รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐฯ Scott Bessent ประกาศในวันนี้ว่า สหรัฐอเมริกาได้ยึดทรัพย์สินคริปโตเคอร์เรนซีของอิหร่านเป็นมูลค่าสะสมประมาณ 1 พันล้าน USD แล้ว ภายใต้การรณรงค์คว่ำบาตรที่ทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ
ยอดสะสมแตะ 1 พันล้าน USD
ตัวเลขนี้สะท้อนถึงยอดสะสมที่ถูกยึดจนถึงปัจจุบัน ไม่ใช่มาตรการยึดทรัพย์ใหม่ที่ประกาศในวันนี้แต่อย่างใด
โดยได้ต่อยอดจากความสำเร็จก่อนหน้า เช่น การอายัด USDT มูลค่า 344 ล้าน USD บนบล็อกเชน Tron ในเดือนเมษายน 2026 ที่ผ่านมา
Bessent เคยรายงานว่า ยอดสะสมเกือบ 500 ล้าน USD ในช่วงปลายเดือนเมษายน และวันนี้เป็นการอัปเดตยอดการอายัดเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น
แค่เข้าไปยึด wallet ตรงๆ บางคนอาจกำลังพิมพ์รหัสwalletเข้ามาโดยไม่รู้ตัวว่า wallet ของพวกตนถูกยึดไปแล้ว Bessent กล่าว ในระหว่างกล่าวสุนทรพจน์ที่ Reagan National Economic Forum
ติดตามเราได้ที่ X เพื่อรับข่าวสารล่าสุดทันทีที่เกิดขึ้น
ปฏิบัติการ Economic Fury เดินหน้าอย่างรวดเร็ว
ปฏิบัติการ Economic Fury เริ่มในเดือนมีนาคม 2025 โดยมีเป้าหมายเครือข่ายหลีกเลี่ยงการคว่ำบาตรของอิหร่าน ซึ่งอิหร่านได้พึ่งพา stablecoins โดยเฉพาะ USDT บน Tron เพื่อขนย้ายเงินสำหรับการขายน้ำมันและปฏิบัติการของ IRGC
สหรัฐฯ ร่วมมือกับผู้ออกเหรียญอย่าง Tether และบริษัทวิเคราะห์บล็อกเชนเพื่อระบุตัวและอายัด wallet เหล่านั้น
Bessent กล่าวว่า ก่อนหน้านี้อิหร่าน เคยขนย้ายเงินจำนวน 400–500 ล้าน USD ต่อเดือน ผ่านช่องทางคริปโต ก่อนที่แรงกดดันจะเพิ่มสูงขึ้น
สินทรัพย์เหล่านี้ถูกเก็บไว้ “เพื่อชาวอิหร่าน” และบางส่วนยังเผชิญกับข้อเรียกร้องจากเหยื่อการก่อการร้ายด้วย
คาดว่าจะมีการระบุ wallet โดย OFAC อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งอาจมีการริบทรัพย์ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ปัจจุบันเศรษฐกิจอิหร่านเผชิญกับการลดค่าเงินเรียล ปัญหาธนาคาร และรายได้จากน้ำมันที่ลดลง
จุดเปลี่ยนสำคัญนี้ถือเป็นการยกระดับสงครามทางการเงินอย่างมีนัยสำคัญ และแสดงให้เห็นว่ากิจกรรมบนบล็อกเชนที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ สามารถถูกนำมาใช้เป็นอาวุธต้านการหลีกเลี่ยงคว่ำบาตร





