Tom Lee ประธานของ Bitmine Immersion Technologies กล่าวว่า รายงาน Bitcoin ฉบับใหม่ของ BlackRock ยิ่งตอกย้ำภาพของ Ethereum (ETH) โดยเขาชี้ว่า ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และหุ่นยนต์คือเหตุผลสำคัญ
เอกสารของ BlackRock ที่ใช้ชื่อว่า “Re-Underwriting Bitcoin” ได้วิเคราะห์การร่วงลงมากกว่า 50% ของ Bitcoin จากจุดสูงสุดในเดือนตุลาคม 2025 โดยระบุว่า เม็ดเงินได้ไหลเข้าสู่กองทุนหุ้นที่เน้นธีม AI แทน
ลีแย้งอย่างไร
Lee ผู้ร่วมก่อตั้ง Fundstrat ด้วย ได้เขียนลง X ว่าความสามารถของ AI กำลังเติบโตอย่างรุดหน้าตามรูปแบบ S-curve เขากล่าวว่าผลงานวิจัยล่าสุดชี้ถึงการเกิดประสานงานแบบรวมหมู่ในระบบ AI
เขาแย้งต่อว่า บล็อกเชนและสมาร์ทคอนแทรกต์ช่วยให้มนุษย์มีส่วนร่วมในการควบคุมพฤติกรรมนั้นอยู่ ทั้งนี้เขายังนำตรรกะเดียวกันนี้มาใช้กับหุ่นยนต์ด้วย โดยยกตัวอย่างวิดีโอหุ่นยนต์ที่ทำผลงานเหนือกว่านักกีฬามนุษย์
ในโพสต์เดียวกันนั้น Lee เรียก Ethereum ว่าเป็นเลเยอร์ฐานที่สำคัญที่สุด หรือ “L1” โดยคำนี้ใช้แทนเครือข่ายพื้นฐานที่บล็อกเชนแอปพลิเคชันอื่นต้องพึ่งพา
เรามองว่า $ETH เป็นเรื่อง downstream สำคัญของ AI
จุดที่ข้อโต้แย้งอ่อนแรง
แต่รายงานของ BlackRock ไม่ได้กล่าวถึง Ethereum, หุ่นยนต์ หรือการตรวจสอบระบบ AI ด้วยบล็อกเชนเลย ตรงกันข้าม ผู้เขียนมองว่ากองทุนหุ้นที่เชื่อมโยง AI เป็นคู่แข่งแย่งเงินทุน ไม่ใช่กรณีใช้งานสมาร์ทคอนแทรกต์
อย่างไรก็ตาม การอธิบายของ Lee ไปไกลกว่ารายงานนั้นเอง เพราะ BlackRock ระบุว่าการย่อตัวของ Bitcoin เกิดจากเลเวอเรจและทิศทางเงินทุนเปลี่ยน ไม่ใช่บทบาทของ Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์ป้องกันเงินเฟ้อที่ถูกสั่นคลอน
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Lee เชื่อมโยง Ethereum กับกระแส AI โดย Bitmine ถือ Ethereum กว่า 4.8% ของอุปทานหมุนเวียน ทำให้ Lee เป็นผู้ถือครองสถาบันรายใหญ่ของสินทรัพย์นี้คนหนึ่ง
สถานะนี้จึงทำให้ Lee มีแรงจูงใจทางการเงินอย่างชัดเจนในการเชื่อมโยง Ethereum กับเรื่องเล่าใหญ่ในวงการคริปโต รวมถึง กรณีลงทุนใน Bitcoin ด้วย
Ethereum มีราคาซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 1,908 USD ณ วันที่ 19 ส.ค. 2026 ตามข้อมูลของ CoinGecko โดยว่าการนำเสนอประเด็น AI และหุ่นยนต์ของ Lee จะเป็นที่ยอมรับหรือไม่ อาจขึ้นอยู่กับตัวอย่างจริงในการใช้บล็อกเชนตรวจสอบระบบอัตโนมัติ









