโลก เริ่มลดลง โดยตกไปอยู่อันดับที่ 4

แบบสำรวจล่าสุดของ KuCoin คาดการณ์ว่า ประเทศอินเดียมีนักลงทุนคริปโตที่ครอบครองหรือซื้อขายเหรียญคริปโตในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา สูงถึง 115 ร้อยล้านคน แต่ปริมาณการซื้อขายลดลงเนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง Nirmala Sitharaman เสนอในแผนงบประมาณให้ในปีงบประมาณที่เริ่มต้นเดือนเมษายน 2022 จะต้องมีการเก็บภาษี 30 เปอร์เซนต์จากรายได้ที่เกี่ยวข้องกับเหรียญคริปโตทั้งหมด นอกจากนี้ นับตั้งแต่การบังคับใช้ในเดือนกรกฎาคม

การเก็บภาษี 1 เปอร์เซนต์จากต้นทางของธุรกรรมเหรียญคริปโตทั้งหมดที่มียอดเกินเกณฑ์ที่กำหนดก็สร้างแรงกดดันอย่างมากให้กับวงการคริปโต

ทำไมบริษัทคริปโตมุ่งหน้าไปดูไบและสิงคโปร์

นครดูไบและประเทศสิงคโปร์ คือ คู่แข่งที่กำลังขับเคี่ยวเป็นสวรรค์ของนักพัฒนาและนักลงทุนเหรียญคริปโต รัฐบาลทั้งสองประเทศพยายามออกใบอนุญาตจำนวนมากเพื่อเปิดทางให้ธุรกิจคริปโตดำเนินกิจการได้อย่างถูกกฎหมาย แตกต่างจากประเทศอื่นในทวีปเอเชียที่เก็บภาษีคริปโตค่อนข้างสูง

ในช่วงต้นเดือนมีนาคม Sandeep Nailwal CEO บริษัท Polygon แสดงความเห็นว่า ท่าทีที่ไม่ชัดเจนของรัฐบาลอินเดีย เกี่ยวกับเหรียญคริปโตกำลังสร้างปัญหาให้คนเก่ง นักลงทุน และเจ้าของธุรกิจ และอาจนำไปสู่ “ภาวะสมองไหล” ในวงการนี้ในอนาคต

Nailwal เองก็เพิ่งย้ายบริษัทจากประเทศอินเดียไปนครดูไบ เมื่อสองปีที่แล้ว

มีรายงานว่า ในบรรดากลุ่มบริษัทที่ย้ายประเทศครั้งล่าสุด หนึ่งในนั้น คือ Nishal Shetty and Siddharth Menon สองผู้ก่อตั้งแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโต WazirX ซึ่งย้ายไปนครดูไบ ส่วนบริษัท Vauld ที่ได้รับผลกระทบเช่นกันก็ย้ายไปประเทศสิงคโปร์

การย้ายประเทศของเหล่าบริษัทคริปโตยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่รัฐบาลอินเดียวยังคงไม่ประกาศใช้กฎหมายเกี่ยวกับเหรียญคริปโต ซึ่งคาดว่าจะช่วยสร้างความชัดเจนให้กับการนำเหรียญคริปโตมาใช้งานในกรณีต่างๆ ได้

แพลตฟอร์มคริปโตที่ดีที่สุดในไทย | กรกฎาคม 2024
แพลตฟอร์มคริปโตที่ดีที่สุดในไทย | กรกฎาคม 2024
แพลตฟอร์มคริปโตที่ดีที่สุดในไทย | กรกฎาคม 2024

Trusted

ข้อจำกัดความรับผิด

หมายเหตุบรรณาธิการ: เนื้อหาต่อไปนี้ไม่ได้สะท้อนถึงมุมมองหรือความคิเห็นของ BeInCrypto มันจัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้นและไม่ควรถูกตีความว่าเป็นคำแนะนำทางการเงิน กรุณาทำการวิจัยของคุณเองก่อนที่จะทำการตัดสินใจลงทุนใดๆ

ได้รับการสนับสนุน
ได้รับการสนับสนุน