เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้สภาการวิเคราะห์ตลาด

ตลาดหมีของ Bitcoin อาจจบใน 91 วัน BTC จะร่วงต่ำสุดแค่ไหน

  • บิทคอยน์เข้าสู่ช่วง 91 วันซึ่งเคยยุติตลาดหมี 3 รอบล่าสุด
  • อัตราการลดลงในไตรมาสสุดท้ายของแต่ละรอบหดตัว จาก 63.54% เหลือ 37.60%
  • เรกเกรสชันและลอการิทึมฟีโบนักชีชี้จุดต่ำใกล้ USD 47,000
Promo

Bitcoin (BTC) ได้เข้าสู่ช่วงเวลา 91 วันที่เหมือนกับจุดจบของตลาดหมีในสามรอบหลังสุดในอดีต ประวัติศาสตร์แสดงให้เห็นว่าช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่โหดร้ายที่สุดของแต่ละรอบ อย่างไรก็ตาม ผลกระทบกลับลดน้อยลงทุกครั้งที่เกิดซ้ำ

ขณะนี้มีสองวิธีวิเคราะห์ที่แยกกันชี้ไปยังจุดต่ำสุดเดียวกัน การถอยหลังเชิงเส้นกับผลกระทบจาก Fibonacci เชิงลอกาลิทึมจากขาลงในอดีต ทั้งสองต่างก็ชี้ไปยังแนวรับใกล้ 47,000 USD ภายในต้นเดือนตุลาคม

Bitcoin เข้าสู่ช่วงเวลา 91 วันที่สิ้นสุดตลาดหมี

วันนี้ Bitcoin ซื้อขายอยู่ใกล้ 62,865 USD โดยได้ร่วงลงมาเกือบ 50% จากจุดสูงสุดประวัติการณ์ที่ราว 126,000 USD ซึ่งทำสถิติไว้ในเดือนตุลาคม 2025 การปรับตัวลงครั้งนี้เกือบเท่ากับตลาดหมีครั้งก่อนๆ ของ Bitcoin

การร่วงในรอบนี้จึงนำมาซึ่งคำถามสำคัญ คือ ราคานี้จะลงไปได้อีกแค่ไหนก่อนจะเจอแนวรับ? วงจรในอดีตเป็นแนวทางที่ควรนำมาใช้เทียบเคียง

บทวิเคราะห์นี้วัดผลช่วง 91 วันสุดท้ายของตลาดหมีแต่ละรอบ โดยแต่ละช่วงเริ่มจากจุดสูงสุดในระยะสั้น ไปจนถึงจุดต่ำสุดที่ทำไว้ 91 วันถัดมา

กราฟแสดงแนวโน้มราคาของ Bitcoin ช่วงตลาดหมี
ผู้สนับสนุน
ผู้สนับสนุน

ช่วงเวลา 91 วันนี้เทียบเท่าประมาณหนึ่งไตรมาสทางการเงิน นั่นทำให้มันเป็นมาตรฐานที่ใช้เทียบรอบต่างๆ ได้อย่างสม่ำเสมอ และยังสะท้อนช่วงที่แรงเทขายตื่นตระหนกถึงจุดสูงสุดด้วย

วิธีนี้ยังแยกขาของตลาดหมีช่วงปลายออกมา ซึ่งแต่ละรอบในอดีตพบว่าช่วงเวลานี้เป็นช่วงขาดทุนที่ชันและรวดเร็วที่สุดของวงจร เมื่อเปรียบเทียบทั้งสามช่วงนี้เคียงข้างกัน จะเห็นแนวโน้มที่ชัดเจน

นอกจากนี้ ช่วงเวลานี้ยังสอดคล้องกับวัฏจักร 4 ปีของ Bitcoin โดยตลาดหมีแต่ละรอบล้วนจบหลังจุดสูงสุดที่เกิดจากการ Halving เกินกว่าหนึ่งปี อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางรายเริ่มตั้งข้อสงสัยว่าวัฏจักรนี้ยังใช้ได้อยู่หรือไม่

