มูลค่ารวมของสินทรัพย์ทางการเงินภาคเอกชนสหรัฐฯ ตอนนี้สูงถึง 6.7 เท่าของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศของสหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นสถิติใหม่
อัตราส่วนดังกล่าว ซึ่งเปรียบเทียบมูลค่ารวมของหุ้น พันธบัตร เงินฝาก และตราสารทางการเงินอื่นๆ ที่ถือโดยภาคเอกชนกับ GDP รายปี ได้แซงหน้าระดับสูงสุดก่อนหน้าที่ 6.3 เท่าในปี 2021
ช่องว่างระหว่างวอลล์สตรีทกับเมนสตรีททำสถิติสูงสุด
จากข้อมูลของ Kobeissi Letter อัตราส่วนดังกล่าวเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่านับตั้งแต่ทศวรรษ 1970 เมื่อมูลค่าสินทรัพย์เพิ่มขึ้นเร็วกว่าค่าแรง ผลประโยชน์จึงไหลเวียน ไปยังนักลงทุนที่ถือครองทุน
อัตราส่วน 6.7 เท่าระบุว่าภาคเอกชนถือครองตราสารทางการเงินเกือบ 7 USD ต่อผลผลิต 1 USD ของสหรัฐฯ
เมื่อสินทรัพย์ทางการเงินเติบโตเร็วกว่าจริง เศรษฐีจะร่ำรวยขึ้นขณะที่แรงงานถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง นักวิเคราะห์กล่าว ช่องว่างความมั่งคั่งไม่เคยกว้างเท่านี้มาก่อน
ติดตามเราได้บน X เพื่อรับข่าวล่าสุดแบบเรียลไทม์
นักลงทุนมั่งคั่งเดินหน้าลงทุนในหุ้นมากขึ้น
ขณะเดียวกัน น้ำหนักพอร์ตของกลุ่มผู้มีสินทรัพย์สูง ยังบ่งชี้ถึงการเน้นสินทรัพย์เสี่ยงเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ Kobeissi Letter ระบุว่าการจัดสรรหุ้นเพิ่มเป็น 65% ของพอร์ตทั้งหมด สูงสุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2021
ถือว่าเพิ่มขึ้น 7 จุดจากปี 2023 และต่ำกว่าจุดสูงสุด 66% ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงกระแสหุ้น memecoins ปี 2021 เล็กน้อย
หากเปรียบเทียบ จุดต่ำสุดยุคโควิด 2020 อยู่ที่ 54% ส่วนค่าเฉลี่ยระยะยาวอยู่ที่ประมาณ 57% ตามที่รายงานใน โพสต์
นักวิเคราะห์ยังกล่าวต่อว่า สัดส่วนเงินสดเหลือ 10% ต่ำสุดนับตั้งแต่กันยายน 2018 ในขณะที่การถือพันธบัตรลดเหลือเพียง 18%
การเปลี่ยนแปลงนี้ชี้ให้เห็นว่านักลงทุนที่มีฐานะมั่งคั่งต่างมุ่งเน้นไปที่หุ้นมากขึ้น สะท้อนถึงความพร้อมรับความเสี่ยงที่สูงขึ้นและความเชื่อมั่นอย่างต่อเนื่องในตลาดการเงิน
สมัครสมาชิกช่อง YouTube ของเรา เพื่อรับชมผู้นำและนักข่าวที่มอบข้อมูลเชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญ





