ดูเพิ่มเติม

กระเป๋าเงินคริปโต (Crypto Wallet) คืออะไร?

2 mins
อัพเดทโดย Apinat Phosuwan

ปัจจุบัน คริปโตเคอร์เรนซี่ (Cryptocurrency) นั้นได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และหากคุณกำลังวางแผนที่จะเข้าสู่โลกคริปโตเพื่อทำการซื้อคริปโตเพื่อเก็งกำไรหรือเก็บรักษามูลค่าก็ตาม สิ่งแรกที่คุณควรจะนึกถึงก็คือ กระเป๋าเงินคริปโต (Crypto Wallet) ซึ่งจะเป็นสิ่งที่ใช้จัดเก็บสินทรัพย์ดิจิทัลของเราให้อยู่ในความปลอดภัย ในบทความนี้ เราจะไปทำความรู้จักกันว่า กระเป๋าเงินคริปโต (Crypto Wallet) คืออะไร? มีกระเป๋าเงินคริปโตอยู่กี่ประเภท? แต่ละประเภทมีข้อดีข้อเสียอย่างไร? มาเรียนรู้ไปพร้อมๆ กันเลย!

ต้องการอ่านรีวิวต่างๆ เกี่ยวกับกระเป๋าเงินคริปโตยอดนิยมหรือไม่? เข้าร่วม BeInCrypto Trading Community บน Telegram สิ: มาอ่านรีวิวใหม่ๆ พูดคุยกันเรื่องกระเป๋าเงินคริปโต และฟังการวิเคราะห์ทางเทคนิคต่างๆ จากเหล่านักเทรดมืออาชีพ! เข้าร่วมเลยเดี๋ยวนี้

กระเป๋าเงินคริปโต (Crypto Wallet) คืออะไร?

Crypto Wallet นั้นมักจะถูกเรียกในชื่อต่างๆ เช่น กระเป๋าเงินคริปโต, กระเป๋าเงินดิจิทัล, กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น แต่ถึงอย่างไรก็ตาม หลักการทำงานของมันก็คือการรับ, ส่ง และใช้งาน สินทรัพย์ดิจิทัล หรือ คริปโต นั่นเอง

แต่สิ่งแรกที่เราต้องรู้ก่อนก็คือ ถึงแม้ว่ามันจะถูกเรียกว่า “กระเป๋าเงิน” แต่จริงๆ แล้ว มันไม่ได้ถูกใช้สำหรับเก็บสินทรัพย์ดิจิทัลของคุณ แต่จะเป็นการเก็บรักษา Private Key ของเราเอาไว้ ซึ่งกระเป๋าเงินคริปโตทุกตัวนั้นจะมีองค์ประกอบหลักๆ อยู่ 2 อย่างก็คือ:

  • Public Key (คีย์สาธารณะ) — เปรียบเสมือน “หมายเลขบัญชีธนาคาร” ที่สามารถแจ้งให้คนอื่นทราบได้เพื่อการรับหรือส่งสินทรัพย์
  • Private Key (คีย์ส่วนตัว) — เปรียบเสมือน “รหัสผ่านหรือ PIN ของบัญชีธนาคาร” ที่เจ้าของกระเป๋าเงินจะต้องใช้เมื่อทำธุรกรรมใดๆ เพื่อเป็นการย้ายสินทรัพย์ออกจากกระเป๋าเงิน และเหมือนกับชื่อของมัน เราควรจะเก็บมันไว้ให้เป็นความลับ/เป็นส่วนตัว (Private) เพื่อความปลอดภัยของสินทรัพย์ของคุณ

กระเป๋าเงินคริปโตมีความสำคัญอย่างไร?

