ดูเพิ่มเติม

Kalichain คืออะไร นี่คือทุกสิ่งที่คุณต้องรู้!

17 mins
โดย Ryan Glenn
แปลแล้ว Akradet Mornthong

Kalichain ปฏิบัติตามคำขวัญ “อย่าไว้วางใจ ให้ทำการตรวจสอบ” (“Don’t trust, verify”) ในโลกสกุลเงินดิจิทัลอย่างแข็งขัน แต่ Kalichain คืออะไร? ในบทความนี้ เราจะมาเรียนรู้เกี่ยวกับบล็อกเชนที่ให้ความสำคัญกับ Real-World-Asset (RWA หรือ สินทรัพย์ในโลกแห่งความเป็นจริง) รายนี้ ครอบคลุมทุกเรื่องตั้งแต่โทเค็นโนมิคส์และระบบนิเวศ ไปจนถึง เทคโนโลยีพื้นฐานและศักยภาพสำหรับการลงทุนของโปรเจกต์นี้

Kalichain คืออะไร?

Kalichain คือ บล็อกเชนเลเยอร์ 1 และระบบนิเวศแบบกระจายอำนาจที่เน้นไปในเรื่องการรับรอง บล็อกเชนนี้ผสมผสานเทคโนโลยี Near Field Communication (NFC) และ Non-Fungible Tokens (NFTs) เข้าด้วยกันเพื่อใช้ในการตรวจสอบความถูกต้องของสินค้าที่จับต้องได้

บล็อกเชนนี้จะสามารถควบคุมแอปพลิเคชั่นที่ปลอดภัยได้อย่างสมบูรณ์ ทำให้ Kalichain สามารถจัดการผู้ที่สามารถเข้าถึงและปกป้องข้อมูลที่ละเอียดอ่อนได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ มันยังช่วยให้มั่นใจได้ว่า บล็อกเชนจะสามารถตอบสนองความต้องการในการตรวจสอบความถูกต้องในอุตสาหกรรมต่างๆ ได้ ซึ่งเป็นการนำเสนอโซลูชั่นการรับรองที่ปลอดภัยให้สำหรับทั้งแบรนด์และผู้บริโภค ตลาดซื้อขายระดับโลก

ระบบนิเวศของ Kalichain นั้นกว้างขวาง ซึ่งประกอบไปด้วยแบรนด์เสื้อผ้า แพลตฟอร์มการลงทุน(ที่ให้ความสำคัญกับสินทรัพย์ที่แปลงเป็นโทเค็น) แพลตฟอร์มการชำระเงิน Blockchain Explorer (ทั้งหมดใน Web3) และวิธีการตรวจสอบและรับรองผลิตภัณฑ์หลักที่เรียกว่า “Kalicertif”

“Kalicertif” เป็นการใช้อัลกอริธึมและ AI ขั้นสูงในการตรวจสอบและรับรองผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างกันแต่ละชิ้นจะสามารถบันทึกและตรวจสอบเป็น NFT บนบล็อกเชนได้ นี่เป็นการยืนยันได้ว่า ผลิตภัณฑ์นั้นได้รับการตรวจสอบยืนยันถึงความถูกต้องและมีอยู่จริง ไม่ว่ามันจะเปลี่ยนมือกี่ครั้งก็ตาม

ด้วยฟังก์ชั่น NFC หรือ QR Code ที่ถูกสร้างขึ้นมาเป็นแอปมือถือโดยเฉพาะ ผู้ใช้งานสามารถสแกนผลิตภัณฑ์เพื่อดูข้อมูลของประวัติความเป็นมา แหล่งที่มา และผู้ที่ดูแลจัดการผลิตภัณฑ์ได้ และนี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมสิ่งนี้จึงมีความสำคัญ

ปัญหาเรื่อง “การปลอมแปลง” ที่มีต่อแบรนด์หรือเจ้าของผลิตภัณฑ์

“การปลอมแปลง” (Counterfeiting) หมายถึง การลอกเลียนแบบผลิตภัณฑ์ที่มีตราสินค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต ผู้ลอกเลียนแบบต้องการหลอกลวงผู้ซื้อและสร้างรายได้จากชื่อเสียงที่ดีของแบรนด์ ในทางกลับกัน การฉ้อโกง (Fraud) คือ การกระทำใดๆ ที่เป็นการหลอกลวงโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ทางการเงิน เช่น การขายของที่ถูกขโมยมา หรือ การโกหกเกี่ยวกับอดีตของผลิตภัณฑ์เพื่อให้ดูเหมือนว่ามันมีคุณค่ามากกว่าที่เป็นอยู่จริง

