ดูเพิ่มเติม

Cryptocurrency และ Blockchain คืออะไร? รู้แบบเจาะลึกที่นี่

13 mins
อัพเดทโดย Tanutcha Roongroj

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ในปัจจุบัน “Cryptocurrency” เริ่มที่จะได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ผู้คนมากมายต่างต้องการที่จะใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ดิจิทัลเหล่านี้ ไม่ว่าจะ ใช้เป็นสื่อกลางในการซื้อขาย หรือ ใช้สำหรับเก็งกำไร/ลงทุน เป็นต้น และ Bitcoin หนึ่งในสกุลเงินคริปโตที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ก็มีต้นกำเนิดมาจาก Blockchain ดังนั้น หากเราต้องการที่จะรู้จัก Cryptocurrency ให้ดียิ่งขึ้น เราก็ต้องไปทำความรู้จักกับเทคโนโลยี Blockchain ที่ใช้สร้างมันขึ้นมาด้วยเช่นเดียวกัน

ในบทความนี้ เราจะมาดูกันว่า Cryptocurrency และ Blockchain คืออะไร? หากเราต้องการที่จะเทรด Bitcoin หรือ Crypto มีเรื่องอะไรที่เราควรจะรู้บ้าง? ถ้าพร้อมแล้ว ไปลุยกันเลยดีกว่า!

เข้าร่วม BeInCrypto Trading Community บน Telegram: อ่านข่าวสารที่ร้อนแรงที่สุดในแวดวงคริปโต อ่านบทความวิเคราะห์ทางเทคนิคเกี่ยวกับเหรียญต่างๆ และสอบถามข้อมูลต่างๆ ที่คุณต้องการจากนักเทรดมืออาชีพ! เข้าร่วมตอนนี้เลย!

Cryptocurrency คืออะไร? มันใช้ทำอะไรได้บ้าง?

Cryptocurrency คืออะไร

Cryptocurrency (หรือที่รู้จักในอีกหลายๆ ชื่อ เช่น คริปโตเคอร์เรนซี่, สกุลเงินดิจิทัล, สกุลเงินคริปโต ฯลฯ) คือ สกุลเงิน (Currency) รูปแบบหนึ่งที่มีการรักษาความปลอดภัยด้วยการเข้ารหัส (Cryptography) ซึ่งทำงานอยู่บนบัญชีแยกประเภทสาธารณะแบบกระจายศูนย์ (Distributed Public Ledger) หรือที่เรียกกันว่า “บล็อกเชน” (Blockchain) นั่นเอง

เกร็ดน่ารู้

ที่มาของคำว่า Cryptocurrency ก็มาจาก “สกุลเงิน” (Currency) ที่ ”เข้ารหัส” (Cryptography) นั่นเอง

ก่อนที่เราจะไปกันต่อ เรามาดูกันก่อนดีกว่าว่า Blockchain ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ทำให้ Cryptocurrency ถือกำเนิดขึ้นมาได้นั้น มีที่มาอย่างไร?

Blockchain เทคโนโลยีที่เป็นรากฐานของสกุลเงินคริปโต

Blockchain ถูกคิดค้นขึ้นมาในปี 2008 จากผู้ที่มีนามแฝงว่า Satoshi Nakamoto โดยการใช้งานมันเป็นที่เก็บข้อมูลสาธารณะให้กับธุรกรรมของ Bitcoin นั่นเอง

สิ่งที่ทำให้ Blockchain กลายเป็นเทคโนโลยีที่ปฏิวัติวงการก็คือ หลักการที่ว่า “ตัวกลางไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป” ข้อมูลธุรกรรมทั้งหมดจะไม่ถูกเก็บไว้ที่เซิร์ฟเวอร์ใดๆ เพียงตัวเดียว แต่มันจะถูกเผยแพร่ให้ทุกๆ คนในระบบสามารถตรวจสอบได้