หน้าที่ที่สำคัญที่สุดของกระเป๋าเงินคริปโตนั้นก็คือการเก็บรักษาสินทรัพย์ดิจิทัลของคุณให้ปลอดภัย แต่ถึงกระนั้น มันก็ยังมีอรรถประโยชน์อื่นๆ ในการใช้งานกระเป๋าเงินคริปโตเช่นกัน

  • ใช้จัดการสินทรัพย์ดิจิทัล — ช่วยให้เราสามารถตรวจสอบยอดสินทรัพย์ดิจิทัลของเราได้
  • ใช้ในการทำธุรกรรม — รับหรือส่งคริปโตของคุณ กระเป๋าเงินบางตัวนั้นยังสามารถทำการซื้อหรือขายสินทรัพย์ได้อีกด้วย
  • ใช้เชื่อมต่อกับ DApps — กระเป๋าเงินคริปโตนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องใช้เพื่อเชื่อมต่อและโต้ตอบกับ Web 3.0 DApps
  • ใช้จัดเก็บคีย์ — เนื่องจากสินทรัพย์คริปโตของเรานั้นจะอยู่บนบล็อกเชน หน้าที่ของกระเป๋าเงินก็คือการจัดเก็บ Private Key ที่จะเป็นสิ่งที่ช่วยให้คุณเข้าถึงและพิสูจน์ได้ว่าคุณเป็นเจ้าของสินทรัพย์นั้นๆ

กระเป๋าเงินคริปโต (Crypto Wallet) ประเภทต่างๆ

Wallet

กระเป๋าเงินคริปโตจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ ได้แก่ Hot Wallet ที่จะเป็นกระเป๋าเงินที่เป็นซอฟต์แวร์และมีการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต และ Cold Wallet ที่จะเป็นกระเป๋าเงินที่อยู่ในรูปแบบวัตถุที่จับต้องได้และไม่มีการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต เช่น กระเป๋าเงินแบบฮาร์ดแวร์ เป็นต้น

Hot Wallet

Wallet

Hot Wallet เป็นกระเป๋าเงินที่มีพื้นฐานเป็น Software-based Wallet ที่จะเชื่อมต่ออยู่กับอินเตอร์เน็ต ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะสามารถดาวน์โหลดและสมัครใช้งานได้ฟรี สำหรับนักเทรดที่ต้องการทำธุรกรรมอย่างรวดเร็วอยู่ตลอดเวลา Hot Wallet นั้นจะใช้งานได้สะดวกมากกว่า

Hot Wallet นั้นจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักๆ ตามลักษณะการใช้งานของมัน ได้แก่:

  • Web Wallet — กระเป๋าเงินคริปโตที่พบเห็นกันได้ทั่วไป ส่วนใหญ่จะเป็นกระเป๋าเงินที่เป็นเสมือนบริการออนไลน์ของกระดานเทรดคริปโตซึ่งจะช่วยเก็บรักษาสินทรัพย์, Public และ Private Key ของผู้ใช้งานเอาไว้ ผู้ใช้งานเพียงแค่ต้องเข้าสู่ระบบเพื่อใช้บริการกระเป๋าเงินเหล่านี้
  • Destop Wallet — กระเป๋าเงินแบบเดสก์ท็อปที่ผู้ใช้งานสามารถดาวน์โหลดมาใช้งานบนคอมพิวเตอร์ได้ ซึ่งจะเป็นการเก็บคีย์เอาไว้ในแอปพลิเคชั่นบนคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้งาน
  • Mobile Wallet — กระเป๋าเงินที่เป็นแอปพลิเคชั่นสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ (มือถือ/แท็บเล็ต) ที่ใช้สำหรับจัดเก็บ Public และ Private Key ของผู้ใช้งาน

ข้อดีของ Hot Wallet นั้นคือความคล่องตัวในการใช้งาน เนื่องจากมันเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตอยู่ตลอด เราสามารถใช้งานมันได้ทุกเวลาที่เราต้องการ ไม่ต้องมาเสียเวลาโอนย้ายสินทรัพย์เข้าๆ ออกๆ จากที่จัดเก็บสินทรัพย์บ่อยๆ อีกทั้งส่วนใหญ่ยังสามารถใช้งานได้ฟรีอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ข้อเสียของ Hot Wallet ก็คือมันจะไม่ค่อยปลอดภัยเท่ากับการใช้กระเป๋าเงินแบบออฟไลน์ (หรือก็คือ Cold Wallet) เนื่องจากมีความเสี่ยงในด้านของช่องโหว่ของระบบและมีโอกาสที่จะถูกแฮ็กได้มากกว่า

