Jim Cramer กล่าวว่าเขาเห็นความคล้ายคลึงระหว่างสภาวะตลาดในปี 2026 กับช่วงเวลาก่อนเกิดการเทขายหุ้นอย่างหนักในปี 2018 โดยพิธีกรจาก CNBC คนนี้ย้ำว่าเขายังไม่ได้ทำนายว่าจะเกิดซ้ำเหมือนกันทั้งหมด
ในรายการ Mad Money ทาง CNBC ของเขา เขาได้แสดงให้เห็นจุดที่นักลงทุนกำลังจับตามอง ถึงเส้นทางที่มีความคล้ายคลึงกันนี้ จากนั้นเขายังอธิบายว่าทุกคนควรจะวางพอร์ตอย่างไรเพื่อตอบรับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อไป
ความคล้ายคลึงกับปี 2018 ปรากฏขึ้น
ทั้งปี 2018 และปี 2026 ต่างก็เกิดขึ้นในปีที่สองของวาระประธานาธิบดีทรัมป์ โดยหุ้นในทั้งสองช่วงเวลาก็ปรับตัวขึ้นอย่างแรงเช่นเดียวกัน
ราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับสูงขึ้นในปี 2018 และกำลังปรับสูงอีกครั้งในขณะนี้ อีกทั้งอัตราเงินเฟ้อยังคงสูงกว่าเป้าหมายของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในทั้งสองช่วงเวลา
ย้อนกลับในปี 2018 ดัชนี S&P 500 ปรับตัวลดลงประมาณ 20% นับตั้งแต่จุดสูงสุดในเดือนกันยายนจนถึงวันคริสต์มาสอีฟ โดย Powell ซึ่งมีท่าทีเข้มงวด เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ตลาดร่วงลง
ต่อมา ดัชนีฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว Powell ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยสามครั้ง ส่งผลให้ S&P 500 ปิดปี 2019 เพิ่มขึ้นใกล้เคียง 30%
คราวนี้ แรงกดดันอยู่กับ ประธาน Fed Kevin Warsh ซึ่งรับตำแหน่งต่อจาก Powell ในเดือนพฤษภาคม ราคาน้ำมันอยู่ใกล้ 100 USD ต่อบาร์เรล ส่วนพันธบัตรรัฐบาล 10 ปี กำลังแตะ 5%
ขณะนี้นักเทรดกำหนด โอกาสขึ้นดอกเบี้ย ในการประชุม Fed เดือนนี้ไว้เกือบ 90%
ลดพอร์ต ไม่ใช่ขายทิ้ง
Cramer ไม่ได้เรียกร้องให้นักลงทุนขายหุ้นออกจากตลาดทั้งหมด
ดิฉันไม่ได้บอกว่าคุณควรจะขายทุกอย่างเพียงเพราะประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยเดิม
ในทางกลับกัน เขาอยากให้ทุกคนลดขนาดพอร์ตในส่วนที่กำไรและถือเงินสดเพิ่มขึ้น
พอร์ต Charitable Trust ของเขาเองได้เพิ่มสัดส่วนเงินสดอยู่ในช่วงเลขสองหลักกลาง ๆ สูงกว่าปกติ ซึ่งกองเงินสดก้อนใหญ่จะเปิดโอกาสให้เขากลับเข้าซื้อหุ้นคุณภาพอีกครั้งหากราคาลดลง
Cramer เชื่อว่า Warsh ไม่น่าจะซ้ำรอยความผิดพลาดของ Powell ในปี 2018 และเขายังคิดว่าตลาดเข้าใจแรงกดดันจากฝ่ายบริหารต่อ Fed ได้ดีกว่าปี 2018
อย่างไรก็ตาม เขาบอกว่าความคล้ายคลึงกันนั้นน่าติดตาม ทั้งนี้ต่อให้ประวัติศาสตร์จะไม่เกิดซ้ำแบบเดิมทุกจุด แต่ก็อาจมีท่วงทำนองเดิมเกิดขึ้นได้