ตลาดหมีของ Bitcoin 3 รอบล่าสุดจบด้วยรูปแบบเดียวกัน

กรณีแรกเกิดขึ้นระหว่างเดือนตุลาคม 2014 ถึงมกราคม 2015 Bitcoin ร่วงลง 63.54% ตลอด 91 วันนั้น ราคาทำจุดต่ำสุดที่ 152 USD ก่อนจะเริ่มกลับตัวอย่างช้าๆ

ในช่วงเวลาดังกล่าว สภาพคล่องยังมีน้อยมาก อีกทั้งตลาดยังคงมีแผลสดมาจากเหตุการณ์ล่มสลายของ Mt. Gox ขณะนั้นยังไม่มีแรงซื้อจากสถาบันการเงินมาช่วยพยุงราคา

แต่การฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดนั้นแม้จะช้าแต่ก็น่าประทับใจ Bitcoin ต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ในปี 2015 เพื่อสร้างเสถียรภาพ ก่อนที่คลื่นขาขึ้นรอบใหม่จะเริ่มต้นอีกครั้ง

กราฟรายสัปดาห์ของ BTC
กราฟรายสัปดาห์ของ BTC ที่มา: Tradingview

กรณีที่สองครอบคลุมช่วงเดือนกันยายนถึงธันวาคม 2018 Bitcoin ร่วงลง 56.69% ในช่วงเวลา 91 วันเดียวกัน จุดต่ำสุดเกิดขึ้นใกล้กับ USD 3,210 ระหว่างการเทขายอย่างหนักในเดือนพฤศจิกายน

แม้ว่าการร่วงลงรอบนั้นจะรุนแรง แต่ก็ยังเบากว่าในปี 2014 อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นสัญญาณชัดเจนครั้งแรกของรูปแบบที่เริ่มหดตัว ตลาดที่มีความลึกมากขึ้นได้เริ่มดูดซับแรงขายแล้ว

จุดต่ำสุดของปี 2018 ยังคงเป็นแนวรับสำคัญตลอดหลายปีต่อมา และหลังจากนั้นก็กลายเป็นฐานส่งให้เกิดการปรับขึ้นอย่างรุนแรงในปี 2020 และ 2021 อีกด้วย

กราฟรายสัปดาห์ BTC
กราฟรายสัปดาห์ BTC ที่มา: Tradingview

กรณีที่สามเกิดขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคมถึงพฤศจิกายน 2022 Bitcoin สูญเสียมูลค่า 37.60% ตลอดช่วงเวลาดังกล่าว จุดต่ำสุดอยู่ที่ USD 15,632 หลังเหตุการณ์ FTX ล่มสลายซึ่งบั่นทอนความเชื่อมั่นของตลาด

แรงขายรอบนี้อ่อนตัวลงอีก เมื่อเทียบกับรอบก่อน ดังนั้นลำดับการร่วงคือ 63.54%, 56.69% และ 37.60% ซึ่งแต่ละรอบ สิ้นสุดลงด้วยความเจ็บปวดที่น้อยลงกว่ารอบก่อนหน้าทั้งหมด

จุดต่ำสุดของปี 2022 ก็ยังคงเป็นฐานตั้งแต่นั้นมา โดยมันได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการไต่ระดับสู่จุดสูงสุดใหม่เหนือ USD 120,000 ในปี 2025

กราฟรายสัปดาห์ BTC
กราฟรายสัปดาห์ BTC ที่มา: Tradingview
ผู้สนับสนุน
ผู้สนับสนุน

ทำไมจุดต่ำสุดแต่ละรอบของ Bitcoin จึงเจ็บปวดน้อยลงเรื่อย ๆ

แนวโน้มการลดลงของแรงขายเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะแต่ละวัฏจักรนำมาซึ่งสภาพคล่องลึกขึ้นและโครงสร้างของตลาดที่มีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ส่งผลให้แรงเทขายแต่ละครั้งรุนแรงน้อยลง