Cold Wallet

Wallet

เหมือนที่ได้กล่าวไปก่อนหน้านี้ Cold Wallet นั้นจะเป็นกระเป๋าเงินดิจิทัลแบบออฟไลน์ที่อยู่ในรูปแบบของวัตถุที่จับต้องได้ ถึงแม้ว่า Cold Wallet จะใช้งานได้ไม่สะดวกสบายเท่ากับ Hot Wallet แต่มันก็มีความปลอดภัยในระดับที่สูงกว่ามาก

Cold Wallet นั้นจะแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลักๆ ได้แก่

  • Hardware Wallet — กระเป๋าเงินที่อยู่ในรูปแบบของอุปกรณ์เสริม เช่น USB หรือ Bluetooth Device กระเป๋าเงินประเภทนี้จะมีความปลอดภัยในระดับที่สูงมาก เนื่องจากการที่มันไม่มีการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต สินทรัพย์ของเราจะได้รับการป้องกันจากการถูกมัลแวร์ การขโมยข้อมูล การแฮ็ก หรือ การโจมตีและภัยคุกคามต่างๆ บนโลกออนไลน์ ยิ่งไปกว่านั้น ในการทำธุรกรรมใดๆ ผู้ใช้งานจะต้องเซ็นธุรกรรมผ่านการกดปุ่มบนอุปกรณ์เท่านั้น ทำให้แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่ผู้ไม่ประสงค์ดีจะเข้ามาควบคุมหรือใช้งานสินทรัพย์ของคุณได้
  • Paper Wallet — กระเป๋าเงินกระดาษนั้น ถ้าจะให้พูดง่ายๆ ก็คือการจดหรือพิมพ์ Public และ Private Key ของเราไว้บนกระดาษนั่นเอง วิธีนี้เป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุดในการจัดเก็บสินทรัพย์ของคุณ เนื่องจากมันเป็นไปไม่ได้เลยที่ผู้ไม่ประสงค์ดีใดๆ จะเข้าถึงคีย์ของคุณได้ แต่ในทางกลับกัน มันก็มีความเสี่ยงสูงต่อการสูญหายหรือถูกทำลาย ซึ่งอาจจะส่งผลให้คุณไม่สามารถกู้คืนสินทรัพย์ของคุณได้

ข้อดีของ Cold Wallet นั้นคือความปลอดภัยสูง การจัดเก็บคีย์ไว้ในแบบออฟไลน์จะช่วยปกป้องสินทรัพย์ของคุณไว้จากภัยอันตรายจากโลกออนไลน์ในทุกรูปแบบ อีกทั้ง Hardware Wallet ส่วนใหญ่นั้นจะรองรับสินทรัพย์ดิจิทัลที่หลากหลาย ทำให้มันสะดวกในการจัดการพอร์ตการลงทุนของคุณ

ข้อเสียของ Cold Wallet นั้นก็คือมันจะไม่ได้รับความสะดวกสบายในการธุรกรรมต่างๆ เท่ากับ Hot Wallet กระเป๋าเงินประเภทนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการถือสินทรัพย์ระยะยาวและไม่ได้มีการทำธุรกรรมบ่อยๆ

Hot Wallet vs. Cold Wallet: กระเป๋าเงินประเภทใดที่เราควรใช้งาน?

กระเป๋าเงินทั้ง 2 ประเภทนั้นต่างก็มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันไป แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ความเหมาะสมในการใช้งานนั้นก็จะขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ใช้งาน เช่น:

  • หากคุณเป็นนักเทรดที่ทำการซื้อขายทุกวัน คุณอาจจะต้องมองถึงความรวดเร็วและความสะดวกสบายในการเข้าถึงสินทรัพย์ของคุณเป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้น การเลือกใช้งาน Hot Wallet นั้นอาจจะเหมาะกับคุณ
  • หากคุณเป็น Hodler (ผู้ที่ชอบถือสินทรัพย์ไว้เป็นระยะยาว) ที่อยากที่จะถือสินทรัพย์จำนวนมากและหลากหลาย และยังให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอย่างมาก การเลือกใช้งาน Cold Wallet น่าจะเหมาะสมกับคุณมากกว่า