หากธุรกรรมได้รับการยืนยันว่าถูกต้องแล้ว มันก็จะมีการอัพเดตข้อมูลไปยังทุกๆ คน ซึ่งจะอัพเดตต่อไปยังทุกๆ เซิร์ฟเวอร์อีกที ดังนั้น มันจึงแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่ระบบ Blockchain จะถูกแฮกหรือเจาะเข้าไปได้ เนื่องจากแฮกเกอร์จะต้องเจาะเข้าไปยังเซิฟเวอร์ทั่วโลกที่มีอยู่เป็นแสนๆ ล้านๆ ตัวพร้อมกันก่อนที่มันจะอัพเดตข้อมูล

รูปแบบการทำงานของ Distributed Ledger: CFI

เทคโนโลยีบล็อกเชน กับ สกุลเงินคริปโต

ด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน ธุรกรรมต่างๆ ของสกุลเงินคริปโตจะถูกเผยแพร่ ยืนยัน และอัพเดตลงบน Distributed Ledger ซึ่งจะเป็นข้อมูลที่ทุกคนในระบบ สามารถตรวจสอบที่มาที่ไปของธุรกรรมได้ ทำให้สกุลเงินคริปโตมีความโปร่งใสเป็นอย่างมาก และเนื่องจากข้อมูลธุรกรรมที่ถูกบันทึกไว้เหล่านั้น จะไม่สามารถทำซ้ำ, ดัดแปลง, หรือทำลายได้ สกุลเงินคริปโตจึงมีความปลอดภัยเป็นอย่างมาก

และข้อดีอีกอย่างของสกุลเงินคริปโตก็คือ มันอยู่นอกเหนือการควบคุม และแทรกแซงจากหน่วยงานหรือรัฐบาลใดๆ เนื่องด้วยโครงสร้างการทำงานแบบกระจายศูนย์ที่กระจายตัวอยู่ในคอมพิวเตอร์ต่างๆ เป็นจำนวนมากนั่นเอง

Crypto
การทำงานของ Blockchain: PWC

คุณสมบัติที่โดดเด่นของ “Cryptocurrency” และประโยชน์การใช้งาน

เอาล่ะ เราได้เรียนรู้เรื่องพื้นฐานของสกุลคริปโตกันไปบ้างแล้ว ต่อไป ก่อนที่จะไปดูประโยชน์การใช้งานของสกุลเงินคริปโต เรามาดูกันก่อนดีกว่าว่า “สกุลเงินคริปโต” มีสิ่งใดที่โดดเด่นเหนือไปกว่า “สกุลเงินเฟียต” (สกุลทั่วไปที่ออกโดยรัฐบาลของแต่ละประเทศ ซึ่งเป็นสกุลเงินที่สามารถใช้ได้ตามกฎหมาย เช่น ดอลลาร์ หรือ ยูโร เป็นต้น) โดยทั่วไป

คุณสมบัติของสกุลเงินคริปโต

  • มีความโปร่งใส — เหมือนที่อธิบายไปก่อนหน้านี้ ธุรกรรมทั้งหมดของ “สกุลเงินคริปโต” จะถูกบันทึกและเปิดเผยเป็นสาธารณะ ทำให้ใครก็สามารถตรวจสอบธุรกรรมเหล่านั้นได้ ทำให้สกุลเงินคริปโตมีความโปร่งใสเป็นอย่างมาก
  • มีค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรมต่ำ — เมื่อเทียบกับการทำธุรกรรมการเงินแบบดั้งเดิม ที่มีค่าธรรมเนียมต่อการโอนแต่ละครั้งที่ค่อนข้างสูงแล้ว สกุลเงินคริปโตจะมีค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่ามาก (เนื่องจากไม่ต้องแบ่งส่วนแบ่งให้กับ 3rd Party อย่าง VISA เพื่อยืนยันการทำธุรกรรม เป็นต้น)
  • ความรวดเร็วในการทำธุรกรรม — หากคุณต้องการโอนเงินให้คนรู้จักของคุณที่อยู่ต่างประเทศ การทำธุรกรรมผ่านธนาคารอาจจะใช้เวลาอย่างน้อย 24 ชั่วโมงเลยทีเดียว ในทางกลับกัน การทำธุรกรรมด้วยสกุลเงินคริปโตสามารถเสร็จสิ้นได้ภายในไม่กี่นาทีเพียงเท่านั้น
  • มีความปลอดภัย — ด้วยพื้นฐานของตัวเทคโนโลยีเอง ทำให้สกุลเงินคริปโตมีความปลอดภัยเป็นอย่างมาก และหากคุณเก็บมันเอาไว้ในกระเป๋าเงินคริปโตของคุณ จะไม่มีใครสามารถเข้าถึงกระเป๋าเงินของคุณได้ นอกจากว่าพวกเขาจะได้ Private Key ของคุณไป!
  • มีความเป็นส่วนตัว — ถึงแม้ว่ามันอาจจะดูขัดแย้งกับเรื่องที่ว่า ธุรกรรมทั้งหมดจะถูกบันทึกและเปิดเผยเป็นสาธารณะ แต่การจัดเก็บข้อมูลเหล่านั้นจะไม่ระบุว่าคุณเป็นใคร มันจะถูกแทนที่ด้วยรหัสข้อมูล เช่น A2357ftGs268V เป็นต้น ดังนั้น การทำธุรกรรมใดๆ ของคุณจะมีความเป็นส่วนตัวสูงมาก

จะเห็นได้ว่า สกุลเงินคริปโต มีคุณสมบัติที่โดดเด่นมากมายเหนือ สกุลเงินเฟียต แต่มันนำไปใช้ประโยชน์อะไรได้บ้างล่ะ?

ประโยชน์การใช้งานของสกุลเงินคริปโต

  • ใช้เป็น Store of Value — สกุลเงินคริปโตชื่อดังอย่าง Bitcoin (BTC), Ethereum (ETH), USDT ฯลฯ มันจะถูกยกให้เป็น Store of Value (สินทรัพย์ที่ใช้ซื้อเก็บไว้เพื่อรักษามูลค่าของสินทรัพย์อื่นๆ) ที่ผู้คนใช้เพื่อเก็บรักษามูลค่าเงินเก็บของตน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในตอนที่สกุลเงินเฟียตเสื่อมมูลค่าลงด้วยสาเหตุต่างๆ
  • ใช้เป็นสินทรัพย์เพื่อการลงทุน/การเก็งกำไร — นี่คือหนึ่งในประโยชน์การใช้งานหลักๆ ของคริปโต ในปัจจุบัน เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่า นักลงทุนหน้าใหม่มักจะเลือกคริปโตเป็นแนวทางหลักในการลงทุน/เทรด เนื่องจากมันเป็นสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูง หากนักเทรดซื้อและขายได้อย่างเหมาะสม การเทรดคริปโตจะสามารถสร้างผลกำไรได้มากมายอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม ความผันผวนที่สูงก็จะนำมาซึ่งความเสี่ยงที่สูงด้วยเช่นกัน

มือใหม่หัดเทรด Bitcoin/Crypto ต้องเริ่มต้นจากอะไร?

เทรด Crypto

หากคุณคือ “มือใหม่” ที่ต้องการเทรด Bitcoin หรือ Crypto ใดๆ ก็ตาม คุณอาจจะเริ่มต้นด้วยการ:

ศึกษาข้อมูลของคริปโตที่คุณต้องการจะลงทุน/เทรด

การศึกษาข้อมูลของ Crypto ใดๆ ที่คุณต้องการจะเทรดเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด คุณควรที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับข้อมูลพื้นฐานต่างๆ ของเหรียญ/โทเค็นนั้นๆ เช่น มันเป็นเหรียญ/โทเค็นแบบใด (PoW หรือ PoS) ทำงานอยู่บนบล็อกเชนใด มีโทเค็นโนมิคส์เป็นอย่างไร ประโยชน์การใช้งานในรูปแบบอื่นๆ มีอะไรบ้าง ฯลฯ การศึกษาข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้คุณเข้าใจปัจจัยพื้นฐานของมันได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้ง มันจะช่วยให้คุณคาดการณ์ถึงความต้องการในตลาดที่อาจจะมีต่อเหรียญ/โทเค็นนั้นๆ ในอนาคตได้