แนวโน้มนี้ยังสะท้อนถึงการลดลงของความผันผวนใน Bitcoin โดยขนาดใหญ่ขึ้นและผู้ถือที่มั่นคงขึ้นช่วยลดความผันผวนรุนแรงแบบในอดีต ทั้งนี้ตอนจบของตลาดขาลงที่เบากว่าเป็นผลที่เห็นได้ชัดของความเป็นผู้ใหญ่นี้

ดัชนีความผันผวน BTC
ดัชนีความผันผวน BTC ที่มา: Coinglass

ในปัจจุบัน ETF สำหรับ Bitcoin แบบ Spot ก็เข้ามาเป็นฐานของความต้องการขนาดใหญ่ โดยที่โต๊ะลงทุนของสถาบัน ตลาดอนุพันธ์ที่ใหญ่ขึ้น และมูลค่าตลาดที่เพิ่มขึ้นทั้งหมดร่วมกันดูดซับแรงกดดันเหล่านั้น ทำให้การกดราคาลงต่อต้องใช้เงินทุนมากกว่าที่เคยมากมาย

ข้อมูลบนบล็อกเชนสนับสนุนการอ่านสถานการณ์นี้ วาฬรายใหญ๋ยังคงสะสมเหรียญตลอดช่วงที่เกิดการเทขายในเดือนมิถุนายน การซื้อของพวกเขามักช่วยชะลอการร่วงลงที่เคยเกิดขึ้นอย่างไร้การควบคุม

กองทุน ETF ได้ส่งผลในทั้งสองทางตลอดปีนี้ โดยดึงเงินออกไปหลายพันล้าน USD ในเดือนมิถุนายนก่อนที่จะกลับมาเป็นบวกช่วงต้นกรกฎาคม การไหลสองทางนี้แสดงให้เห็นว่าการเข้าถึงของกลุ่มสถาบันในตอนนี้มีอิทธิพลต่อทุกการเคลื่อนไหว

แบบจำลอง Regression ชี้ว่า Bitcoin อาจลงไปแตะ 47,000 USD ที่จุดต่ำสุด

การทำ Linear Regression สะท้อนแนวโน้มที่อ่อนตัวลงนี้ได้ การนำเหตุการณ์ร่วงแรง 3 ครั้งที่ผ่านมามาทำแบบจำลองจะได้เส้น y = 65.58 ลบ 12.97x ความชันแสดงการสูญเสียที่น้อยลงต่อเนื่อง

แบบจำลองนี้คาดการณ์ว่าการร่วงลงรอบสุดท้ายในไตรมาสสี่จะอยู่ประมาณ 26.6% ตัวเลขนี้สอดคล้องกับแพทเทิร์นที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2014 และบ่งชี้ว่าการปรับฐานหมีรอบนี้น่าจะอ่อนที่สุดเท่าที่เคยมีมา

คณิตศาสตร์เองยังคงเรียบง่าย แบบจำลอง Regression จะลากเส้นตรงที่ดีที่สุดผ่านสามจุดการร่วงที่ผ่านมา ความชันขาลงประมาณ 13 จุดต่อรอบยืนยันว่าแนวโน้มกำลังค่อยๆ เบาลง

สามจุดข้อมูลเป็นกลุ่มตัวอย่างที่เล็ก ดังนั้น Regression นี้จึงเป็นเพียงตัวบอกทิศทาง ไม่ใช่การรับประกันที่แม่นยำ มันให้กรอบความเป็นไปได้ ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่แน่นอน

กราฟแนวโน้มเชิงเส้นเพื่อทำนายขาลงของตลาดหมี BTC

การนำอัตราการร่วงคาดการณ์มาใช้กับรอบปัจจุบันก็ตรงไปตรงมา ราคา high ของแท่งเทียนรายสัปดาห์ล่าสุดอยู่ที่ 64,657 USD Bitcoin เพิ่งฟื้นกลับระดับนั้นหลังร่วงแรงในเดือนมิถุนายน

หากลดลง 26.64% จากจุดสูงสุดนั้น จะได้จุดต่ำใกล้ 47,431 USD ช่วงเวลาต่างๆ อยู่ระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงต้นตุลาคม 2026 Bitcoin ยังซื้อขายราว 62,865 USD ทำให้แบบจำลองนี้ยังคงมีโอกาสลงต่อ

บริษัทวิจัยบล็อกเชนหลายแห่งให้ กรอบเวลาใกล้เคียงกัน หลายสำนักชี้ว่าไตรมาสสี่ของปี 2026 น่าจะเป็นช่วงเวลาเด้งกลับของตลาดที่เป็นไปได้สูง กำหนดเวลานี้สอดคล้องกับแบบจำลองนี้โดยตรง

กราฟ BTC รายสัปดาห์
กราฟรายสัปดาห์ของ BTC แหล่งที่มา: Tradingview

แบบจำลองเต็มรูปแบบตลอดสี่รอบตลาดในขณะนี้เรียงกันดังนี้

รอบช่วงระยะเวลา (91 วัน)ราคาเริ่มต้นการร่วงลงจุดต่ำสุด
1ต.ค. 2014 – ม.ค. 2015USD418-63.54%USD152
2ก.ย. – ธ.ค. 2018USD7,412-56.69%USD3,210
3ส.ค. – พ.ย. 2022USD25,053-37.60%USD15,632
4 (คาดการณ์)ก.ค. – ต.ค. 2026USD64,657-26.64%USD47,431

ราคาเริ่มต้นของสามรอบแรกมาจากจุดสูงสุดในแต่ละช่วงเวลา สำหรับการเริ่มต้นปี 2026 ใช้จุดสูงสุดล่าสุดที่ USD64,657 แบบเป๊ะๆ

Fibonacci แบบลอการิทึมชี้เป้าไปที่จุดต่ำสุดเดียวกันของ Bitcoin

อีกวิธีหนึ่งยืนยันข้อสรุปเดียวกัน โดยจะใช้การวัด Fibonacci retracement แบบลอการิทึมในแต่ละรอบ เพื่อให้เหมาะสมกับ Bitcoin เพราะการเคลื่อนไหวของมันทบต้นเมื่อเวลาผ่านไป

หากใช้มาตราส่วนเชิงเส้นจะทำให้การเปรียบเทียบเหล่านี้เพี้ยนไป เนื่องจากจะขยายความผันผวน USD ล่าสุดและทำให้ช่วงเก่าเล็กลง แต่เมื่อดูแบบลอการิทึม ทุกวัฏจักรจะถูกเปรียบเทียบอย่างเหมาะสมและยุติธรรม

รอบที่แล้วให้รูปแบบที่เป็นประโยชน์ การถอยกลับนั้นเริ่มจากจุดสูงสุด USD69,000 ลงไปยังจุดต่ำสุดของตลาดหมีที่ USD3,122 ซึ่งเป็นการวัดว่าตลาดหมีปี 2022 ถอยกลับจากขาขึ้นก่อนหน้ามากแค่ไหน

บนมาตราส่วนนั้น จุดต่ำสุดปี 2022 ดูชัดเจน ระดับถอยกลับ 0.5 อยู่ที่ USD14,678 โดย Bitcoin ตกลงถึง USD15,632 ซึ่งอยู่เหนือกึ่งกลางนี้เพียงเล็กน้อย