ตัวอย่างเช่น นาฬิกา เครื่องประดับ กระเป๋า เสื้อผ้า และ รองเท้าปลอม ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ในตลาดสินค้าฟุ่มเฟือย สมมุติว่ามีคนขายนาฬิกา Rolex ของแท้ในตลาดมือสอง หากมีเวอร์ชั่นของปลอมที่ขายในราคาที่ถูกกว่ามาก เวอร์ชั่นดังกล่าวก็อาจจะเข้ายึดครองตลาดได้ ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาในเรื่องที่ว่า ผู้ซื้อจะพิจารณาได้ยากมากๆ ว่านาฬิกาที่พวกเขาต้องการซื้อนั้นเป็นของจริงหรือไม่

นี่เป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นกับสินค้าฟุ่มเฟือย น่าเสียดายที่ผู้ซื้อจำนวนมากซื้อสินค้าปลอมในราคาของแท้โดยไม่รู้ตัว ซึ่งก็เปรียบเสมือนว่าเราโดนปล้นเงินไปนั่นเอง

ผลกระทบต่อที่มีต่อตลาดมือสอง

“การปลอมแปลง” ทำให้เกิดปัญหาใหญ่ในหลายๆ อุตสาหกรรม เป็นเหมือนการบ่อนทำลายความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและปล้นส่วนแบ่งที่ผู้สร้างและแบรนด์ควรได้รับไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดซื้อขายของมือสอง ทำให้มันเป็นเรื่องที่สำคัญมากที่จะหาวิธีการที่มีประสิทธิภาพในการตรวจสอบความถูกต้องของผลิตภัณฑ์ และช่วยให้แน่ใจได้ว่าผู้ที่สร้างสรรค์มันขึ้นมาได้รับเงิน

การยึดสินค้าที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ปี 2022
การยึดสินค้าที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในปี 2022: www.cbp.gov

จากข้อมูลของหน่วยงานศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐฯ รายงานว่า ในปี 2022 พวกเขายึดสินค้าที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาเป็นมูลค่าเกือบ 3 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งรวมจากสิ่งของที่ถูกยึดมาจากนานาประเทศกว่า 100,000 รายการ

เมื่อสินค้าลอกเลียนแบบเข้าสู่ตลาดเหล่านี้ มันจะทำให้เกิดความรู้สึกถึงอุปทานที่สูงเกินจริง และจะทำให้ผลิตภัณฑ์ที่แท้จริงมีมูลค่าที่ลดลง (เนื่องจากตลาดเต็มไปด้วยของลอกเลียนแบบ) ซึ่งจะส่งผลเสียต่อชื่อเสียงของแบรนด์และทำให้ผู้สร้างผลิตภัณฑ์ต้องสูญเสียเงินที่พวกเขาควรจะได้รับอีกด้วย

ผลกระทบต่อที่มีคนงาน

ทุกครั้งที่คุณซื้อสินค้าปลอม ธุรกิจต่างๆ ก็จะประสบความสูญเสียทางการเงินทุกครั้ง สิ่งนี้สามารถนำไปสู่ผลกำไรที่ลดลงและการตกงานของคนงานได้ ดังนั้น “การปลอมแปลง” จึงไม่ได้เป็นเพียงปัญหาสำหรับองค์กรขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อคนที่ทำงานอยู่ในองค์กรดังกล่าวด้วยเช่นกัน

เมื่อคุณซื้อสินค้าลอกเลียนแบบ คุณไม่เพียงสร้างความเสียหายให้กับบริษัทและผู้สร้างผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงพนักงานและครอบครัวของพวกเขาด้วย นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมการตรวจสอบแหล่งที่มาของสินค้าจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ

Kalicertif ทำงานอย่างไร?