ยกตัวอย่างเช่น Bitcoin เป็นที่รู้กันดีว่ามันเป็น Cryptocurrency แบบ PoW ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด และมีขีดจำกัดอยู่ที่ 21 ล้านเหรียญ ดังนั้น ในอนาคต เมื่อเกิดการ Halving แล้ว มูลค่าของมันก็อาจจะเพิ่มสูงขึ้นได้ เนื่องจากมันจะทำให้เกิดความขาดแคลนมากยิ่งขึ้น

อีกทั้ง Crypto ให้รูปแบบที่ต่างกันก็มีวิธีการได้มาที่แตกต่างกันไป เช่น Bitcoin เป็น Crypto ในระบบบล็อกเชน Proof of Work ซึ่งผู้ใช้งานจะต้องแข่งขันกับผู้ใช้งานรายอื่นๆ ในการแก้โจทย์สมการให้สำเร็จเพื่อยืนยันธุรกรรม และรับสิทธิ์ในการเพิ่มบล็อกข้อมูลใหม่เพื่อรับรางวัลเป็น Bitcoin นั่นเอง

ในกรณีของบล็อกเชนแบบ Proof of Stake แทนที่ผู้ใช้งานจะมาแข่งขันกันแก้โจทย์สมการ พวกเขาจะต้องทำการวางสินทรัพย์เพื่อค้ำประกัน หรือก็คือ ทำการ Stake เหรียญไว้ในระบบ เพื่อแลกกับสิทธิ์ในการตรวจสอบและยืนยันธุรกรรมนั่นเอง

การทำความเข้าใจข้อมูล จะช่วยให้เรามีพื้นฐานที่ดีมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยให้เราตัดสินใจต่อการกระทำต่างๆ ของเราได้อย่างมีข้อมูลสนับสนุนมากยิ่งขึ้น

ศึกษาข้อมูลของกระดานเทรดที่คุณต้องการจะใช้เทรด

เช่นเดียวกับ Crypto เราจะต้องศึกษารายละเอียดทั้งข้อดี, ข้อเสีย, ของกระดานเทรดต่างๆ ให้ดี ไม่ว่าจะเป็น ค่าธรรมเนียมการฝาก/ถอน/เทรด, คู่ซื้อขายที่รองรับ, ฟีเจอร์ต่างๆ ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับเราได้ ฯลฯ เพื่อช่วยให้เราทำกำไรได้สูงสุด

หากคุณยังไม่มีในใจ เราขอแนะนำ “10 กระดานเทรดคริปโตที่ดีที่สุดสำหรับมือใหม่” ซึ่งเราได้รวบรวมรายละเอียดที่จำเป็น เช่น ข้อดี หรือ ข้อเสีย ของกระดานเทรดชั้นนำที่เหมาะกับมือใหม่ไว้ให้เรียบร้อยแล้ว

อย่างไรก็ตาม เพื่อที่จะสมัครบัญชีของกระดานเทรดคริปโต อาจจะต้องมีการยืนยันตัวตนด้วยข้อมูลส่วนตัว เช่น หมายเลขบัตรประจำตัว, ที่อยู่, วันเกิด เป็นต้น ซึ่งหากคุณไม่สะดวกในการให้ข้อมูลดังกล่าว การเลือกใช้งานกระดานเทรดแบบกระจายอำนาจ หรือ Decentralized Exchanges (DEX) ก็ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีเช่นกัน และเราได้รวบรวมรายชื่อ “กระดานเทรดแบบกระจายอำนาจที่ดีที่สุดทั้ง 11 แพลตฟอร์ม มาไว้ให้คุณเรียบร้อยแล้วเช่นเดียวกัน

เลือกกลยุทธ์ในการเทรด ทดสอบมันให้เรียบร้อย แล้วเริ่มการเทรดได้เลย!

