หุ้น CrowdStrike Holdings (CRWD) พุ่งขึ้น 20.5% หลังจากบริษัทด้านความปลอดภัยไซเบอร์รายงานผลประกอบการไตรมาสสองของปีงบประมาณที่ทำสถิติสูงสุด โดยซีอีโอของบริษัทเชื่อมโยงการเติบโตของความต้องการโดยตรงกับการโจมตีทางไซเบอร์ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เพิ่มสูงขึ้น
บริษัทสามารถทำรายได้และกำไรเกินเป้าหมายของวอลล์สตรีท และปรับเพิ่มคาดการณ์ทั้งปีหลังการประกาศผลประกอบการครั้งนี้
ไตรมาสทำสถิติสูงสุดจากความต้องการรับมือภัยคุกคาม AI
CrowdStrike รายงานรายได้ไตรมาสสอง USD1.47 พันล้าน เพิ่มขึ้น 26% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และสูงกว่าประมาณการของนักวิเคราะห์ที่ USD1.44 พันล้าน กำไรต่อหุ้นแบบปรับปรุงอยู่ที่ USD0.31 ต่อหุ้น มากกว่าคาดการณ์ที่ USD0.29
รายได้ประจำต่อปี (ARR) ใหม่สุทธิ ซึ่งเป็นการวัดการเพิ่มข้อผูกพันการสมัครสมาชิกในไตรมาสนี้ ทำสถิติที่ USD332.8 ล้าน เพิ่มขึ้น 51% จากปีก่อนหน้า ARR รวมทั้งหมดเพิ่มขึ้น 25% แตะระดับ USD5.84 พันล้าน
ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ George Kurtz เชื่อมโยงผลประกอบการครั้งนี้กับสิ่งที่เขาเรียกว่า “Mythos moment” ซึ่งเป็นการอ้างอิงถึง การเปิดตัวโมเดล Mythos ของ Anthropic โดยตามรายงานกล่าวว่าโมเดลนี้มีศักยภาพในการเจาะจุดบกพร่องของซอฟต์แวร์ที่ไม่เคยถูกค้นพบมาก่อน และผลักดันให้ความปลอดภัย AI กลายเป็นลำดับความสำคัญในองค์กรต่างๆ
Mythos moment ได้นำไปสู่การยอมรับในตลาดมวลชนว่าการนำ AI ไปใช้จำเป็นต้องปลอดภัย และ CrowdStrike คือทางเลือก ทุกองค์กรจะขับเคลื่อนด้วย AI และการปกป้องถือเป็นโอกาสทางธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของเรา
George Kurtz, ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ CrowdStrike
ในการประชุมแถลงผลประกอบการ Kurtz ได้อธิบายถึง “การแข่งขันด้านอาวุธ” ที่ AI มีบทบาททั้งในการเพิ่มการโจมตีและเพิ่มการใช้จ่ายเพื่อความปลอดภัยให้มากยิ่งขึ้น
CrowdStrike ปรับเพิ่มการคาดการณ์การเติบโตของ ARR ใหม่สุทธิทั้งปีขึ้นอีก 630 จุดพื้นฐานเป็นประมาณ 34% ที่จุดกึ่งกลาง และยังปรับเพิ่มเป้ารายได้ทั้งปีเป็นระหว่าง USD5.99 พันล้านถึง USD6.01 พันล้าน
ผลประกอบการดังกล่าวสอดคล้องกับ งานวิจัยก่อนหน้าของ CrowdStrike ที่ชี้ถึงภัยคุกคามขับเคลื่อนโดย AI และต่อเนื่องจาก การแนะนำหุ้นของ Jim Cramer ซึ่งยกให้ความปลอดภัยไซเบอร์เป็นธีมสำคัญปี 2026
ผลประกอบการนี้ทำให้ CrowdStrike กลายเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการความปลอดภัยไซเบอร์ที่ได้รับประโยชน์จากความวิตกกังวลขององค์กรเกี่ยวกับภัยคุกคามที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งน่าจะเป็นปัจจัยหลักที่กำหนดลำดับความสำคัญในการใช้จ่ายตลอดรอบรายได้ถัดไป