ความแตกต่างของการจัดเก็บสินทรัพย์ไว้ที่กระดานเทรด (Exchanges) และกระเป๋าเงิน (Wallet)

Wallet

หนึ่งสิ่งที่คุณอาจจะสงสัยก็คือ เมื่อเราใช้งานกระดานเทรด มันก็สามารถใช้เก็บสินทรัพย์ดิจิทัลได้เช่นกัน แล้วมันแตกต่างอย่างไรกับ “กระเป๋าเงินคริปโต” กันหล่ะ? แน่นอนว่ามันมีสิ่งที่แตกต่างกันอยู่ การเก็บสินทรัพย์ไว้กับกระดานเทรดนั้น ก็เปรียบเสมือนการที่คุณยกสิทธิ์ในการควบคุม Private Key ของคุณให้กระดานเทรดจัดการแทนคุณ ถึงแม้ว่ามันจะมีความปลอดภัยเช่นกัน แต่มันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า การที่เรามีสิทธิ์ในการดูแลจัดการทรัพย์สินด้วยตัวเอง — ด้วยการใช้งานกระเป๋าเงินที่เป็นแอปพลิเคชั่นแยกออกมา — นั้นน่าอุ่นใจกว่า

ตัวอย่างนึงที่อาจจะช่วยให้คุณเข้าใจมันได้ง่ายยิ่งขึ้นก็คือ Coinbase และ Coinbase Wallet

  • Coinbase — มันคือกระดานเทรดที่คุณสามารถซื้อ/ขาย/แลกเปลี่ยน/จัดเก็บ และ Stake คริปโตของคุณได้ โดยการจัดเก็บสินทรัพย์เหล่านี้จะเปรียบเสมือนกับเป็นบริการของกระดานเทรด ข้อดีก็คือ หากคุณเป็นผู้ที่ต้องการซื้อขายคริปโตอยู่เป็นประจำ การฝากสินทรัพย์ของคุณไว้กับกระดานเทรดเลยก็จะช่วยให้คุณทำการซื้อขายได้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น
  • Coinbase Wallet — มันคือแอปพลิเคชั่นที่แยกออกมา ซึ่งใช้สำหรับจัดเก็บ Private Key ของคุณ และมันยังช่วยคุณสามารถส่ง รับ และใช้จ่ายคริปโตได้อีกด้วย สิ่งที่แตกต่างกันเลยก็คือ เพื่อที่จะใช้งาน Coinbase Wallet ในการจัดเก็บทรัพย์สินของคุณ คุณไม่จำเป็นจะต้องสมัครบัญชีกระดานเทรด Coinbase คุณสามารถดาวน์โหลดแอปนี้และใช้งานได้เลย

จากตัวอย่างข้างต้น สิ่งที่จะเห็นได้อย่างชัดเจนเลยก็คือ สิทธิ์ในการจัดการสินทรัพย์ของคุณ กับ Coinbase สิทธิ์นั้นจะตกอยู่ที่ Coinbase ในขณะที่ กับ Coinbase Wallet นั้นสิทธิ์จะอยู่ที่ตัวคุณนั่นเอง ซึ่งหากคุณเคยได้ยินสำนวนที่ว่า “Not Your keys, Not Your Coins” หรือ “หากคุณไม่ได้เป็นคนที่จัดการคีย์ของคุณเอง เหรียญเหล่านั้นก็ไม่ใช่ของคุณ” คุณก็จะเข้าใจได้ทันทีว่า การมีสิทธิ์ในการจัดการด้วยตนเองนั้นสำคัญแค่ไหน

อย่างไรก็ตาม เราก็ไม่ได้หมายความว่าการยกสิทธิ์ในการดูแลคีย์ให้กับบุคคลที่สาม (เช่น กระดานเทรด) เป็นเรื่องที่เลวร้ายขนาดนั้น ในแง่มุมหนึ่ง การให้สิทธิ์ในการจัดการแก่บุคคลที่สามนั้นอาจจะปลอดภัยกว่าการที่เราจัดการมันด้วยตัวเองด้วยซ้ำไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในกรณีของมือใหม่ในวงการคริปโตที่อาจจะลืมหรือเผลอทำ Private Key สูญหายไป เช่นนั้น การฝากมันไว้กับผู้ให้บริการที่มีความน่าเชื่อถือและมีการรักษาความปลอดภัยในระดับสูงนั้นก็น่าจะดีกว่า

คำแนะนำสำหรับผู้ที่กำลังสนใจ

สำหรับผู้ที่กำลังมองหากระเป๋าเงินไว้ใช้สำหรับเก็บสินทรัพย์ เรามีสิ่งสำคัญบางประการที่คุณควรจะต้องพิจารณาก่อนที่จะเลือกใช้มัน

  • การรักษาความปลอดภัย — คุณควรจะหาข้อมูลให้ละเอียดว่า กระเป๋าเงินดิจิทัลที่คุณต้องการจะใช้งานนั้นมีการรักษาความปลอดภัยสินทรัพย์ของคุณในรูปแบบใดบ้าง ยิ่งมีตัวเลือกการรักษาความปลอดภัยมาก ก็ยิ่งมีความปลอดภัย
  • สกุลเงินดิจิทัลที่รองรับ — แน่นอนว่า คุณควรจะเลือกใช้กระเป๋าเงินที่รองรับสกุลเงินดิจิทัลที่คุณต้องการ แต่หากคุณใช้งานกระเป๋าเงินที่รองรับสกุลเงินดิจิทัลที่หลากหลายด้วย มันก็น่าจะเป็นเรื่องดีในตอนที่คุณอาจจะอยากต้องการจัดเก็บสกุลเงินดิจิทัลตัวอื่นๆ เพิ่มมากขึ้น
  • การเข้าถึงกระเป๋าเงินบางตัวก็สามารถเข้าถึงได้จากหลากหลายแพลตฟอร์ม เช่น มือถือ, คอมพิวเตอร์ แต่บางตัวนั้นก็อาจจะใช้งานได้เพียงแค่กับบางแพลตฟอร์มเท่านั้น ดังนั้น โปรดศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนว่ากระเป๋าเงินที่คุณต้องการจะใช้งานนั้นรองรับการเข้าถึงที่คุณสะดวกหรือไม่? เช่น ถ้าคุณเป็นคนที่ต้องเดินทางบ่อย มันอาจจะดีกว่าหากคุณเลือกใช้งานกระเป๋าเงินที่เป็นแอปพลิเคชั่นบนมือถือ เป็นต้น
  • การสนับสนุนลูกค้า — การสนับสนุนลูกค้าที่ดีจะทำให้คุณสามารถอุ่นใจได้ในการเลือกใช้สินค้าหรือบริการของพวกเขา ลองดูรีวิวของลูกค้าเกี่ยวกับการสนับสนุนก่อนที่คุณจะตัดสินใจเลือกใช้กระเป๋าเงินใดๆ

ตัวอย่างของกระเป๋าเงินคริปโตที่น่าสนใจ

ในการเลือกใช้กระเป๋าเงินคริปโตนั้น คุณควรจะเลือกใช้งานกระเป๋าเงินที่มีผู้ให้บริการที่มีชื่อเสียงและประวัติในการรักษาความปลอดภัยที่ดี และให้ทำการตรวจสอบรีวิวจากผู้ใช้งานจริงก่อนที่คุณจะเลือกใช้งาน

นี่คือกระเป๋าเงินคริปโตบางส่วนที่น่าสนใจที่เราจะนำเสนอให้กับคุณ

1. Trezor (Cold Wallet)

Trezor เป็นหนึ่งในกระเป๋าเงินฮาร์ดแวร์ชั้นนำในตลาด ด้วยสกุลเงินดิจิทัลที่รองรับมากกว่า 1,400 รายการ พร้อมทั้งคุณสมบัติในการรักษาความปลอดภัยขั้นสูง ทำให้มันเป็นหนึ่งในตัวเลือกของ Cold Wallet ที่มีความปลอดภัยมากที่สุด