Kalicertif คือสิ่งที่จะมาช่วยแก้ปัญหาที่เราได้พูดถึงไปในข้างต้น ผลิตภัณฑ์แต่ละรายการภายในระบบนิเวศของ Kalichain เชื่อมโยงกับ NFT ซึ่งทำหน้าที่เป็นใบรับรองความถูกต้องแบบดิจิทัล Kalichain เก็บ NFT นี้ไว้บนบล็อกเชน ทำให้แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะปลอมแปลงหรือลอกเลียนแบบผลิตภัณฑ์

แอปมือถือ Kalichain ใช้เพื่อตรวจสอบ QR Code หรือ ชิป NFC ของผลิตภัณฑ์ ช่วยให้สามารถถ่ายโอนข้อมูลแบบไร้สายในระยะทางสั้นๆ โดยจะเป็นการถ่ายโอนระหว่างอุปกรณ์เคลื่อนที่กับชิปขนาดเล็กที่ฝังอยู่ในผลิตภัณฑ์หรือแท็ก ทำให้อุปกรณ์ต่างๆ สามารถสแกนผลิตภัณฑ์และรับข้อมูลได้ จากนั้น แอปจะเข้าถึงบล็อกเชนเพื่อดึงข้อมูล NFT ของผลิตภัณฑ์ โดยจะแสดงข้อมูลอย่างละเอียดเกี่ยวกับแหล่งที่มาของผลิตภัณฑ์ ประวัติความเป็นมา และวิธีการผลิต

ระบบนี้ทำให้การปลอมแปลงผลิตภัณฑ์เป็นเรื่องที่ยากมาก เนื่องจากผู้ปลอมแปลงไม่สามารถลอกเลียนแบบ NFT ที่เป็นเอกลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ได้ นอกจากนี้ มันยังเป็นการป้องกันการฉ้อโกงโดยการบันทึกประวัติการเปลี่ยนแปลงความเป็นเจ้าของในทุกๆ ครั้งบนบล็อกเชน ทำให้แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่ผู้ขายที่ต้องการฉ้อโกงจะสามารถปลอมแปลงประวัติของผลิตภัณฑ์ได้ หากสินค้าถูกขโมยไป Chain of Custody (ความต่อเนื่องของการครอบครองวัตถุพยาน) จะช่วยในการรับรองและนำสินค้านั้นกลับคืนมาเนื่องจากสินค้าดังกล่าวถูกระบุว่าได้ถูกขโมยไป

Kalicertif จะสร้างรายได้ให้กับผู้สร้างผลงานที่แท้จริงได้อย่างไร

ฟังก์ชั่นการจ่ายค่าตอบแทนให้กับผู้สร้างผลงานจะขึ้นอยู่กับการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนและ NFT (ใบรับรองดิจิทัล) รวมถึง ชิป NFC ฟังก์ชั่นการจ่ายค่าตอบแทนของ Kalicertif จะแยกผู้สร้างผลงานออกจากบุคคลที่เป็นเจ้าของ

ผู้สร้างผลงาน (Author) จะมีความสำคัญในการขายทุกๆ ครั้ง เพราะพวกเขาจะต้องจัดเตรียมเอกสารหลักฐานการตรวจสอบย้อนกลับและการรับรองแบบดิจิทัลที่เรียกว่า “carte grise” ขายให้ทุกครั้งที่ผลงานมีการเปลี่ยนมือ(เจ้าของผู้ครอบครอง) ช่วยให้พวกเขามีรายได้จากการขายในตลาดมือสองในแต่ละครั้ง

โมเดลนี้ช่วยให้ศิลปินสามารถสร้างรายได้จากการขายผลงานของพวกเขาได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังช่วยรับรองความถูกต้องของผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะช่วยลดเรื่องการปลอมแปลงสินค้าได้อีกด้วย

วิธีการใช้ Kalicertif เพื่อปกป้องผลิตภัณฑ์ของคุณ

วิธีการใช้ Kalicertif

1. วิธีการรับรองของ Kalicertif

Kalicertif มีวิธีการหลักๆ อยู่ 2 วิธีในการรับรองผลิตภัณฑ์ โดยจะพิจารณาจากมูลค่าของสินค้า

  • สำหรับสินค้าฟุ่มเฟือยหรือผลงานศิลปะที่มีมูลค่าสูงจะถูกเข้ารหัสด้วยชิป NFC ที่ปลอดภัย
  • สำหรับสินค้าที่มีราคาถูกกว่า QR Code ที่ใช้งานได้ง่ายๆ ก็เพียงพอแล้ว

