Bitcoin (BTC) เพิ่มขึ้นถึง 14,775 USD ในหนึ่งสัปดาห์ นับเป็นการเพิ่มขึ้นรายสัปดาห์ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ทั้งนี้ Galaxy Research ระบุว่าการพุ่งขึ้นดังกล่าวยังทำให้สัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นสัปดาห์ที่เงินไหลเข้า ETF Bitcoin สปอตในสหรัฐฯ สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2025 อีกด้วย
ราคาปิดของสัปดาห์พุ่งจาก 62,818 USD ไปถึง 77,593 USD ซึ่งขยับขึ้น 23.5% โดยการเพิ่มขึ้นคิดตามเปอร์เซ็นต์อยู่อันดับ 41 นับตั้งแต่ปี 2010 และเมื่อวัดตามเปอร์เซ็นต์ นี่เป็นสัปดาห์ที่ดีที่สุดของ Bitcoin ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2023 เลยทีเดียว
อะไรเป็นแรงขับเคลื่อนสัปดาห์ประวัติศาสตร์ของ Bitcoin
Galaxy Research เชื่อมโยงการพุ่งขึ้นครั้งนี้กับสองปัจจัยสำคัญ โดยกระทรวงการคลังสหรัฐอเมริกาประกาศว่าจะเพิ่มปริมาณการซื้อคืนพันธบัตรระยะยาวเป็นสองเท่า ซึ่งเป็นมาตรการลดแรงกดดันต่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล
อีกทั้ง ประธานาธิบดี Trump ยังได้เรียกร้องให้สภาคองเกรสผ่านร่างกฎหมาย CLARITY Act ซึ่งจะเป็นการกำหนดหลักเกณฑ์ของรัฐบาลกลางในการจัดหมวดสินทรัพย์ดิจิทัลว่าเป็นหลักทรัพย์หรือสินค้าโภคภัณฑ์
เหตุการณ์เหล่านี้ยังนำไปสู่ปรากฏการณ์ short squeeze ด้วย นักลงทุนที่เดิมพันให้ Bitcoin ร่วงจึงต้องปิดสถานะ ส่งผลให้เกิด การกลับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วที่สุดในรอบปี ของ Bitcoin
ข้อมูลจาก CNBC ระบุว่า มูลค่าเงินลงทุนในฝั่ง short ที่ถูก liquidate ทั่วตลาด crypto ในสัปดาห์นั้นมีถึง 2.7 พันล้าน USD
ทิศทางความเชื่อมั่นยังเปลี่ยนแปลงอย่างมาก ดัชนี Crypto Fear and Greed ขึ้นถึง 74 ในวันที่ 25 สิงหาคม ซึ่งนับเป็น ระดับสูงสุดตั้งแต่ตุลาคม 2025
เงินไหลเข้า ETF ยืนยันการฟื้นตัว
ในช่วงเวลาเดียวกัน ความต้องการ ETF Bitcoin สปอตก็กลับมาอีกครั้ง ข้อมูลของ Galaxy Research แสดงให้เห็นว่า เม็ดเงินไหลเข้ารายสัปดาห์กลับมาสูงที่สุดตั้งแต่เดือนตุลาคม 2025
เดือนสิงหาคมกำลังจะกลายเป็นเดือนที่มีเงินไหลเข้าสุทธิมากที่สุดนับตั้งแต่ราคาสูงสุดเดิมของ Bitcoin ซึ่งจะพลิกกลับ สถานการณ์เงินไหลออกจาก ETF ตลอดหลายเดือนที่เคยทำให้กองทุนเป็นผู้ขายสุทธิในปี 2026
นักลงทุน ETF ยังคงอยู่ในสถานะขาดทุนประมาณ 6% แม้ Bitcoin จะฟื้นตัว โดยมีต้นทุนเฉลี่ยที่ 84,029 USD เทียบกับราคาสปอต 78,955 USD ตามข้อมูลจาก Galaxy Research
ราคาสปอตของ Bitcoin ทำการซื้อขายสูงกว่า 80,000 USD ในวันพฤหัสบดี
ว่าแนวโน้มฟื้นตัวจะดำเนินต่อหรือไม่ อาจขึ้นอยู่กับเงินไหลเข้า ETF ว่ายังคงต่อเนื่องในเดือนกันยายนหรือเปล่า นักลงทุนยังคอยจับตาดูว่าการ short squeeze สัปดาห์ก่อนจะยั่งยืนหรือเป็นเพียงช่วงสั้นๆ