สิ่งหนึ่งที่สำคัญที่จะทำให้ การเทรดคริปโต ของคุณประสบความสำเร็จได้ก็คือ การเลือกกลยุทธ์ในการเทรดที่เหมาะสม เช่น หากคุณเป็นนักเทรดที่ค่อนข้างมีเวลาว่างมากในช่วงรอบวัน กลยุทธ์ Day Trading ซึ่งเป็นการหวังทำกำไรจากส่วนต่างของราคาที่เกิดขึ้นในรอบวัน ก็จะเป็นกลยุทธ์ที่ดีสำหรับคุณ

หรือถ้าหากคุณเป็นมือใหม่มากๆ กลยุทธ์ Trend Trading ซึ่งจะเน้นไปที่การเทรดตามเทรนด์ และถือสินทรัพย์ไว้ในระยะยาวเพื่อขายทำกำไรจากราคาสินทรัพย์ที่เพิ่มสูงขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป ก็อาจจะเป็นกลยุทธ์ที่เหมาะสำหรับคุณ เนื่องจากมันเป็นกลยุทธ์การเทรดที่เข้าใจได้ง่ายและไม่ซับซ้อน

ให้คุณลองทำการศึกษากลยุทธ์ต่างๆ แบบคร่าวๆ แล้วลองพิจารณาดูว่า กลยุทธ์การเทรดแบบไหนที่ตรงใจคุณมากที่สุด จากนั้น จึงค่อยทำการศึกษาลงลึกไปในรายละเอียดของกลยุทธ์นั้นๆ ที่คุณเลือก ก็จะทำให้คุณมีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น

เมื่อคุณมีพื้นฐานในระดับหนึ่งแล้ว การมองหา บอทเทรดคริปโต หรือ บอทเทรดคริปโตด้วย AI มาลองใช้งานดู (เลือกตัวที่มีให้ทดลองใช้งานจะดีที่สุด) บอทเทรดเหล่านี้จะช่วยให้คุณสามารถทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้ง ยังประหยัดเวลาในการตรวจสอบ และยังช่วยให้เราเทรดตลามกลยุทธ์ที่วางไว้โดยไม่เอาเรื่องอารมณ์มาเกี่ยวข้องได้อีกด้วย

ช่องทางการเรียนรู้เกี่ยวกับ “คริปโต & บล็อกเชน” แบบฟรีๆ

อย่างที่เพื่อนๆ อาจจะสังเกตเห็นได้ว่า เราได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการศึกษาข้อมูลอยู่เสมอ เพราะท้ายที่สุดแล้ว การศึกษาข้อมูลอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้คุณมีรากฐานที่ดี มีความรู้ความเข้าใจ ไม่ตกเป็นเหยื่อของพวกสแกมได้ง่ายๆ ดังนั้น เราจึงได้เสาะหา หลักสูตรการเรียนรู้ที่เกี่ยวกับหัวข้อ Cryptocurrency & Blockchain ที่คุณสามารถสามารถเลือกเรียนกันได้เลยแบบฟรีๆ

1. Blockchain and Cryptocurrency Explained โดย University of Michigan

หลักสูตรนี้จะให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องการทำงานของ Blockchain, ข้อดีและข้อเสียของมันในฐานะเป็นโซลูชั่นทางธุรกิจ จุดอ่อนและจุดแข็งของ Cryptocurrency ในฐานะสินทรัพย์และสื่อการในการชำระเงิน

ข้อดี

  • มีใบรับรอง
  • เรียนรู้แบบออนไลน์ 100%
  • กำหนดเวลาเรียนได้อย่างยืดหยุ่น
  • มีทั้งสื่อวิดีโอ, สไลด์ข้อมูล, แบบทดสอบ
  • หลักสูตรระดับเริ่มต้น เหมาะกับมือใหม่
  • มีคำบรรยายภาษาไทย

จำนวนบทเรียน: 4 บทหลัก

เวลาเรียนโดยประมาณ: 8 ชั่วโมง

สมัครเรียนได้ที่: Coursera

2. Blockchain Basics โดย University at Buffalo และ The State University of New York

หลักสูตรนี้จะช่วยให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ถึงคอนเซปต์พื้นฐานของ Blockchain และนำคอนเซปต์ของโปรแกรมเหล่านี้ไปใช้บน Blockchain ได้

