ราคาทองคำปรับตัวขึ้นมากกว่าหนึ่งเปอร์เซ็นต์ในตลาดเอเชียเมื่อวันจันทร์และการหยุดชะงักชั่วคราวในความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงและคลายความกังวลเรื่องอัตราดอกเบี้ยสูงยาวนาน
ราคาทองคำสปอตซื้อขายอยู่ที่ 4,106.65 USD ต่อออนซ์ในวันจันทร์ เพิ่มขึ้น 1.33% ในวันเดียวกัน ตามข้อมูลจาก TradingView
การอ่อนตัวของราคาน้ำมันผลักดันโลหะมีค่า
การหยุดชะงักเกิดขึ้นท่ามกลางข่าวว่าที่ปรึกษาของ Trump ได้เตือนว่ากองทัพใกล้ถึงขีดจำกัดเป้าหมายที่เหมาะสมในอิหร่าน นอกจากนี้พวกเขายังแสดงความกังวลเกี่ยวกับการใช้คลังอาวุธยุทโธปกรณ์ของสหรัฐฯ ซึ่งนำไปสู่การหยุดการโจมตี เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านกล่าวกับ Reuters ว่าอิหร่านจะหยุดโจมตีเช่นกันตราบใดที่วอชิงตันยังหยุดปฏิบัติการอยู่
ราคาน้ำมันดิบร่วงลงมากถึง 7% เนื่องจากมีความหวังว่าอาจเกิดการแก้ปัญหาทางการทูต ซึ่งสวนทางกับการคาดการณ์ก่อนหน้าที่ว่า Brent crude อาจกลับไปแตะ ระดับสูงสุดยุคสงครามใกล้ 120 USD หลังจากทะลุ 100 USD เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ต้นทุนน้ำมันต่ำลงมักช่วยบรรเทาเงินเฟ้อและลดโอกาสที่ Fed จะตรึงดอกเบี้ยไว้นาน เมื่อดอกเบี้ยสูง ทองคำซึ่งไม่ได้ให้ผลตอบแทนจึงเสื่อมความน่าสนใจ
แม้จะเป็นเช่นนั้น แต่นักลงทุนยังคงประเมินโอกาสขึ้นดอกเบี้ยเดือนกันยายนที่ 80% ตาม CME Group’s FedWatch Tool ซึ่งติดตามมุมมองอัตราดอกเบี้ยล่วงหน้า
ทองคำหนุนเงินให้ปรับขึ้นด้วย
โลหะมีค่าอื่น ๆ ปรับตัวขึ้นตามไปด้วย ราคาสปอตเงินเพิ่มขึ้น 2.7% เป็น 59.74 USD ต่อออนซ์ สานต่อการ ฝ่าต้านระดับสำคัญ ส่วนแพลตตินัมเพิ่มขึ้น 2% ที่ 1,619.75 USD ขณะที่พัลลาเดียมเพิ่มขึ้น 2.3% เป็น 1,271.93 USD
นักเก็งกำไรทองคำในตลาด COMEX เพิ่มสัญญาซื้อสุทธิ 4,438 สัญญา ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 21 กรกฎาคม ส่งผลให้ยอดรวมอยู่ที่ 123,586 สัญญาตามข้อมูลจาก CFTC
การตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยของ Fed ในสัปดาห์นี้จะเป็นบททดสอบว่าการพักรบจะยืนระยะได้นานพอจะค้ำการปรับตัวขึ้นของตลาดหรือไม่ ทั้งนี้ นักเศรษฐศาสตร์ 104 คนต่างมีความเห็นไม่ตรงกันต่อทิศทางการดำเนินนโยบายของธนาคารกลาง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าหนทางข้างหน้ายังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน และเมื่อใดที่ความขัดแย้งกลับมา หรือราคาน้ำมันกลับทิศ ความไม่แน่นอนนี้ก็จะยิ่งรุนแรงขึ้นอีก