ตลาดถอยกลับประมาณครึ่งหนึ่งของการเติบโตครั้งก่อนก่อนจะพลิกกลับ ระดับรอบก่อนคือ 0.236 ที่ USD33,233, 0.382 ที่ USD21,149, 0.5 ที่ USD14,678 และ 0.618 ที่ USD10,186 ทั้งนี้ งานวิจัย ฉบับ peer-reviewed ยังเชื่อมโยงการเคลื่อนไหวระยะยาวพวกนี้กับการเติบโตของเครือข่ายอีกด้วย

กราฟรายสัปดาห์ของ BTC
กราฟรายสัปดาห์ของ BTC ที่มา: Tradingview

วัฏจักรปัจจุบันนี้ก่อให้เกิดความคล้ายคลึงอย่างมาก โดย Fibonacci retracement จะวัดจากจุดสูงสุดตลอดกาล USD126,272 ลงมาถึงจุดต่ำสุดรอบก่อนที่ USD15,632 ซึ่งนำกราฟตลาดหมีปัจจุบันมาเปรียบเทียบกับขาขึ้นรอบก่อนหน้าได้อย่างชัดเจน

ในรอบนี้ ระดับ 0.5 อยู่ที่ USD44,428 ส่วนเป้าหมายจาก linear regression อยู่ที่ USD47,431 และมันอยู่เหนือจุดนั้นเพียงเล็กน้อย ซึ่งความสัมพันธ์นี้คล้ายปี 2022 แบบแท่งเทียนต่อแท่งเทียน

ในทั้งสองกรณี จุดต่ำสุดที่คาดการณ์จะอยู่เหนือจุดกึ่งกลางเชิงลอการิทึมเล็กน้อย โดยระดับปัจจุบันอ่านค่า 0.236 ที่ 77,123 USD, 0.382 ที่ 56,849 USD, 0.5 ที่ 44,428 USD, 0.618 ที่ 34,722 USD และ 0.786 ที่ 24,444 USD ดังนั้นทั้งสองวิธีต่างชี้ไปยังโซนเดียวกัน

ระดับ 0.5 มักจะทำหน้าที่เป็นมูลค่ายุติธรรมบนกราฟเชิงลอการิทึม โดยหากเกิดจุดต่ำสุดใกล้ระดับนี้มักสะท้อนถึงการรีเซ็ตที่สุขภาพแข็งแรง ไม่ใช่การทรุดตัวโดยสมบูรณ์ ซึ่งวัฏจักรก่อนหน้าและการคาดการณ์นี้ต่างก็เป็นไปตามคำอธิบายดังกล่าว

ระดับ 0.382 ที่ 56,849 USD ก็มีความสำคัญในช่วงนี้ โดยจุดนี้อยู่ต่ำกว่าราคาปัจจุบันเล็กน้อยและอาจทำหน้าที่เป็นแนวรับ หากราคาทะลุระดับนี้ลงไปอย่างชัดเจน อาจเปิดทางไปสู่โซนที่ลึกกว่าเดิม

จุดต่ำสุดทางประวัติศาสตร์แต่ละช่วงต่างก็นำไปสู่การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยในปี 2015, 2019 และ 2023 ต่างก็กระเด้งกลับขึ้นจากระดับแนวรับเหล่านี้ ซึ่งประวัติเหล่านี้เองเป็นสิ่งที่ช่วยยืนยันว่าโซนที่คาดการณ์นี้มีความสำคัญต่อนักลงทุนระยะยาว

กราฟรายสัปดาห์ของ BTC
กราฟรายสัปดาห์ของ BTC ที่มา: Tradingview

ตลาดหมีบิทคอยน์: โซนแนวรับ 44,000 ถึง 47,000 USD ที่ควรจับตา

ทั้งสองวิธีได้กำหนดขอบเขตของโซนเดียวกันไว้แล้ว โดยการวิเคราะห์รีเกรสชันชี้ไปที่ 47,431 USD ส่วนจุดกึ่งกลางลอจิฟีโบนักชีอยู่ที่ 44,428 USD ดังนั้นเมื่อรวมกันจึงได้ช่วงแนวรับประมาณ 44,000 ถึง 47,000 USD