2. การลงทะเบียนผลิตภัณฑ์บน Kalicertif

  1. บริษัทหรือบุคคลที่เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์จะบันทึก Logs เข้าสู่แพลตฟอร์ม Kalichain
  2. พวกเขาจะต้องกรอกรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ต้องการจะได้รับการรับรอง ซึ่งรวมถึงคำอธิบาย แหล่งกำเนิด วันที่ผลิต ฯลฯ
  3. จากนั้น พวกเขาใช้รายละเอียดเหล่านี้เพื่อสร้าง NFT ที่ไม่เหมือนใครสำหรับผลิตภัณฑ์ขึ้นบนบล็อกเชน
  4. เมื่อสร้าง NFT แล้ว Kalichain จะสร้าง QR Code หรือ ID ชิป NFC สำหรับผลิตภัณฑ์หรือสินค้าดังกล่าว

3. การทำเครื่องหมายผลิตภัณฑ์

ผลิตภัณฑ์จะถูกทำเครื่องหมายด้วย QR Code หรือชิป NFC ขึ้นอยู่กับวิธีการรับรองที่คุณเลือก QR Code มีไว้สำหรับสิ่งของที่มีมูลค่าที่น้อยกว่า ในขณะที่ชิป NFC มีไว้สำหรับสิ่งของที่มีมูลค่าที่มากกว่า ตำแหน่งของตัวระบุ (Identifier) นี้อาจจะแตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็น ฉลากของสินค้า บรรจุภัณฑ์ หรือ บนตัวสินค้าโดยตรง เป็นต้น

4. การเปิดใช้งานการรับรองผลิตภัณฑ์

ตอนนี้ Kalicertif ได้ทำการรับรองผลิตภัณฑ์อย่างเป็นทางการแล้ว แต่ละครั้งที่สแกน QR Code หรือชิป NFC โดยใช้แอปมือถือของ Kalichain ระบบจะดึงข้อมูลของผลิตภัณฑ์จากบล็อกเชน และแสดงข้อมูลทั้งหมดมาจาก NFT เพื่อช่วยยืนยันความถูกต้องของผลิตภัณฑ์

หากชิปถูกถอดออก, ดัดแปลงทางดิจิทัล, หรือพยายามคัดลอก NFT ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์นั้นๆ จะถูกทำลายทันที และทำให้เกิดข้อความระบุว่าผลิตภัณฑ์ได้รับความเสียหาย ทุกอย่างสามารถตรวจสอบและยืนยันได้จากข้อมูลบนเครือข่าย

โทเค็นโนมิคส์ของ Kalichain (KALIS)

KALIS สกุลเงินดิจิทัลหลักสารพัดประโยชน์ของ Kalichain มอบสิทธิประโยชน์และคุณสมบัติพิเศษ ทำให้การทำธุรกรรมในระบบนิเวศมีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น ทำให้ผู้ใช้งานสามารถรับรางวัลและมีส่วนร่วมในโปรโมชั่นสุดพิเศษได้

KALIS เปิดตัวเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2024 ณ วันที่ 18 เมษายน 2024 ราคาของเหรียญอยู่ที่ระดับต่ำกว่าจุดสูงสุดตลอดกาลของเหรียญ (ที่ไปถึงเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2024) อยู่เกือบๆ 50%

KALIS Price Chart
กราฟราคาของ KALIS: CoinGecko

อุปทานรวมของ KALIS อยู่ที่ 200 ล้านเหรียญ และอุปทานที่จำกัดนี้ทำให้เหรียญแต่ละเหรียญมีค่า โดยมีการวางแผนว่า 75% ของอุปทานทั้งหมดจะถูกขายในช่วง Distribution Phase และการจัดสรรอุปทานทั้งหมดแบ่งออกเป็นดังนี้:

  • รอบพรีเซล: 18%
  • สภาพคล่อง: 10%
  • การพัฒนา DApp (แอปพลิเคชั่นแบบกระจายอำนาจ) ในอนาคต: 10%
  • รอบขายแบบเปิดสาธารณะ: 15%
  • Staking: 7%
  • Kalismarket: 6%
  • ทีมงาน: 5%
  • โปรเจกต์ Kalissa: 6%
  • DAO (องค์กรอัตโนมัติแบบกระจายอำนาจ): 5%
  • Kalicertif: 6%
  • Kalipay: 6%
  • Kalishare: 6%
KALIS Tokenomics
โทเค็นโนมิคส์ของ KALIS: kalichain.com