2. Ledger (Cold Wallet)

Ledger เป็นอีกหนึ่งในกระเป๋าเงินฮาร์ดแวร์ชั้นนำในตลาดที่ช่วยให้คุณสามารถจัดการสกุลเงินดิจิทัลต่างๆ ได้อย่างปลอดภัย Ledger เป็นหนึ่งใน Cold Wallet ที่ได้รับการรับรองแล้วว่ามีความปลอดภัยในระดับสูงสุด โดยเฉพาะกับสินทรัพย์อย่าง Bitcoins, Ethereum และ XRP

3. OKX Wallet (Hot Wallet)

OKX Wallet เป็นกระเป๋าเงินซอฟต์แวร์ที่รองรับมากกว่า 3000+ โทเค็นและบล็อกเชนอีกมากกว่า 42 เครือข่าย Hot Wallet นี้ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถซื้อ, ขาย, Stake, และแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายหรือค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม OKX Wallet นั้นเป็นผลิตภัณฑ์ของแพลตฟอร์มหลักอย่าง OKX Exchange ซึ่งเป็นกระดานเทรดของจีน

4. Trust Wallet (Hot Wallet)

Trust Wallet เป็นกระเป๋าเงินคริปโตสำหรับ Ethereum และรองรับโทเค็นที่มีพื้นฐานจาก Ethereum เท่านั้น ถึงกระนั้น มันก็เป็น Hot Wallet ยอดนิยมที่มีผู้ใช้งานหลายล้านคนซึ่งพร้อมให้บริการทั้งในระบบ iOS และ Android

เลือกกระเป๋าเงินคริปโตให้เหมาะกับคุณ

สุดท้ายนี้ การเลือกใช้กระเป๋าเงินคริปโตให้เหมาะกับความต้องการของคุณนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ดังนั้น ก่อนที่จะเลือกใช้งานกระเป๋าเงินดิจิทัลใดๆ โปรดศึกษาให้แน่ใจก่อนว่ามันเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของคุณและรองรับในทุกความต้องการของคุณ!

แพลตฟอร์มคริปโตที่ดีที่สุดในไทย | มิถุนายน 2024

Trusted

ข้อจำกัดความรับผิด

ข้อมูลทั้งหมดที่มีอยู่บนเว็บไซต์ของเราเผยแพร่ด้วยเจตนาที่ดีและเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น การกระทำใด ๆ ที่ผู้อ่านดำเนินการตามข้อมูลที่พบบนเว็บไซต์ของเราถือเป็นความเสี่ยงของผู้อ่านโดยเฉพาะ Learn ให้ความสำคัญกับข้อมูลคุณภาพสูง เราอุทิศเวลาให้กับการแยกแยะ ค้นคว้า และสร้างเนื้อหาเพื่อการศึกษาซึ่งเป็นประโยชน์กับผู้อ่าน เพื่อเป็นการรักษามาตรฐานนี้และเพื่อสร้างเนื้อหาคุณภาพได้อย่างต่อเนื่อง พาร์ตเนอร์ของเราอาจตอบแทนเราด้วยค่าคอมมิชชั่นสำหรับการจัดวางตำแหน่งต่าง ๆ ในบทความของเรา อย่างไรก็ดี ค่าคอมมิชชั่นนี้ไม่มีผลต่อกระบวนการของเราในการสร้างเนื้อหาที่ไร้อคติ ตรงไปตรงมา และเป็นประโยชน์

Akhradet-Mornthong-Morn.jpg
Akradet Mornthong
อัครเดช หมอนทอง เป็น นักแปล/นักเขียนคอนเทนต์ ผู้เชี่ยวชาญทางด้าน NFT Games, Metaverse, AI, Crypto และเทคโนโลยีใหม่ๆ เขาจบการศึกษาในสาขาอังกฤษเพื่อการสื่อสารสากล และมีประสบการณ์ในการทำงานในวงการเกมมากกว่า 10 ปี เมื่อ NFT Games ได้กลายเป็นกระแสขึ้นมาในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เขาก็ไม่พลาดที่จะก้าวเข้ามาในวงการนี้เพื่อศึกษาข้อมูลในเชิงลึกต่างๆ ของวงการ NFT รวมไปถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ Blockchain และ Crypto อีกด้วย
READ FULL BIO
ได้รับการสนับสนุน
ได้รับการสนับสนุน