กองทุน ETF หุ้นสหรัฐ (exchange-traded funds) ดึงดูดเงินไหลเข้าเฉลี่ยรายวันสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 7.5 พันล้าน USD ในเดือนเมษายน ซึ่งอัตราเงินไหลเข้าดังกล่าวมากกว่าสองเท่าของค่าเฉลี่ยเดือนมีนาคมที่ 2.9 พันล้าน USD ตามรายงานของ Strategas Asset Management
ข้อมูลแสดงว่าเงินสะสมไหลเข้าสูงกว่า 100 พันล้าน USD นับตั้งแต่ราคาต่ำสุดเมื่อวันที่ 30 มีนาคม โดยตัวเลขดังกล่าวสะท้อนความต้องการรับความเสี่ยงของสถาบัน ซึ่งตามประวัติมักสนับสนุนการไหลเข้า ETF คริปโตและการยอมรับสินทรัพย์แบบโทเค็น
ความต้องการ ETF หุ้นสะท้อนการเปลี่ยนแปลงสู่การรับความเสี่ยงหลังมีนาคม
ข้อมูลของ Strategas ระบุว่า กระแสเงินไหลเข้ารายวันในเดือนเมษายน 2026 อยู่ที่ค่าเฉลี่ย 7,474 ล้าน USD เทียบกับ 2,950 ล้าน USD ในเดือนมีนาคม ขณะที่ ETF ที่จดทะเบียนในสหรัฐทุกรายการรวมกันมีเงินไหลเข้าสะสมเกือบ 524 พันล้าน USD ตั้งแต่ต้นปีจนถึงกลางเดือนเมษายน
การเร่งตัวของกระแสเงินไหลเข้าตามมาหลังการปรับฐานในเดือนมีนาคมที่ได้รับแรงกดดันจากความผันผวนที่เกี่ยวกับภาษีนำเข้า โดยเงินไหลเข้าในเดือนเมษายนสูงกว่าค่าเฉลี่ยรายวันของปี 2025 ที่ 3.7 พันล้าน USD ถึงกว่าสองเท่า แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนแปลงทิศทางความเชื่อมั่นของผู้จัดสรรเงินทุน
นักวิเคราะห์จาก Kobeissi Letter เขียนไว้ว่า นักลงทุนต่างเททุนเข้าสู่กองทุนหุ้นมากกว่าที่เคยเป็น
การลดลงของเงินในกองทุนรวมที่บริหารเชิงรุกและเงินในกองทุนตลาดเงินบางส่วน ได้กลายเป็นเงินทุนสำหรับกระแสเงินไหลเข้าครั้งนี้เช่นกัน
ในขณะเดียวกัน กองทุน ETF ตราสารหนี้ยังดึงดูดเงินทุนเคียงคู่กับ ETF หุ้น แสดงให้เห็นถึงการกระจายการลงทุนมากกว่าการสลับเข้าหรือออกสินทรัพย์เพียงกลุ่มเดียว
ติดตามพวกเราบน X เพื่อรับข่าวสารล่าสุดทันทีที่เกิดขึ้น
กลุ่มทุนเดียวกันขับเคลื่อนความต้องการ ETF Bitcoin และ Ethereum
ผลิตภัณฑ์ ETF สปอต Bitcoin (BTC) และ Ethereum (ETH) ต่างฟื้นตัวพร้อมกับหุ้นตั้งแต่ระดับต่ำสุดในเดือนมีนาคม
iShares Bitcoin Trust IBIT ของ BlackRock มีเงินไหลเข้าสะสมตลอดอายุกองทุนสูงกว่า 63 พันล้าน USD โดยกองทุนนี้ดึงดูดกลุ่มผู้จัดสรรเงินทุนกลุ่มเดียวกับที่หันไปลงทุนในดัชนีหุ้นขนาดใหญ่
Ethereum ETF ของ BlackRock ได้แสดงให้เห็นถึง ความสนใจจากสถาบันในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้จัดการรายใหญ่ เช่น Apollo และ Hamilton Lane ได้เริ่มจัดสรรพอร์ตโฟลิโอ 1% ถึง 2% ไปยังสินทรัพย์ดิจิทัลแล้ว