ภายในระบบนิเวศของ Kalichain บริษัทหรือเจ้าของผลิตภัณฑ์จะต้องใช้เหรียญ KALIS เพื่อชำระค่าบริการต่างๆ คุณค่าของ KALIS จึงมีความเชื่อมโยงกับการเติบโตและความสำเร็จของ Kalichain เป็นอย่างมาก ดังนั้น เมื่อ Kalichain เติบโตมากยิ่งขึ้นและมีจำนวนธุรกรรมเพิ่มมากขึ้น ความต้องการ KALIS ก็อาจจะเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน

ตอนนี้ KALIS สามารถซื้อได้เฉพาะบน MEXC เท่านั้น

การกำกับดูแล

โหนดมีบทบาทสำคัญใน Kalichain เป็นอย่างมาก เพราะไม่เพียงช่วยให้บัญชีแยกประเภทปลอดภัยเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ทั้งระบบนิเวศโดยรวมมีความปลอดภัยอีกด้วย โหนดแบบกระจายอำนาจทั้ง 39 โหนดนี้คือสิ่งที่ทำให้เครือข่ายมีความปลอดภัยและยืดหยุ่น

Kalichain สนับสนุนให้ผู้ใช้งานเป็นเจ้าของโหนด ซึ่งจะช่วยให้เครือข่ายทำงานได้ดีขึ้นและช่วยให้ผู้ใช้งานมีส่วนร่วมในอนาคตของเครือข่ายอีกด้วย โดยที่เจ้าของโหนดจะได้รับรางวัลจากการมีส่วนร่วมในการบำรุงรักษาและการทำงานของเครือข่าย

การกำกับดูแลภายใน Kalichain เป็นกระบวนการที่มีชุมชนเป็นศูนย์กลาง ช่วยให้สมาชิกทุกคนสามารถเสนอและลงคะแนนเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของเครือข่ายได้ ทำให้แน่ใจได้ว่าการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาภายใน Kalichain สอดคล้องกันระหว่างฉันทามติของชุมชนและวิสัยทัศน์ที่มีร่วมกัน

การกำกับดูแลของ Kalichain ถูกกำหนดให้มีความเป็นประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น โดยมีแผนการที่จะรวมองค์กรอิสระแบบกระจายอำนาจ (DAO) เข้ามา DAO นี้จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ซึ่งนำไปสู่การเป็นแพลตฟอร์มที่มีการกระจายอำนาจมากยิ่งขึ้น

ระบบนิเวศ Kalichain

Kalichain เป็นมากกว่าบล็อกเชน มันเป็นระบบนิเวศที่สมบูรณ์พร้อมไปด้วยแอปพลิเคชั่นต่างๆ ที่ตอบสนองต่อบทบาทที่แตกต่างกันไป ต่อไปนี้คือผลิตภัณฑ์หรือบริการบางส่วนที่ Kalichain นำเสนอ นอกเหนือไปจากการตรวจสอบและรับรองความถูกต้อง

Kalissa

Kalissa Online Shopping

Kalissa เป็นแบรนด์แฟชั่นภายใต้ชื่อ Kalichain ซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าบล็อกเชนสามารถนำไปใช้ในชีวิตจริงเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ได้อย่างไร ด้วยวิธีนี้ Kalichain จึงเป็นมากกว่าแค่ทฤษฎี สินค้าคุณภาพสูงจาก Kalissa คือสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีนี้สามารถทำอะไรได้บ้าง

Kalissa เป็นแบรนด์เสื้อผ้าสุดหรูที่ Kalichain นำเสนอให้กับคุณ เสื้อผ้าแต่ละชิ้นมี NFT ที่เป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใครบนบล็อกเชน Kalichain ซึ่งมีข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับสินค้า รวมถึงวันที่ผลิต แหล่งที่มา และความถูกต้องของมัน

Kalishare

ลงทุนกับ Kalishare
เริ่มต้นลงทุนอย่างไร: kalishare.com

Kalishare เป็นอีกหนึ่งโปรเจกต์เรือธงของ Kalichain ที่ใช้โทเค็นเพื่อทำให้การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ผลิตภัณฑ์ และธุรกิจต่างๆ ง่ายยิ่งขึ้น ด้วยการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีบล็อกเชนเพื่อทำให้การลงทุนในสินทรัพย์ในโลกแห่งความเป็นจริงมีความโปร่งใส ปลอดภัย และเข้าถึงได้โดยผู้คนจากทุกๆ ที่

บนแพลตฟอร์มนี้ ผู้ใช้งานจะสามารถเช่ารถยนต์และอพาร์ทเมนท์ได้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าบล็อกเชนสามารถนำไปใช้จัดการทรัพย์สินและธุรกรรมในโลกแห่งความเป็นจริงอย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างไร

หากต้องการเป็นนักลงทุน คุณจะต้องถือ KALIS ไว้ด้วย หากคุณเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการยืนยันโดย KALISSA คุณสามารถลงทุนใน Kalishare ได้

Kalicertif

Kalicertif คือหัวใจสำคัญของระบบนิเวศ Kalichain มันเป็นบริการที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบความถูกต้องของผลิตภัณฑ์และเอกสารได้ Kalicertif ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนและ NFT เพื่อสร้างใบรับรองดิจิทัล เพื่อให้มั่นใจได้ว่า สินค้าของธุรกิจและผู้บริโภคนั้นเป็นของแท้จริงๆ

บริการนี้มีบทบาทสำคัญอย่างมากในการต่อสู้กับการปลอมแปลงและรับประกันว่าผู้สร้างและแบรนด์จะได้รับผลตอบแทนอย่างเหมาะสมในตลาดซื้อขายมือสอง มันเป็นเครื่องมือง่ายๆ สำหรับผู้ใช้งานเพื่อช่วยตรวจสอบผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการยืนยันว่าเป็นของจริงโดยบล็อกเชน

Kalispay

Kalipay เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่สำคัญของระบบนิเวศทางการเงินของ Kalichain มันจะทำหน้าที่เป็นระบบการชำระเงินที่หลากหลายที่รองรับการทำธุรกรรมกับผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองแล้ว นอกจากนี้ Kalispay ยังรองรับสกุลเงินดิจิทัลต่างๆ อีกด้วย ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการชำระเงินให้กับผู้ใช้งาน และทำให้ผู้ขายมีทางเลือกในการชำระเงินมากยิ่งขึ้น

นอกเหนือจากการทำธุรกรรมแล้ว Kalipay ยังทำหน้าที่เป็นสื่อลางทางการเงิน เชื่อมช่องว่างระหว่างสกุลเงินดิจิทัลและสกุลเงินทั่วไป กล่าวง่ายๆ ก็คือ มันช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถชำระเงินผ่านบล็อกเชนได้อย่างง่ายดาย (ด้วยการแปลงสกุลเงินเฟียตเป็นสกุลเงินดิจิทัล)

Kalismarket

Kalismarket เป็นแพลตฟอร์มระหว่างประเทศที่ช่วยให้ผู้คนสามารถซื้อและขายสินค้าได้อย่างไร้ขอบเขต ด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชนที่เป็นรากฐาน Kalismarket จึงเป็นแพลตฟอร์มที่ปลอดภัยและโปร่งใสสำหรับการช้อปปิ้งออนไลน์

แต่ Kalismarket ไม่ได้เป็นเพียงแหล่งช้อปปิ้งเท่านั้น มันยังเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่สินค้าทุกชิ้นได้รับการตรวจสอบแล้วว่าเป็นของจริง ทำให้มั่นใจได้ว่า ลูกค้าจะสามารถซื้อสินค้าได้โดยไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับของลอกเลียนแบบ

แผนงานของ Kalichain

แผนงานของ Kalichain
แผนงานของ Kalichain: kalichain.com

ตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 ของปี 2024 ถึงปี 2025 แผนงานของ Kalichain ระบุถึงแผนงานที่สำคัญหลายประการ:

  • ในไตรมาสที่ 2 ปี 2024 การเปิดตัว Kalismarket ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มตลาดซื้อขายออนไลน์ระดับโลกที่ใช้งานเทคโนโลยีบล็อกเชนเพื่อช่วยให้การช้อปปิ้งออนไลน์มีความปลอดภัยและโปร่งใส โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อค่าธรรมเนียมและขจัดข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์ออกไป
  • ภายในไตรมาสที่ 4 ปี 2024 Kalispay จะเปิดตัว ซึ่งจะทำให้ระบบการชำระเงินภายในระบบนิเวศของ Kalichain แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
  • สุดท้าย ในปี 2025 ก็ยังมีกำหนดการที่จะเปิดตัว Cold Wallet ของเครือข่าย ทำให้การจัดเก็บสกุลเงินดิจิทัลมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

Kalichain (KALIS) เป็นการลงทุนที่ดีหรือไม่?