ข้อดี

  • มีใบรับรอง
  • เรียนรู้แบบออนไลน์ 100%
  • กำหนดเวลาเรียนได้อย่างยืดหยุ่น
  • มีทั้งสื่อวิดีโอ, สไลด์ข้อมูล, แบบทดสอบ
  • หลักสูตรระดับเริ่มต้น เหมาะกับมือใหม่
  • มีคำบรรยายภาษาไทย

จำนวนบทเรียน: 4 บทหลัก

เวลาเรียนโดยประมาณ: 15 ชั่วโมง

สมัครเรียนได้ที่: Coursera

3. Blockchain: Foundations and Use Cases โดย ConsenSys Academy

หลักสูตรที่จะให้คำนิยามเกี่ยวกับความเป็น Blockchain และเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลัง รวมถึงความเป็นมาของ Bitcoin และ Etheruem รวมถึงประโยชน์ในการนำไปใช้งาน

ข้อดี

  • มีใบรับรอง
  • เรียนรู้แบบออนไลน์ 100%
  • กำหนดเวลาเรียนได้อย่างยืดหยุ่น
  • มีทั้งสื่อวิดีโอ, สไลด์ข้อมูล, แบบทดสอบ
  • หลักสูตรระดับเริ่มต้น เหมาะกับมือใหม่
  • มีคำบรรยายภาษาไทย

จำนวนบทเรียน: 5 บทหลัก

เวลาเรียนโดยประมาณ: 9 ชั่วโมง

สมัครเรียนได้ที่: Coursera

4. Blockchain, Cryptoassets, and Decentralized Finance โดย INSEAD

หลักสูตรที่จะอธิบายเกี่ยวกับ Cryptoassets 7 ประเภท และความหมายของการ “tokenize” สินทรัพย์

ข้อดี

  • มีใบรับรอง
  • เรียนรู้แบบออนไลน์ 100%
  • กำหนดเวลาเรียนได้อย่างยืดหยุ่น
  • มีทั้งสื่อวิดีโอ, สไลด์ข้อมูล, แบบทดสอบ
  • หลักสูตรระดับเริ่มต้น เหมาะกับมือใหม่
  • มีคำบรรยายภาษาไทย

จำนวนบทเรียน: 4 บทหลัก

เวลาเรียนโดยประมาณ: 17 ชั่วโมง

สมัครเรียนได้ที่: Coursera

5. “ก.ล.ต. Crypto Academy” โดย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

สื่อการเรียนรู้ของ ก.ล.ต. ภายใต้สโลแกน “รู้ลึก ลดเสี่ยง เรียนสนุก ในโลกสินทรัพย์ดิจิทัลไปกับ ก.ล.ต.” ประกอบไปด้วย บทเริ่มต้นสำหรับมือใหม่ องค์ประกอบและเทคโนโลยีพื้นฐานของสินทรัพย์ดิจิทัล ฯลฯ

ข้อดี

  • เรียนรู้แบบออนไลน์ 100%
  • กำหนดเวลาเรียนได้อย่างยืดหยุ่น
  • หลักสูตรระดับเริ่มต้น เหมาะกับมือใหม่
  • สื่อการเรียนรู้ภาษาไทย 100%

จำนวนบทเรียน: 4 บทหลัก

เวลาเรียนโดยประมาณ: 6 ชั่วโมง

สมัครเรียนได้ที่: SEC Crypto Academy

6. Digital Asset : มิติใหม่แห่งการใช้ชีวิตและการลงทุนยุค Digital โดย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

หลักสูตรนี้จะช่วยให้คุณได้เรียนรู้และเข้าใจ Digital Asset ที่กำลังเข้ามามีบทบาทด้านการเงินการลงทุน รวมถึงรู้เท่าถึงความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในตลาดทุน

  • มีใบรับรอง (เข้าเรียนไม่น้อยกว่า 80% ของเวลาเรียนทั้งหมด)
  • เรียนรู้แบบออนไลน์ 100%
  • หลักสูตรระดับเริ่มต้น เหมาะกับมือใหม่
  • สื่อการเรียนรู้ภาษาไทย 100%