นอกจากนี้ จุดร่วมยังเห็นได้ชัดในฝั่ง TradFi โดยกองทุนบํานาญ กองทุนบริจาค และสำนักงานครอบครัวต่างก็เริ่มจัดการ ETFs คริปโทฯ ที่ได้รับการกำกับดูแลเป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตโฟลิโอ เหมือนกับเครื่องมือติดตามดัชนีหุ้นทั่วไป
ธนาคาร กองทุนบํานาญ ผู้ประกันภัย ผู้จัดการสินทรัพย์ 79% วางแผนลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล กว่า 50% จะจัดสรรภายในหนึ่งปี โดยส่วนใหญ่มุ่งเป้า 2–5% ของพอร์ตโฟลิโอ มูลค่านับล้านล้าน USD กำลังจะหลั่งไหลเข้ามา…, Ryan Solomon นักวิจัยฝั่ง TradFi กล่าว
Tokenization ขับเคลื่อนความต้องการหุ้นบนบล็อกเชน
ความต้องการเข้าถึงหุ้นอย่างง่ายดาย ได้เสริมความแข็งแกร่งให้แนวคิด tokenization ของสินทรัพย์ในโลกจริง (RWAs) ปัจจุบัน มูลค่า RWA ที่ถูก tokenized มีมากกว่า 30 พันล้าน USD ซึ่ง US Treasuries, private credit และหุ้น คือกลุ่มหลัก
แพลตฟอร์มต่างๆ เช่น Kraken xStocks, Ondo Global Markets และ Backed Finance ได้เปิดให้ลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ และ ETF ผ่านการ tokenized แล้ว
ผู้ออกตราสารอย่าง BlackRock, Fidelity และ JPMorgan เดินหน้า พัฒนาโครงการนำร่อง tokenization ที่เกี่ยวข้องกับการชำระบัญชีและการรับฝากทรัพย์สินอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ดี ความเสี่ยงยังคงมีอยู่ เพราะกระแสเงินทุนที่ตามวัฏจักรเศรษฐกิจ อาจเปลี่ยนทิศหากสภาพเศรษฐกิจโดยรวมแย่ลง อีกทั้งการรวมตัวในหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ก็ยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของดัชนี
หนึ่งในประเด็นสำคัญคือ ปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคต้องถูกกรองผ่านกระแสเงินลงทุน หาก hedge fund ถือสถานะสุทธิที่ต่ำผิดปกติ และนักลงทุนรายย่อยเปลี่ยนจากถือ put เป็นไล่ call ราคาก็อาจปรับขึ้นเกินกว่าที่การเติบโต กำไร หรือมูลค่าธุรกิจพื้นฐานจะรองรับได้ ทุกวันนี้ตลาดถูกขับเคลื่อนด้วยเงินลงทุนและโครงสร้างตลาดเฉพาะตัวมากขึ้น ซึ่งทำให้การจับจังหวะยากกว่าเดิม, นักวิเคราะห์ของ Forward Guidance กล่าว
ผู้ประกอบการในธุรกิจรับฝากทรัพย์สิน นายหน้าหลัก และการชำระบัญชีบนบล็อกเชน กำลังเผชิญกับคำถามสำคัญ ว่าความต้องการหุ้นที่สูงเป็นประวัติการณ์นี้จะเปลี่ยนเป็นผลิตภัณฑ์ผสมผสาน TradFi-crypto ได้ในอีกไม่กี่ไตรมาสข้างหน้าหรือไม่
สมัครรับข้อมูลช่อง YouTube ของเรา เพื่อรับชมผู้นำและนักข่าวแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกโดยผู้เชี่ยวชาญ