Kalichain กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในภาคส่วนการเงินและผู้บริโภค ที่ซึ่งการรับรองความถูกต้องของสินค้าและผลิตภัณฑ์ในโลกแห่งความเป็นจริงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก Kalichain จึงเป็นหนึ่งในโปรเจกต์ชั้นนำที่จะมาเชื่อมโยง TradFi และ Web3 เข้าด้วยกัน ทำให้สิ่งของในโลกแห่งความเป็นจริงพร้อมใช้งานบนเครือข่าย

สิ่งสำคัญที่ต้องจำไว้เสมอก็คือ กิจกรรมทางการเงินใดๆ ก็ตาม มีความเสี่ยงเสมอ และสกุลเงินดิจิทัลก็มักจะมีความผันผวน นักลงทุนไม่ควรเสี่ยงใช้เงินลงทุนมากเกินกว่าที่จะสูญเสียได้อย่างสบายใจ

คำถามที่พบบ่อย

Kalicertif คืออะไร?

การรับรองของ Kalicertif ทำงานอย่างไร?

เราต้องมีความรู้เกี่ยวกับบล็อกเชนเพื่อใช้งาน Kalicertif หรือไม่?

การรับรองของ Kalicertif เป็นที่ยอมรับในระดับสากลหรือไม่?

Kalicertif สามารถรับรองเอกสารหรือวัตถุประเภทใดก็ได้หรือไม่?

Kalicertif ใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยอะไรบ้างเพื่อปกป้องข้อมูลของเรา?

เราจะเริ่มใช้งาน Kalicertif ได้อย่างไร?

ความแตกต่างระหว่างการใช้งาน QR Code และชิป NFC คืออะไร?

แพลตฟอร์มคริปโตที่ดีที่สุดในไทย | กรกฎาคม 2024
แพลตฟอร์มคริปโตที่ดีที่สุดในไทย | กรกฎาคม 2024
แพลตฟอร์มคริปโตที่ดีที่สุดในไทย | กรกฎาคม 2024

Trusted

ข้อจำกัดความรับผิด

ข้อมูลทั้งหมดที่มีอยู่บนเว็บไซต์ของเราเผยแพร่ด้วยเจตนาที่ดีและเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น การกระทำใด ๆ ที่ผู้อ่านดำเนินการตามข้อมูลที่พบบนเว็บไซต์ของเราถือเป็นความเสี่ยงของผู้อ่านโดยเฉพาะ Learn ให้ความสำคัญกับข้อมูลคุณภาพสูง เราอุทิศเวลาให้กับการแยกแยะ ค้นคว้า และสร้างเนื้อหาเพื่อการศึกษาซึ่งเป็นประโยชน์กับผู้อ่าน เพื่อเป็นการรักษามาตรฐานนี้และเพื่อสร้างเนื้อหาคุณภาพได้อย่างต่อเนื่อง พาร์ตเนอร์ของเราอาจตอบแทนเราด้วยค่าคอมมิชชั่นสำหรับการจัดวางตำแหน่งต่าง ๆ ในบทความของเรา อย่างไรก็ดี ค่าคอมมิชชั่นนี้ไม่มีผลต่อกระบวนการของเราในการสร้างเนื้อหาที่ไร้อคติ ตรงไปตรงมา และเป็นประโยชน์

Akhradet-Mornthong-Morn.jpg
Akradet Mornthong
อัครเดช หมอนทอง เป็น นักแปล/นักเขียนคอนเทนต์ ผู้เชี่ยวชาญทางด้าน NFT Games, Metaverse, AI, Crypto และเทคโนโลยีใหม่ๆ เขาจบการศึกษาในสาขาอังกฤษเพื่อการสื่อสารสากล และมีประสบการณ์ในการทำงานในวงการเกมมากกว่า 10 ปี เมื่อ NFT Games ได้กลายเป็นกระแสขึ้นมาในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เขาก็ไม่พลาดที่จะก้าวเข้ามาในวงการนี้เพื่อศึกษาข้อมูลในเชิงลึกต่างๆ ของวงการ NFT รวมไปถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ Blockchain และ Crypto อีกด้วย
READ FULL BIO
ได้รับการสนับสนุน
ได้รับการสนับสนุน