จำนวนบทเรียน: 2 บทหลัก

เวลาเรียนโดยประมาณ: 2 ชั่วโมง 30 นาที

สมัครเรียนได้ที่: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

7. เริ่มต้นเรียนรู้ Cryptocurrency , Blockchain , Bitcoin , คริปโต คลิปเดียวจบ โดย Kim Property Live

คลิปวิดีโอสื่อการเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของ Blockchain, Bitcoin, Cryptocurrency และกำเนิดของโลก DeFi การเงินไร้ตัวกลาง และโอกาสในการลงทุน จากช่อง Kim Property Live บน Youtube

  • เรียนรู้แบบออนไลน์ 100%
  • หลักสูตรระดับเริ่มต้น เหมาะกับมือใหม่
  • สื่อการเรียนรู้ภาษาไทย 100%

ความยาวคลิปโดยประมาณ: 3 ชั่วโมง 20 นาที

เรียนได้ที่: Kim Property Live

สรุป

เพื่อที่จะก้าวหน้าขึ้นไปอยู่เหนือคนอื่นๆ การศึกษาข้อมูลอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้คุณรู้เท่าทันเทคโนโลยี และเหตุการณ์ใหม่ๆ อยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเทคโนโลยีและสินทรัพย์ ที่จะมาเปลี่ยนโลกอย่าง Blockchain และ Cryptocurrency นี้ ยิ่งเรียนรู้มากขึ้นเท่าไหร่ ยิ่งเข้าใจในพื้นฐานของมันมากขึ้นเท่านั้น และโอกาสต่างๆ ก็จะเปิดกว้างสำหรับคุณมากขึ้นเท่านั้น การเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด!

แพลตฟอร์มคริปโตที่ดีที่สุดในไทย | มิถุนายน 2024

Trusted

ข้อจำกัดความรับผิด

ข้อมูลทั้งหมดที่มีอยู่บนเว็บไซต์ของเราเผยแพร่ด้วยเจตนาที่ดีและเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น การกระทำใด ๆ ที่ผู้อ่านดำเนินการตามข้อมูลที่พบบนเว็บไซต์ของเราถือเป็นความเสี่ยงของผู้อ่านโดยเฉพาะ Learn ให้ความสำคัญกับข้อมูลคุณภาพสูง เราอุทิศเวลาให้กับการแยกแยะ ค้นคว้า และสร้างเนื้อหาเพื่อการศึกษาซึ่งเป็นประโยชน์กับผู้อ่าน เพื่อเป็นการรักษามาตรฐานนี้และเพื่อสร้างเนื้อหาคุณภาพได้อย่างต่อเนื่อง พาร์ตเนอร์ของเราอาจตอบแทนเราด้วยค่าคอมมิชชั่นสำหรับการจัดวางตำแหน่งต่าง ๆ ในบทความของเรา อย่างไรก็ดี ค่าคอมมิชชั่นนี้ไม่มีผลต่อกระบวนการของเราในการสร้างเนื้อหาที่ไร้อคติ ตรงไปตรงมา และเป็นประโยชน์

Akhradet-Mornthong-Morn.jpg
Akradet Mornthong
อัครเดช หมอนทอง เป็น นักแปล/นักเขียนคอนเทนต์ ผู้เชี่ยวชาญทางด้าน NFT Games, Metaverse, AI, Crypto และเทคโนโลยีใหม่ๆ เขาจบการศึกษาในสาขาอังกฤษเพื่อการสื่อสารสากล และมีประสบการณ์ในการทำงานในวงการเกมมากกว่า 10 ปี เมื่อ NFT Games ได้กลายเป็นกระแสขึ้นมาในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เขาก็ไม่พลาดที่จะก้าวเข้ามาในวงการนี้เพื่อศึกษาข้อมูลในเชิงลึกต่างๆ ของวงการ NFT รวมไปถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ Blockchain และ Crypto อีกด้วย
READ FULL BIO
ได้รับการสนับสนุน
ได้รับการสนับสนุน