ช่วงเวลาของโซนนี้จะอยู่ในช่วงต้นเดือนตุลาคม 2026 เพราะทั้งสองสัญญาณต่างชี้ไปยังพื้นที่เดียวกันจึงยิ่งทำให้สมมติฐานนี้เข้มแข็งขึ้น ทั้งนี้ยังบ่งชี้ว่ารอบนี้มีแนวโน้มคล้ายกับปี 2022

รูปแบบนี้ปรากฏในสามวัฏจักรที่ผ่านมาทั้งหมด โดยแต่ละตลาดหมีจะสิ้นสุดลงด้วยไตรมาสที่รุนแรง แต่ก็จะรุนแรงน้อยลงเรื่อยๆ ในแต่ละรอบ ซึ่งแนวโน้มดังกล่าวเองเป็นแกนหลักของวิทยานิพนธ์นี้

อีกหนึ่งตัวอย่างของกราฟ BTC รายสัปดาห์

ปัจจัยหลายอย่างยังอาจทำให้โมเดลนี้ผิดพลาดได้ เช่น ขนาดตัวอย่างที่ยังน้อย บวกกับความไม่แน่นอนด้านสถานการณ์มหภาคที่ยังมีอยู่ตลอด โดย ธนาคารกลางสหรัฐที่มีแนวทางสายเหยี่ยวภายใต้ Kevin Warsh อาจทำให้การปรับฐานลดลงลึกกว่าเดิม

เงินไหลออกจาก ETF จำนวนมากอาจเพิ่มแรงกดดันลงต่อราคา อย่างไรก็ตามหากเงินไหลเข้าแข็งแกร่งก็อาจช่วยให้ราคาต่ำสุดอยู่สูงกว่าโซนที่คาดการณ์ไว้เช่นกัน หรือราคานี้อาจถึงจุดต่ำสุดแล้วก็เป็นได้

กรอบนี้เป็นเพียงรูปแบบการวิเคราะห์ ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุน

เทรดเดอร์อาจจับตาบริเวณ 44,000 USD ถึง 47,000 USD ไปจนถึงเดือนตุลาคม หากราคาปิดสัปดาห์ต่ำกว่า 44,000 USD อย่างมาก นั่นจะเป็นการท้าทายโมเดล แต่ถ้ายังสามารถยืนเหนือบริเวณดังกล่าวได้ ก็จะรักษาจังหวะในอดีตไว้ได้

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ

บทวิเคราะห์นี้สะท้อนการตีความเชิงบรรณาธิการของ BeInCrypto ต่อข้อมูลและข้อมูลเชิงตัวเลขที่มีอยู่ ณ เวลาที่เผยแพร่ และอาจล้าสมัยได้ เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไปและไม่ได้จัดทำขึ้นเฉพาะบุคคล ไม่ได้พิจารณาสถานการณ์ของท่าน และไม่ใช่บทวิเคราะห์เพื่อการลงทุน คำแนะนำทางการเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือภาษี ข้อเสนอ หรือคำแนะนำใด ๆ การคาดการณ์ เป้าหมายราคา การวิเคราะห์ทางเทคนิค และข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคตมีความไม่แน่นอนและอาจไม่เกิดขึ้นจริง ผลการดำเนินงานในอดีตและตัวชี้วัดต่าง ๆ ไม่ได้เป็นเครื่องบ่งชี้ผลลัพธ์ในอนาคต การอ้างอิงถึงสินทรัพย์ ผลิตภัณฑ์ หรือผู้ให้บริการไม่ได้หมายความถึงการรับรอง สินทรัพย์คริปโทและผลิตภัณฑ์ทางการเงินอาจส่งผลให้สูญเสียเงินทั้งหมด โปรดตรวจสอบข้อมูลสำคัญก่อนดำเนินการใด ๆ

ผู้สนับสนุน
ผู้สนับสนุน